ข้อความต้นฉบับในหน้า
O
ก้าวล้ำนำหน้า
จากพระสูตร
กัลยาณมิตรชาญชัย พรหมตา
ปักกิเลสสูตร
ว่าด้วยอุปกิเลสของสมาธิ และ
เหตุของการไม่เห็นแสงสว่าง
และรูป
หามาจาก พระสูตรและออกกถา แปล
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่มที่ 6
ภาคที่ ๒ หน้า ๑๒๔-๑๔
"
(บุญญสวยค สูตรที่ ๔ ข้อ ๕๕๑), ของ
มหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์, ๒๕๒๕
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จไปประทับที่ป่าชื่อ ปาจีนวังสะ
ทายวัน แขวงเมืองโกสัมพี ป้านั้นเป็น
ที่พำนักก่อนของภิกษุ ๓ รูป คือ พระ
อนุรุทธะ พระนันทิยะ และพระพิมพ์ละ
ครั้งนั้น ภิกษุทั้ง ๓ รูปออกมา รูปหนึ่ง
“ข้าพระองค์ทั้งสาม พยายาม
กำหนดเห็นแสงสว่างแล้วเห็นรูป
ทั้งหลาย แต่แสงสว่างและรูปนั้น
เห็นอยู่ไม่นานก็หายไป ข้าพระองค์
ทั้งสามไม่ทราบว่า เป็นเพราะเหตุ
ไ
พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับภิกษุ
เหล่านั้น ดังต่อไปนี้
“อนุรุทธะทั้งหลาย (ตรัสแก่ภิกษุ
ทั้งสามองค์ แต่ทรงเรียกอนุรุทธะเป็น
องค์แรก) แม้เราเองครั้งก่อนแต่ตรัสรู้ ยัง
ไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ กำหนด
เห็นแสงสว่างได้ และเห็นรูปทั้งหลาย
แต่ไม่นานเท่าไร แสงสว่างและการเห็น
รับบาตรจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้า | รูปนั้นก็หายไป เราก็เกิดความสงสัยว่า
รูปหนึ่งแต่งตั้งอาสนะ รูปหนึ่งตั้งน้ำ | อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้แสงสว่าง
สำหรับล้างพระบาท พระพุทธองค์ และการเห็นรูปนั้นหายไป เราก็คิดได้ว่า
ประทับนั่งบนอาสนะที่แต่งตั้งแล้ว ทรง
ล้างพระบาท แม้ท่านทั้ง ๓ นั้นก็ถวาย
อภิวาทพระองค์แล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วน
ช้างหนึ่ง
หลังจากพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ถามถึงความเป็นอยู่ของภิกษุทั้ง ๓ แล้ว
ท่านเหล่านั้นได้ทูลพระพุทธองค์ว่า
•
อุปกิเลส เหล่านี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัย
ให้แสงสว่างและการเห็นรูปนั้นหายไป
* ภิกษุทั้ง ๓ รูปนั้นเจริญอาโลกกสิณ (กลิ่น
คือแสงสว่าง) : กสิณ คือวัตถุสำหรับเพ่งเพื่อ
จูงใจให้เป็นสมาธิ
"กิเลสเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง
รุ่นมัว
Kalyanamitra.org