ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๘
ทัสสีสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวก
มากด้วยกันเสด็จไปโปรด สรทดาบส
เลื่อมใส ได้ชวนศิษย์ทั้งหมดสร้างบุปผ
อาสน์ถวายให้พระสัมพุทธเจ้าตลอด
พระสาวกทั้งหมดเข้านิโรธสมาบัติ ยับ
ยังอยู่ในสมาบัติ ๗ วัน ครั้นพระสัมพุทธ
เจ้า
และพระสาวกออกจากสมาบัติ
แล้ว ท่านสรทดาบส ตลอดศิษย์ทั้งมวล
ได้จัดผลไม้ เผือก มัน ถวายตามประสา
ดาบสด้วยคารวะอย่างสูง ครั้นเสร็จ
ภัตตกิจแล้ว พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้า
ได้ทรงรับสั่งแก่พระอัครสาวกเบื้อง
ขวาของพระองค์ว่า นิสภะ ท่านจงกล่าว
อนุโมทนาแก่สมาคมดาบลในกาลบัดนี้
ทันใดนั้น พระนิสภเถรเจ้า ผู้เป็น
มหาอัครสาวก เมื่อได้รับพระพุทธบัญชา
ประทานโอกาสเช่นนั้น ก็ถวายอภิวาท
ด้วยจิตเบิกบาน ผ่องแผ้ว ประหนึ่งว่า
ขุนพลแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิราชได้
รับพระราชทานวโรกาสให้ออกปฏิบัติ
ราชกิจของพระองค์ฉะนั้น ได้กล่าวอนุ
โมทนากถาในท่ามกลางสมาคมดาบส
และท่ามกลางแห่งพระสงฆ์สันนิบาต
ซึ่งมีพระสัมพุทธเจ้าอโนมทัสสีประทับ
เป็นประธาน เมื่อสุดสิ้นเถรบรรหาร
อนุโมทนาจบแล้ว ได้ยังความปรีดา
ปราโมทย์ให้แก่สมาคมดาบสเป็นอันมาก
ต่อนั้น พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้า
ได้มีพระพุทธบัญชาให้พระอโนมเถระ
อัครสาวกเบื้องซ้ายแสดงธรรมพอเป็น
เครื่องเจริญใจแก่สมาคมดาบสอีกวาระ
หนึ่ง ครั้นทรงทราบวาระจิตแห่งดาบส
ทั้งหลายว่ามีใจน้อมไปในธรรมดีแล้ว
จึงได้ทรงแสดงอริยสัจจธรรมโปรดดาบส
โดยวิจิตรพิสดาร เมื่อจบพระธรรมเทศนา
แล้ว ดาบสทั้งมวลได้บรรลุพระอรหัตผล
เป็นพระอรหันต์ด้วยกันสิ้น เว้นแต่ท่าน
สรทดาบสผู้เป็นอาจารย์รูปเดียว”
เมื่อตรุณสามเณรเล่ามาถึงเพียงนี้
สังเกตเห็นสีหน้าของพระบาทเสน ซึ่ง
สดชื่นมาแต่ต้น ครั้งถึงตรงนี้
ครั้งถึงตรงนี้ได้ทำความ
สะดุดใจให้เกิดแก่พระบาทเสนถึงเบิก
นัยน์ตา พร้อมกับเลิกคิ้วยกใบหน้า
ขึ้นมอง แสดงความฉงนใจ กรุณสามเณร
รู้อัธยาศัยของพระบาทเสนเช่นนั้น ก็
หยุดเล่าพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “น่า
ประหลาดไหม ท่านผู้แสวงบุญ”
“น่าประหลาด พ่อเณร” พระ
ปาทเสนกล่าว “ประหลาดจริง ๆ ฉันนึก
กำหนดไว้ในใจอยู่แล้วว่า เมื่อจบเรื่อง
แล้วจะต้องขอถามความตอนนี้เหมือน
กัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นนะ ท่านสรทะ
เป็นบัณฑิต มีปัญญา แต่ฟังธรรมของ
พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ตรัสรู้
ทั่วถึงธรรมเท่าที่ควร ตรงข้ามกับศิษย์
ทั้งมวล ซึ่งมีความรู้น้อยด้อยกว่าแทบ
ทุกประการ กลับได้บรรลุอริยผลเบื้อง
สูง น่าสงสัยมาก น่าจะมีอะไร ๆ เป็น
อันตรายในธรรมแฝงอยู่
“เป็นความจริงอย่างท่านว่า”
ดรุณสามเณรเสริม "ต้องมีอันตรายใน
ธรรมอะไร ๆ แฝงอยู่แน่ ๆ ไม่เช่นนั้น
แล้วจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ แต่จะอย่างไร
ก็ตาม โปรดตั้งใจสดับเรื่องของท่านอีก
สักหน่อย” แล้วตรุณสามเณรก็เล่าเรื่อง
ต่อไป
“เมื่อมวลดาบสผู้เป็นศิษย์ของท่าน
สระ ได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว ก็พา
กันเข้าถวายอภิวาทพระอโนมทัสสีส้ม-
พุทธเจ้า กราบทูลเรื่องอริยผลที่ได้บรรลุ
แล้ว สุดท้ายก็ทูลขอประทานอุปสมบท
ทั่วกัน พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้าได้
ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ดาบส
เหล่านั้นพร้อมกัน
ส่วนท่านสรทดาบส นับแต่แรก
ได้ฟังอนุโมทนากถา ของพระนิสภะ
อัครสาวกแล้ว เกิดความเลื่อมใสในคุณ
สมบัติของพระนิสภเถรเจ้าเป็นที่ยิ่ง จิต
ใจจดจ่ออยู่ในพระเถรเจ้านั้นเป็นกำลัง
แม้พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้าจะแสดง
ธรรมโปรด ก็ไม่ส่งใจตาม เฝ้าแต่ครุ่นคิด
อยู่ว่า ไฉนหนอเราจะมีวาสนาบุญญาธิการ
เป็นทั้งพระนิสภเถระอัครสาวกในกาล
ภายหน้าบ้าง เมื่อความปรารถนา
แรงกล้าตั้งขึ้นปิดบังกำลังปัญญา ดังมา
หาเมฆตั้งขึ้นปิดบังแสงอาทิตย์ ก็ไม่
สามารถจะหยั่งรู้ในธรรมที่พระสัมพุทธ
เจ้าทรงแสดงได้ทั่วถึง จึงมิได้บรรลุอริย
ผลแต่ประการใด
ครั้นพระสรทะได้เห็นมวลดาบสผู้
เป็นศิษย์ได้รับเอหิภิกขุอุปสัมปทา จาก
พระอโนมทัสสีสัมพุทธเจ้าเป็นภิกษุสงฆ์
ทรงไตรจีวรเยี่ยงพระสาวกทั้งหลายแล้ว
ก็มีความยินดี ตรงเข้าไปนมัสการถวาย
ความยินดีว่า เป็นบุญกุศลซึ่งทุกท่านได้
สั่งสมมาบริบูรณ์แล้ว กระผมมีความ
ยินดีด้วยเป็นอย่างมาก แม้กระผมก็จะได้
พยายามปฏิบัติในธรรมดำเนินตามท่าน
ทั้งหลายไป
เมื่อถวายความยินดีแก่บรรดาศิษย์
ทั้งมวลแล้ว สรทดาบส ก็เข้าไปถวายอว
วาทแทบพระยุคลบาทของพระสัมพุทธ
เจ้า กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็น
นาถะของโลก! ซึ่งทรงประทานดวง
ประทีปให้แก่บุคคลผู้เดินหลงทางอยู่ใน
ที่มืด ด้วยเดชะแห่งกุศลที่ข้าพระองค์
ได้สร้างบุปผอาสน์ถวายแก่พระสงฆ์มี
พระองค์ประทับเป็นประธาน ร่วมกับ
กุศลถวายบิณฑบาตทาน พร้อมด้วยสัก
“นาถะ-ที่พึ่ง, ผู้เป็นที่พึ่ง
Kalyanamitra.org