การสนทนาระหว่างปาทเสนและสามเณร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 39
หน้าที่ 39 / 120

สรุปเนื้อหา

ความจริง ฉันเองก็มิได้มี ความปรารถนา จะล่วงล่า เข้าไปดำรง เป็นขุนพล นำกองทัพธรรม กองใดกองหนึ่ง แต่ประการใดเลย ฉันเอื้อม ฉันระอา ฉันเบื่อ ฉันหน่าย ถึงกับยินดีเสียสละ ทุกสิ่งทุกประการ หั่นหลังต่อ เกียรติยศของ ขุนพลมาแล้ว ดังนั้น การมา ของฉันคราวนี จึงมาเป็น เพียงผู้อาศัย เป็นศิษย์ อยู่ศึกษาด้วย เท่านน รับเถระบัญชาด้วยคารวะ แล้วเข้าสมาบัติ สำแดงปฏิหาริย์ลอยลงมายังภาคพื้น พสุธา ในทันใดนั้นเอง ร่างของ ตรุณสามเณรก็มาปรากฏอยู่เฉพาะหน้า พระปวท น พระบาทเสนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ด้วยไม่ทันได้นึกได้ฝันว่า สามเณร น้อย ๆ รูปนี้จะมีอานุภาพ ถึงกับ ลอยลงมาจากเวรัมภวิหาร เปรียบปาน เสมือนหนึ่งว่า ดอกปาริชาติหยาดฟ้า มาดิน ครั้นเหลือบเห็นใบหน้าสามเณร บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยรัศมี เปี่ยมด้วย เมตตาปรานี มาสู่ด้วยความเป็น

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาระหว่างปาทเสนและสามเณร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความจริง ฉันเองก็มิได้มี ความปรารถนา จะล่วงล่า เข้าไปดำรง เป็นขุนพล นำกองทัพธรรม กองใดกองหนึ่ง แต่ประการใดเลย ฉันเอื้อม ฉันระอา ฉันเบื่อ ฉันหน่าย ถึงกับยินดีเสียสละ ทุกสิ่งทุกประการ หั่นหลังต่อ เกียรติยศของ ขุนพลมาแล้ว ดังนั้น การมา ของฉันคราวนี จึงมาเป็น เพียงผู้อาศัย เป็นศิษย์ อยู่ศึกษาด้วย เท่านน รับเถระบัญชาด้วยคารวะ แล้วเข้าสมาบัติ สำแดงปฏิหาริย์ลอยลงมายังภาคพื้น พสุธา ในทันใดนั้นเอง ร่างของ ตรุณสามเณรก็มาปรากฏอยู่เฉพาะหน้า พระปวท น พระบาทเสนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ด้วยไม่ทันได้นึกได้ฝันว่า สามเณร น้อย ๆ รูปนี้จะมีอานุภาพ ถึงกับ ลอยลงมาจากเวรัมภวิหาร เปรียบปาน เสมือนหนึ่งว่า ดอกปาริชาติหยาดฟ้า มาดิน ครั้นเหลือบเห็นใบหน้าสามเณร บริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยรัศมี เปี่ยมด้วย เมตตาปรานี มาสู่ด้วยความเป็นมิตร ไม่มีท่าให้สงสัยในรูปอื่นแต่ประการใด ก็ดีใจพลางปราศรัยไต่ถามขึ้นก่อนว่า “พ่อเณร พ่อช่างงามด้วยศีลา จารวัตรยิ่งนัก พ่อช่างเป็นบุคคลที่ มีบุญ และเป็นบุญตาของฉันเหลือ เกินที่ได้บังเอิญมาเห็นพ่อในยามนี้ ด้วยเป็นยามที่ฉันมีความต้องการ เห็นพ่อ ดังนั้น พ่อเณรจึงเป็น เหมือนโอสถในยามที่ฉันป่วยหนัก พ่อเณร, อภัยเถอะ! กรุณาให้ฉัน ทราบสักหน่อยว่า พ่อชอบใจธรรม ของใคร ? พ่อบวชในสำนักใคร ? และใครเป็นอาจารย์ของพ่อ พ่อ มาถึงที่นี่ได้อย่างไร?” ดรุณสามเณร เลื่อมใสในที่ท่า อันเป็นสง่าของพระขุนพลบาทเสน ซึ่งแม้จะเป็นอนาคาริกแล้ว ก็ยังองอาจ พร้อมด้วยความสุภาพอ่อนโยน ใน เพิ่งปราศรัยปฏิสันถาร จึงถวายค่า สนองท่านว่า “ข้าแต่ท่านผู้แสวงบุญ 0 "ผู้สละเรือน, ผู้ไม่ครองเรือน นับเป็นเวลานานเดียว ท่านที่ควร คารวะ นับแต่กระผมมาอยู่ยังเวรัมภวิหาร เพิ่งจะเห็นบุคคลผู้เห็นภัยในสงสาร ผ่านมาทางนี้คือท่านเป็นองค์แรก ดังนั้น กระผมจึงยินดีมาสู่ท่านด้วย บริสุทธิ์ใจ ข้าแต่ท่านผู้สูงด้วยกำลัง พรต กระผมชอบใจในธรรมของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประกาศไว้ดีแล้ว กระผมบวชในสำนักท่านพระเรวตเถระ และท่านพระเวรตเถระนั้นเป็นพระ อุปัชฌายะ เป็นอาจารย์ของกระผม แม้การมาในที่นี้ก็มาด้วยบารมีของ ท่านผู้แสวงบุญนั่นเอง “พ่อเณรมาที่นี่ด้วยบารมีของฉัน” พระบาทสนทวน “ถูกแล้ว กระผมมาด้วยบารมี ของท่านผู้แสวงบุญ” "เป็นเรื่องที่ประหลาดมากพ่อ เณร” พระบาทเสนกล่าว “พ่อเณรกรุณา ให้ความสว่างแก่ฉันด้วยเถอะ มืดมน จริง ๆ” “ท่านผู้แสวงบุญ ไม่น่าจะเป็น เรื่องประหลาดมากเลย” ตรุณสามเณร สนองค่าท่านพระบาทเสน “ถ้าแน่ใจ ว่า เพียงอานุภาพศีลของภิกษุบอด ยังสามารถทำให้บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ซึ่งอ่อนนิ่ม ยุบลงในเวลาประทับนั่ง ฟูขึ้นในเวลาเสด็จลุกของท้าวสักกเทวราช ในดาวดึงสพิภพ ให้แข็งกระด้างได้ และทำให้ท้าวเธอประทับอยู่ไม่ได้ ต้องเสด็จลงจากสรวงสวรรค์มาถวาย ความอุปถัมภ์ภิกษุนั้นได้แล้ว อย่างไร บารมีของท่านผู้แสวงบุญ ซึ่งเสียสละ ฐานันดรศักดิ์แห่งขุนพล ของกรุง “แท่นหินมีสีดุจผ้ากัมพลเหลือง เป็นที่สถิตของ พระอินทร์ Kalyanamitra.org ma
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More