ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ครั้งหนึ่งพ่อไปทางฝั่งน้ำยมุนา
ได้เห็นประเพณีเผาศพที่น่าสังเวชอยู่
อย่างหนึ่ง คือคฤหบดีผู้หนึ่งทำกาละ
พวกญาติจึงนำมาเผาที่ริมฝั่งน้ำ แต่
ถือกันว่าภริยาก็ต้องเผาตัวให้ตายตาม
ไปด้วย จึงได้มีการแห่ภริยาของคฤหบดี
ผู้นั้นมา ครั้งแรกนางมีหน้าตาสดชื่น
มีคนเป็นอันมากไปกล่าวอวยพรสรร
เสริญ แต่พอไปถึงเชิงตะกอนก็มีหน้า
ปิดผิดไปคนละคน ก่อนจะขึ้นไปบน
เชิงตะกอน พวกญาติได้พานางเดิน
เวียนรอบกองฟืนซึ่งมีศพสามีของนาง
วางอยู่เบื้องบน พอถึงรอบที่ ๒ นางก็
เป็นลมสิ้นสติ พวกญาติก็คงครึ่งลาก
ครึ่งพยุงพาเวียนจนครบ รอบแล้ว
พานางขึ้นไปนอนคู่กับศพนั้น พราหมณ์
ผู้ทำพิธีนำน้ำมันเนยเต็มภาชนะขนาด
ใหญ่มาราดลงบนกองฟืนแล้วจุดไฟ
ขึ้น เปลวไฟพุ่งขึ้นคลุมกองฟืนนั้น มี
เสียงญาติตะโกนเรียกชื่อสตรีนั้น แต่
ไม่มีคำตอบ ในที่สุดก็เป็นอันเผาด้วยกัน
ไปหมดทั้งคนเป็นและคนตาย. เมื่อเก็บ
&
กระดูกแล้วก็ทิ้งไปตามลำน้ำยมุนา
ด้วยถือว่าลำน้ำนี้ไปบรรจบกับแม่คงคา
กระดูกนั้นก็จะไปถึงแม่คงคาเอง จึง
ไม่ต้องไปลอยทิ้ง ณ กรุงพาราณสี
อีกประเพณีหนึ่ง พวกศูทร ** โดยมาก
ใช้ฝังศพแทนการเผา เมื่อสามีตายก็
มีการฝังภริยาทั้งเป็นเหมือนกัน ประเพณี
เหล่านี้เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสรู้แล้ว
ส่งคณะภิกษุจาริกไปในที่ต่าง ๆ ก็สั่ง
สอนให้เลิกล้มไปได้เป็นส่วนมาก ปัจจุบัน
นี้ตลอดทางที่กองเกวียนของเราผ่านไป
จะมิได้พบเห็นประเพณีที่โหดร้ายเผา
หรือฝังคนเป็น ๆ เช่นนี้อีกเลย
ทร วรรณะที่ ๔ ของสังคมฮินดู
คฤหบดีผู้หนึ่งทำกาละ
พวกญาติจึงนำมาเพื่อ
เผาที่ริมฝั่งน้ำ แต่ถือ
กันว่าภริยาก็จะต้อง
บริเวณใกล้เคียงแล้ว ยังไม่พบที่เหมาะ
อันควรพำนักอยู่เป็นหลักแหล่ง จึงคิดว่า
จะเดินทางต่อไปยังกรุงพาราณสี เมื่อ
ได้ข้ามฝั่งน้ำไปอีกทางหนึ่งอันตรงกัน
ข้ามกับพระนครนั้น ก็ได้พบหมู่เกวียน
เป็นอันมาก ซึ่งเดินทางมาจากแคว้น
จีนจอดขายสินค้า ซึ่งชาวโกสัมพีนำเรือ
ข้ามมาซื้อบรรทุกไปสู่ร้านตลาดหรือ
เผาตัวให้ตายตามไป
ด้วย
พ่อได้เที่ยวไปทั่วกรุงโกสัมพีและ 1 ในเมืองนี้ เพราะเหตุผลหลายประการ
ข้อแรก ขณะที่พักอยู่ ณ ที่นั้น พ่อได้
รับความเอื้อเฟื้อจากน
เฟื้อจากนายกองเกวียน
ให้ได้รับความสะดวกเป็นอย่างดี นาย
กองเกวียนผู้เฒ่ารู้ว่าพ่อตัวคนเดียว
ไม่มีห่วง และเห็นยังเป็นหนุ่มแข็งแรง
จึงออกปากชวนให้ร่วมงานเป็นพ่อค้า
เกวียน ซึ่งถ้าเป็นผู้มีใจรักในการท่อง
เที่ยวชมเมืองต่าง ๆ และการผจญภัย
แล้วก็เหมาะมาก ทั้งในสมัยนั้นการ
ค้าขายที่นับว่าได้กำไรงาม ก็คือการ
บรรทุกสินค้าไปขายในต่างเมืองนี้เอง
พ่อพอใจในข้อนี้ก็เพราะยังมีคำสั่งของ
อาจารย์อยู่อีกข้อหนึ่ง ที่ให้พ่อไปหา
อาจารย์วิชารบ ณ ประตูเมืองสาวัตถี
ด้านทักษิณ จึงได้ร่วมเดินทางไปกับ
ขบวนเกวียนด้วย นอกจากจะได้ไปหา
อาจารย์ที่กล่าวแล้ว ยังมีโอกาสได้
เที่ยวชมภูมิประเทศทั้งในนครหลวง
และในชนบททั่วไปอีกด้วย ประการที่
เคหสถานแห่งดน
“เมื่อได้เข้าไปไต่ถามทราบความ
ว่า เกวียนขบวนนั้นจะออกเดินทางต่อ
ไปยังกรุงพาราณสี พ่อจึงได้ออกปาก
ขอโดยสารไปด้วย และจะยอมให้มูลค่า
ตามสมควร เนื่องจากเที่ยวนี้เป็นเที่ยว
กลับมีเกวียนเปล่าอยู่มาก เกวียนที่
บรรทุกสินค้าเมืองอื่นกลับมาเพื่อขาย
อีกต่อหนึ่งก็มีไม่น้อยเช่นกัน หัวหน้า
คนขับเกวียนจึงยินยอมให้พ่อโดยสาร
ไปบนเกวียนเปล่าคันหนึ่ง ซึ่งมีคนขับ
ประจําอยู่ที่คอเกวียน
“เมื่อไปถึงพาราณสีและตรวจดู
ตัวเมือง ตลอดจนภูมิประเทศใกล้เคียง
แล้ว ก็ตกลงใจว่าจะตั้งภูมิลำเนาอยู่
สอง พาราณสีเป็นเมืองเก่าเป็นเมือง
ตัวอย่างของขนบประเพณีทุกชนิด มี
ผู้คนเดินทางมาจากต่างเมืองไม่ว่าใกล้
ไกลเพื่อลงอาบน้ำในแม่คงคา ซึ่งคนใน
Kalyanamitra.org