ข้อความต้นฉบับในหน้า
บิณฑบาตครั้งแรกก็ได้ข้อเตือนสติมา
หลายอย่าง ยังจำได้ไม่ลืม
ออกบิณฑบาตครั้งแรกก็เป็นเอา
การอยู่ เพราะเกิดมาเป็นผู้เป็นคนไม่เคย
ไปของ้อใครกิน วันนี้เป็นวันแรกที่ต้อง
มาถือบาตรขอเขากิน มันตะขิดตะขวงใจ
ยังไงพิกล อาศัยเดินตามพระพี่เลี้ยง
ไปก็พอก้าวขาตามไปได้
b
รับบาตรรายแรกจากโยมผู้ใหญ่
หน่อยก็ไม่นึกอะไร รายที่ ๒ ที่ ๓ ก็
ยังเฉย ๆ แต่มาเจอเข้ารายหนึ่งหลวงพ่อ
ต้องสะท้านใจ แกเป็นเด็กผู้หญิงตัว
เล็ก ๆ ขี้มูกยืด ๆ เสื้อก็ไม่ใส่ นุ่งกระโปรง
นักเรียนเก่า ๆ สีซีด ๆ ฟ้องถึงฐานะว่า
ไม่ดีเลย วันที่ใส่ข้าวมาตักบาตรก็มัวซัว
คงไม่ได้ดมานาน ข้าวก็สีหม่น ๆ กับข้าว
ใส่ถุงมานิดหนึ่ง ขนมห่อใบตองไม่รู้
ว่าเป็นอะไร ดูแล้วก็ไม่ใช่ของประณีต
แกมารอพระนานเท่าไรก็ไม่รู้
พอตักบาตรเสร็จก็ยกมือไหว้ ขี้มูกยึด
ออกมาแกก็เอาหลังมือป้าย ตักข้าวไปก็
ป้ายขี้มูกไป เสร็จองค์หนึ่งแล้วข้าวยังไม่
หมดขัน แกก็รออยู่ กระโดดโลดเต้น
ไปตามประสาเด็ก พอพระอีกองค์มาถึง
แกก็รีบไปคว้าขันมาตักอีก
ที่หลวงพ่อเก็บเอามาคิดหนัก
ก็ตรงที่ว่า แหม....แกก็ยากจน
อย่างนี้ ยังอุตส่าห์แบ่งอาหารมา
ให้เราฉัน เหมือนเราบีบเอาข้าว
เอาขนมจากลูกเขามา ถ้าฉันเข้าไป
แล้วขี้เกียจนั่งสมาธิ ขี้เกียจศึกษา
พระไตรปิฎกละก็ ชาติต่อไปคง
ต้องเกิดมาเป็นควายให้เด็กคนนี้
ใช้งานแน่ ๆ เลย
อีกอย่างเด็กขนาดนี้ยังมีวิริยะ
มีความเพียร พระมาก็ตัก ยังไม่มาก็วิ่ง
เล่นไปก่อน เมื่อเราเป็นเด็กขนาดนี้
ขึ้นให้มารอตักบาตรประเดี๋ยวก็กินหมด
เท่านั้น แต่เด็กคนนี้น่าเลื่อมใสจริงๆ
ไม่รู้ว่าลูกเต้าเหล่าใคร
กลับถึงกุฏิ พอฉันเสร็จแล้วรีบ
นั่งสมาธิทันที วันนั้นสติดีมากจริงๆ
พอเมื่อยก็นึกถึงหน้าเด็กคนนั้น เอ๊ะ...
เมื่อยไม่ได้ต้องนั่งต่อ
เคยเล่าเรื่องนี้ให้ธรรมทายาท
ฟังว่า ออกบิณฑบาตบ่อย ๆ จะได้ข้อ
เตือนสติจากสองข้างทางหลายอย่าง
ทําให้ได้คิดแล้วสติดีมาก แต่ในเวลา
เดียวกัน ถ้าองค์ไหนไม่เคยฝึกสมาธิ
มาก่อน ไม่ฝึกสติให้ดี เห็นนิ้วโยมสวย ๆ
อดใจไม่ได้เหลือบดูหน้า เดี๋ยวก็ลึก
จนได้
างแรงงาน
ทีนี้มาพูดถึงพวกเราชาวบ้านบ้าง
ต่อไปในภายหน้าเมื่อเราจะทำงานอะไร
ไม่ว่าจะรับราชการงานเมือง หรือลูกจ้าง
เอกชน ขอให้เคารพทั้งค่าจ้างแ
และเคารพศักดิ์ศรีของตัวเอง รับผิดชอบ
หน้าที่ให้ดี ชนิด “หลบ ๆ จู่ ๆ พอสู้กัน
ไป ไม่หลบไม่รู้ก็สู้ไม่ไหว” อย่าไปจำ
เอามาใช้ เพราะนายจ้างเขาก็จะถือ
คติว่า
“หลบ ๆ เลี่ยง ๆ ก็เลี้ยงไม่ไหว
ไม่หลบไม่เลี้ยงก็เลี้ยงกันไป”
พระภิกษุรับบาตรแล้วต้องตั้งใจ
ปฏิบัติธรรมให้เต็มที่จึงจะถูกต้อง เรา
ชาวบ้านก็เหมือนกัน อยู่ในโลกนี้รับปาก
ทำงานให้ใครก็ต้องทำให้เต็มที่ อย่า
ออมแรง
ร่างกายคนเรานี่แปลก ยิ่ง
ออกแรงยิ่งได้แรง เหมือนนักกีฬา
ยิ่งออกแรงกำลังยิ่งดี ถ้าเอาแต่กิน
กับนอนละก็ แรงจะค่อย ๆ หายไป
นักศึกษายิ่งอ่านหนังสือ ยิ่งท่อง
หนังสืออดตาหลับขับตานอนยิ่ง
ได้ปัญญา
อยู่ที่ไหนอย่าออมแรง โบราณ
ท่านว่า “คนที่เกียจคร้านไม่ชอบออกแรง
ทํางานไม่เต็มแรง มักจะมีข้อเสียคือ
เหงื่อจะตกใน เมื่อตกมาก ๆ เข้าก็เอ่อขึ้น
ท่วมหัวใจ แล้วไหลล้นทะลักออกมา
กลายเป็นน้ำตา” ขี้เกียจแล้วมักต้อง
น้ำตาเช็ดหัวเข่าในภายหลังนั้น พวกเรา
อย่าไปเป็นกันนะ
พวกผลัดวันประกันพรุ่งก็เช่นกัน
แหม ยังเช้านัก สายนัก เอาไว้ก่อนเถอะ
บ่อยเข้าจะติดนิสัยจับจด เลือกงาน
ท้องาน อยู่ที่ไหนก็รกที่นั่น แม้งานส่วน
ตัวก็พลาดไปหมด
พวกเช้าชาม เย็นชาม เลิกเสีย
ใครแก้ไขตัวเองได้อย่างหลวงพ่อว่า
อยู่ที่ไหนก็จะเป็นที่รักของคนที่นั่น เขา
รักเอง ถึงไม่หล่อ รูปร่างอย่างกับรถถัง
ก็ยังน่ารัก ถึงไม่สวย ผิวพรรณหน้าตา
ไม่น่าดู อย่างกับอีกา เขาก็ยังรักเรา
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
๖ด