ข้อความต้นฉบับในหน้า
อุปกิเลสเหล่านี้ คือ
๑. วิจิกิจฉา ความลังเลหรือ
ความสงสัย
ไว้ให้ดี
๒. อมนสิการ ความไม่ใส่ใจ
๓.
ถีนมิทธะ ความท้อและ
ความเคลิบเคลิ้มง่วงนอน
๔. ฉิมภิทัตตะ ความสะดุ้ง
หวาดกลัว
๕. อุพพิละ ความตื่นเต้นด้วย
ความยินดี
5. ทุกจุลละ ความไม่สงบกาย
ความคะนองหยาบ
๓. อัจจารัทธวิริยะ ความ
เพียรจัดเกินไป
4. อติลีนวิริยะ ความเพียร
ย่อหย่อนเกินไป
8. อภิชัปปา ความอยาก
๑๐. นานัตตสัญญา ความนึก
ไปในสิ่งต่าง ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เคย
ผ่านมาหรือเคยจดจำไว้ มาผุดขึ้น
ในขณะทำสมาธิ อย่างนี้เรียกว่า นา
นัตตสัญญา)
๑๑.
รูปานัง อภินิชฌาย์ตัตตะ
ความเพ่งต่อรูปจนเกินไป
อนุรุทธะทั้งหลาย เมื่ออุปกิเลส
เหล่านี้ แม้อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแก่
เราแล้ว สมาธิของเราก็เคลื่อนไป เพราะ
อุปกิเลสเหล่านี้เป็นต้นเหตุ เมื่อสมาธิ
เคลื่อนแล้ว แสงสว่างและการเห็นรูปก็
หายไป ฉะนั้น เราพยายามสอดส่อง
ดูว่า วิธีใดจะทำให้อุปกิเลสเหล่านี้เกิด
ขึ้นไม่ได้ เราก็ทำใจไว้โดยวิธีนั้น
อนุรุทธะทั้งหลาย เรารู้ชัดว่า
วิจิกิจฉา เป็นต้นเหล่านี้เป็นอุปกิเลส
ของจิต จึงได้ละเสีย
เหตุของการไม่เห็นแสงสว่าง
และรูป
พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุเหล่า
นั้นต่อไปอีกว่า
“อนุรุทธะทั้งหลาย เราทั้งที่ไม่
ประมาท มีความเพียรประคองจิตไว้
ในสมาธิอยู่ บางครั้งก็เห็นแต่แสงสว่าง
ไม่เห็นรูป บางครั้งก็เห็นแต่รูป ไม่เห็น
แสงสว่าง เป็นดังนี้ทั้งคืนบ้าง ทั้งวันบ้าง
ทั้งคืนและทั้งวันบ้าง เราจึงเกิดความ
สงสัยว่า อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัย
ให้เป็นเช่นนี้
อนุรุทธะทั้งหลาย เราคิดได้ว่า
ขณะใด เราไม่นึกถึงรูป นึกถึงแต่แสง
สว่าง ขณะนั้น เราก็เห็นแต่แสงสว่าง
ไม่เห็นรูป ขณะใด เราไม่นึกถึงแสงสว่าง
นึกถึงรูป ขณะนั้นเราก็เห็นแต่รูป ไม่เห็น
แสงสว่าง เป็นดังนี้ ทั้งคืนบ้าง ทั้งวันบ้าง
ตลอดทั้งคืนและทั้งวันบ้าง
อนุรุทธะทั้งหลาย เราเมื่อไม่
ประมาท มีความเพียร ประคองจิตไว้
ในสมาธิอยู่ บางครั้ง เห็นแสงสว่างนิด
เดียว เห็นรูปนิดเดียว บางครั้งเห็นแสง
สว่างมาก เห็นรูปมาก เป็นดังนี้ตลอด
ทั้งคืนบ้าง ตลอดทั้งวันบ้าง ตลอดทั้ง
คืนทั้งวันบ้าง เราจึงเกิดสงสัยว่า อะไร
หนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้เป็นเช่นนี้
อนุรุทธะทั้งหลาย เราคิดได้ว่า
ขณะใด สมาธิของเราน้อย ขณะนั้น
จักษุก็มีน้อย ด้วยจักษุอันน้อยนั้น
เราจึงเห็นแสงสว่างน้อย เห็นรูปก็น้อย
ขณะใด สมาธิของเรามาก ขณะนั้น
จักษุก็มีมาก ด้วยจักษุอันมากนั้น เรา
จึงเห็นแสงสว่างมาก เห็นรูปก็มาก
เป็นดังนี้ทั้งคืนบ้าง ทั้งวันบ้าง ตลอด
ทั้งคืนและทั้งวันบ้าง”
Kalyanamitra.org