การบิณฑบาตและการขบฉันภัตตาหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 64
หน้าที่ 64 / 120

สรุปเนื้อหา

ความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทรงบัญญัติพระวินัยว่าด้วยการบิณฑบาต และการขบฉันภัตตาหารของพระภิกษุ ไว้ถึง ๓๐ ข้อ เต็มไปด้วยเหตุผล แม้ ฆราวาสก็ควรใส่ใจศึกษาและยึดแนว ปฏิบัติอย่างเดียวกันนี้ ข้อ ๑. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ” ข้อนี้ทรงสอนให้เคารพใน บุคคลผู้ให้ และเคารพในของที่ เขาให้ ไม่แสดงอาการดูหมิ่นหรือ รับมาอย่างเสียไม่ได้ ชวนให้เข้า ใจว่าเมื่อพ้นหน้าเขาแล้วท่านคง เททิ้ง หรือตั้งแต่ไว้ไม่ยอมฉัน ธรรมดามีอยู่ว่า พระภิกษุที่บวช ใหม่บางรูป ท่านเพิ่งมาจากตระกูลที่ ร่ำรวย ยังแก้ไขตัวเองในหลาย ๆ เรื่อง ไม่สำเร็จ บางท่านที่ยังติดรสอาหาร อยู่จึงมักจุกจิกเลือกอาหาร ญาติโยม เห็นแล้วก็อย่านึกตำหนิท่านเลย บวชใหม่ ก็อย่างนี้แหละ ต้องปล่อยเวลาให้ท่าน ฝึกตัวอีกสักพัก การแก้ไขเรื่

หัวข้อประเด็น

- การบิณฑบาตและการขบฉันภัตตาหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ดูนะ...เวลาใช้งานละก็เรียกหา ไม่ให้คลาดสายตาไปเชียว แต่พอถึง เวลากิน กลับลืมเราเสียนี่” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ ความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทรงบัญญัติพระวินัยว่าด้วยการบิณฑบาต และการขบฉันภัตตาหารของพระภิกษุ ไว้ถึง ๓๐ ข้อ เต็มไปด้วยเหตุผล แม้ ฆราวาสก็ควรใส่ใจศึกษาและยึดแนว ปฏิบัติอย่างเดียวกันนี้ ข้อ ๑. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ” ข้อนี้ทรงสอนให้เคารพใน บุคคลผู้ให้ และเคารพในของที่ เขาให้ ไม่แสดงอาการดูหมิ่นหรือ รับมาอย่างเสียไม่ได้ ชวนให้เข้า ใจว่าเมื่อพ้นหน้าเขาแล้วท่านคง เททิ้ง หรือตั้งแต่ไว้ไม่ยอมฉัน ธรรมดามีอยู่ว่า พระภิกษุที่บวช ใหม่บางรูป ท่านเพิ่งมาจากตระกูลที่ ร่ำรวย ยังแก้ไขตัวเองในหลาย ๆ เรื่อง ไม่สำเร็จ บางท่านที่ยังติดรสอาหาร อยู่จึงมักจุกจิกเลือกอาหาร ญาติโยม เห็นแล้วก็อย่านึกตำหนิท่านเลย บวชใหม่ ก็อย่างนี้แหละ ต้องปล่อยเวลาให้ท่าน ฝึกตัวอีกสักพัก การแก้ไขเรื่องติดรสอาหารนี้ ไม่ใช่ของง่าย บางท่านใช้เวลานาน หลายปี ในการศึกษาทางธรรม พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางหลักสูตรของ พระภิกษุไว้ถึง ๔ ระดับ เช่นเดียวกับ การศึกษาทางโลก แต่ช่วงเวลาการ ศึกษาอบรมในแต่ละระดับยาวนานกว่า ชีวิตทางโลก เมื่อเราเข้าเรียน ในมหาวิทยาลัยปีแรกเรียกว่า เฟรช หรือน้องใหม่ ตอนนั้นเราทำอะไรผิด พลาดไปบ้างรุ่นพี่ก็ยังให้อภัย ตักเตือน แล้วก็แล้วกันไป เพราะเห็นว่ายังต้องการ เวลาเพื่อปรับตัวอีกสักพัก แต่พอขึ้น ปี ๒ เรียก โซฟ มอร์ ตอนนี้ถ้าทำ ผิดต้องถูกตำหนิถูกลงโทษแล้ว เพราะ ถือว่าควรจะปรับตัวได้พอประมาณ พอปี ๓ เรียกจูเนียร์ ปี ๔ เรียกซีเนียร์ คราวนี้ถ้าเผลอทำผิดระเบียบ ผิดวินัย ต้องถูกลงโทษหนักขึ้นตามลำดับ ไม่มี การรอลงอาญาแล้ว ในทางพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน ผู้ที่เข้ามาบวชใหม่ในปีแรก เรียกท่าน ว่า พระนวก (อ่านว่า นะวะกะ) มีฐานะ เป็นเสมือนน้องใหม่ แต่ช่วงเวลาการ เป็นน้องใหม่ของท่านไม่ใช่ปีเดียว โดย t เฉลี่ย 4 ปี มีเวลาฝึกตัวนานอย่างนี้ ม่ดี ๆ ได้ทั้งหมด ใช่ว่าจะแก้ไขนิสัยที่ไม่ดี ๆ อย่างมากก็ได้เพียงอย่าง สองอย่าง ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น...? ก็ไม่ ต้องไปถามใคร ถามตัวเราเองนี่แหละ ของท่านก็มีมากขึ้นเป็นลำดับ ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ตราบใดที่ยังไม่ หมดกิเลส ท่านก็ยังมีโอกาสทำผิดพลาด พลั้งเผลอในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง เป็นธรรมดา ในเรื่องของการติดรสอาหารนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล่าถึงการ บิณฑบาตครั้งแรก และการเอาชนะใจ ของพระองค์เองว่า #F ...ครั้งนั้นเราเสด็จออกจากวัง ทรงม้าข้ามแคว้นไปตามลำดับ รุ่งขึ้น เช้าก็ปลงผม อธิษฐานบวชเอง เสร็จ แล้วจึงออกบิณฑบาต เราได้รับอาหาร จากชาวบ้านป่า ได้มาแล้วก็ฉันไม่ลง " ทรงเล่าว่า เคยฉันแต่อาหารดี ๆ ในวัง ปุบปับมาเจออาหารแบบชาว บ้าน ๆ ซึ่งไม่ประณีต เห็นแล้วฉันไม่ได้ มันเละและเหมือนอาเจียรของสุนัข... ต้องทรงนั่งพิจารณาอยู่นานกว่า จะตัดสินใจฉันเข้าไปได้ นี่ขนาดพระ เรารู้ไหมว่านอนตื่นสายไม่ดี... รู้ ใคร ๆ | สัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งทรงมีพระกำลังใจ ก็รู้ แล้วทำไมไม่พยายามแก้ไข ก็ พยายามแก้ไขจนนาฬิกาปลุกพังไป หลายเดือนแล้วก็ยังไม่ค่อยสำเร็จ นิสัย ไม่ดีอื่น ๆ ก็เช่นกัน ใครที่กำลังใจ เข้มแข็งก็แก้ตกได้เร็ว แต่คนที่กำลังใจ อ่อนปวกเปียกต้องใช้เวลามากสักหน่อย อย่างไรก็ดี ท่านว่าควรแก้ไขตัวเอง ให้ได้ภายในเวลา ๕ ปี พ้นช่วงเวลาการเป็นพระนวก เข้าพรรษาที่ 5-00 เรียก พระมัชฌิมะ แปลว่า ปานกลาง มีเกณฑ์ว่าน่าจะ แก้ไขตัวเองได้สักครึ่งค่อนแล้ว อยู่ต่อไป ถึงพรรษาที่ ๑๐-๒๐ เรียกพระเถระ เกินกว่านั้นตั้งแต่พรรษาที่ Loo เป็นต้น ไป เรียก มหาเถอะ ถือเป็นพระผู้ใหญ่ ระดับครูบาอาจารย์ ความสำรวมระวัง เข้มแข็งอย่างมากยังต้องพิจารณาแล้ว พิจารณาอีก เพราะฉะนั้น สงสาร พระบวชใหม่กันบ้างเถิด อย่าค่อนขอด จ้องจับผิดท่านนักเลย แต่อย่างไรก็ตาม ท่านที่ใจคอเด็ต เดี่ยวจริง ๆ ก็มี เช่นในอดีต มีพระอรหันต์ รูปหนึ่ง ท่านปลงใจได้ในเรื่องอาหาร อย่างน่าเลื่อมใสมาก มีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งท่านออกบิณฑบาต ขอทานคนหนึ่งกำลังนั่งรับประทาน อาหารอยู่ริมทาง พบ ธรรมเนียมการรับประทานอาหาร ของชาวอินเดียสมัยนั้น เขาเอาอาหาร ใส่รวมกันในถาดเพียงถาดเดียว ส่วน มากเป็นอาหารแห้ง ๆ มีอะไรก็คลุก ๆ เข้าด้วยกัน ไม่แบ่งเป็นจาน ๆ อย่าง ๕๘ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More