ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๒
ความให้ต้องรับโทษแทน ทั้งสองปรึกษา
กันว่าจะอยู่ในบ้านนั้นต่อไปมิได้แล้ว
ในคืนนั้นเองตุลินกับหญิงชราก็หนีออก
จากบ้านมารดาบิดาของตน เดินทาง
ไปอาศัยอยู่กับนายกองเกวียนผู้เป็น
ญาติห่างๆ
“ครั้งแรกมารดาบิดาก็ตกใจอยู่
บ้างที่ลูกหายไป ครั้นภายหลังทราบว่า
หนีไปอยู่กับนายกองเกวียน ก็ไม่สนใจ
อะไรต่อไปอีก เหตุที่สองสามีภรรยา
นั้นมีพื้นความไม่ชอบตุลินบุตรีของตน
ก็เพราะในสมัยหนึ่งตนได้ไปหาหมอดู
เพื่อให้ทายความเป็นไปในชีวิต หมอ
ทายว่าจะต้องลำบากและเสียใจเพราะ
ลูก เมื่อพิจารณาตามคำทำนายนั้น
ใจก็ปักลงไปว่า ตุลินี่คงเป็นลูกที่ทำให้
ตนต้องลำบากและเสียใจเป็นแท้ เพราะ
รูปร่างก็ไม่น่าดู ชอบนั่งนิ่งไม่พูดประจบ
อ่อนหวานเหมือนบุตรคนเล็กทั้งสองนั้น
ครั้นแน่ใจว่าตุลินี่เป็นลูกที่คงจะก่อ
ความเดือดร้อนให้สักวันหนึ่ง มีเรื่อง
อะไรควรไม่ควรก็ดุด่าปราบปรามกัน
จนเกือบจะเรียกว่าเนืองนิตย์ ยิ่งมา
ถึงวันที่ของแตกก็ยิ่งปักใจหนักขึ้นว่า
ตุลินีเป็นคนเลวเลี้ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้น
เมื่อรู้ว่าตุลินหนีไปอยู่กับนายกองเกวียน
จึงรู้สึกเรื่อย ๆ ไม่ติดใจอะไรมากนัก
“ดูก่อนสุรเสนะ! เมื่อพ่อไปพัก
ที่บ้านนายกองเกวียนไม่กี่เดือน และ
ได้เห็นตุลินหนีมารดาบิดามาอาศัย
ผู้อื่นอยู่อย่างน่าสงสารเช่นนั้น ตลอดจน
ได้ฟังคนรับใช้ชราเล่าความเป็นไปต่าง ๆ
ให้ฟังด้วย เพราะเหตุรักความเป็นธรรม
พ่อจึงตั้งใจว่าแม้ตุลินี้จะอยู่ในสภาพ
ยากจนหมดที่พึ่ง และไม่ใช่คนที่มั่งมี
ทรัพย์สมบัติอย่างไรก็ตามที พ่อจะ
รับเลี้ยงดูเอง ประกอบกับพ่อได้สังเกต
เห็นว่าตุลนี้มีคุณสมบัติของสตรีบริบูรณ์
ในการทำกิจหน้าที่ของตน ทั้งเป็นผู้
มีอัธยาศัยรักสงบ เป็นคนพูดน้อยจริง
แต่ไม่โง่ แท้จริงเป็นผู้นิ่งอย่างรู้เท่า เป็น
คนไตร่ตรองลึกซึ้งแล้วจึงพูด พ่อจึง
ตัดสินใจแจ้งให้นายกองเกวียนทราบ
ถึงการที่พ่อจะรับเลี้ยงดูตูลินี เมื่อตกลง
และได้ประกอบพิธีมงคลเล็กน้อยแล้ว
ตุลินีแม่ของเจ้าก็ไปอยู่ด้วยกันกับพ่อ
ณ บ้านริมลำธาร ซึ่งได้จ้างเขาปลูกขึ้น
ด้วยทรัพย์ที่พ่อขายเพชรพลอยได้ ตั้งแต่
ครั้งพักอยู่ ณ กรุงโกสัมพี หญิงชรานั้น
ก็ได้ตามไปอยู่ด้วย และได้ช่วยกิจการใน
บ้านเป็นอันดี
เพชรพลอย
“ดูก่อนสุรเสนะ!
ที่พ่อนำติดตัวมาแต่กรุงมธุรานั้น มี
มากพอสมควรที่พ่อจะขายกินไปจน
ตลอดชีวิต แต่พ่อไม่พอใจการอยู่นิ่ง ๆ
จึงได้ฝึกหัดวิชาขับเกวียนอย่างละเอียด
ละออ ทั้งนายกองเกวียนก็มีจิตเมตตา
ในพ่อเหมือนเป็นลูกของท่าน จึงได้สั่ง
สอนวิชาเกี่ยวกับการคุมขบวนเกวียน
ให้อย่างถี่ถ้วนทุกประการ
“กล่าวถึงสองสามีภรรยา ผู้เป็น
บิดามารดาของตุลินี ทำการค้าขาย
เจริญขึ้นเรื่อย ๆ ก็ขยายการค้าและ
ส่งเกวียนไปสู่ต่างแดนมากขึ้น ใน
คราวหลังถึงกับทุ่มเททุนทรัพย์ที่มีอยู่
รวมทั้งทรัพย์ของเพื่อนคฤหบดีด้วยกัน
อีกมากมาย ซื้อสินค้าบรรทุกเกวียน
นับจำนวนร้อย ๆ ส่งไปขาย เพื่อจะได้
ร่ำรวยยิ่งขึ้นอย่างทันอกทันใจ เมื่อกลาย
เป็นผู้มีกิจการค้าเจริญขึ้นถึงขนาดนั้น
ก็มีคนมาติดต่อมากขึ้น ต่อมาบุตรคฤหบดี
อื่น ๆ ที่มีฐานะดีก็ส่งคนมาสู่ขอบุตรี
ทั้งสองนั้น และได้ทำพิธีอาวาหมงคล
ไปโดยลำดับ
“สิ่งทั้งปวงไม่มีอะไรแน่นอน
การลงทุนครั้งหลังที่คฤหบดีผู้นั้นทุ่มเท
ลงไปอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้มั่งมีอย่าง
เศรษฐีเร็วทันใจนั้น กลับเป็นการทำลาย
ตัวเองอย่างย่อยยับ เพราะขบวนเกวียน
ทั้งหมดได้ถูกโจรปล้นระหว่างทาง จาก
พาราณสีสู่กรุงราชคฤห์ ชาวขับเกวียน
ได้ต่อสู้ตายไปบ้าง ที่เหลืออยู่บ้างก็หนี
เอาตัวรอด เพราะโจรมีกำลังเหนือกว่า
เมื่อข่าวการถูกโจรปล้นเป็นที่รู้กันทั่วไป
แล้ว เจ้าหนี้ทั้งหลายก็ตามมาทวงถาม
สองสามีภรรยานั้น ครั้งแรกก็พูดด้วย
วาจาอ่อนหวาน เพราะยังเกรงใจอยู่
บ้าง หนักเข้าก็ถึงกับใช้วาจาหยาบคาย
“สองสามีภรรยาแทบจะล้มสลบ
เมื่อทราบข่าวความพินาศของตน รุ่งขึ้น
อีกไม่กี่วันเมื่อมีเจ้าหนี้มาทวงถาม ก็
ขอผัดผ่อนหาทางบรรเทาจนเต็มความ
สามารถ นึกได้ถึงบุตรคนเล็กทั้งสอง
ก็ไปอ้อนวอนขอให้ช่วย ลูกทั้งสองก็
ปฏิเสธอ้างว่าทรัพย์สินเงินทองนั้นเป็น
ของสามี ตนช่วยอะไรไม่ได้ ในที่สุด
ก็ต้องมอบบ้านเรือนเครื่องใช้ทุกอย่าง
ให้เจ้าหนี้ไป ตนเองต้องเร่ร่อนออก
จากบ้านไปอาศัยบุตรีคนที่สองอยู่
“ตุลินีมารดาของเจ้าได้ทราบข่าว
นี้ก็วิตกกังวลนัก ปรึกษากับพ่อ จะขอรับ
มารดาบิดาของตนมาอยู่ด้วย นางมิได้
มีความผูกอาฆาตจองเวรเลย แต่พ่อให้
ความเห็นว่าจะลองดูใจพวกลูก ๆ ทั้งสอง
คนนั้นดูก่อน ถึงอย่างไรก็คงหาทางขับ
ไล่ไม่ให้มารดาบิดาของตน พึ่งพิงเป็นแท้
พ่อคาดไว้ไม่ผิด ในไม่ช้าก็ได้ข่าวว่า
บุตรีคนที่สองพูดเหน็บแนมมารดาบิดา
b
การสมรส, การแต่งงาน ที่ฝ่ายหญิงไปอยู่
อาศัยที่บ้านฝ่ายชาย
Kalyanamitra.org