การรับประทานอาหารของพระอรหันต์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 65
หน้าที่ 65 / 120

สรุปเนื้อหา

พวกเรา เวลารับประทานก็นั่งล้อมวง รับประทานพร้อมกันทั้งครอบครัว ช้อน อะไรก็ไม่ใช้ มือใครมือมันหยิบอาหาร ใส่ปากเอาเลย นายขอทานคนที่ว่านี้เป็นโรค เรื้อนงอมแงม นิ้วมือแต่ละข้อแทบจะ ขาดหลุดทั้งนั้น แต่ถึงแม้ยากจนเขาก็ ใจบุญ พอเห็นพระอรหันต์บิณฑบาต ตรงมาก็ดีใจว่าวันนี้จะได้ถวายทาน รีบเอามือกวาดอาหารในถาดกันไว้ เป็นแถบ ๆ ว่า แถบนี้ยังไม่ได้กิน แถบ โน้นกินแล้ว จากนั้นก็ยกถาดขึ้นสาธุ ท่วมหัว นิมนต์พระอรหันต์ให้รับบาตร พระอรหันต์รับอาหารของ ขอทานโดยไม่แสดงอาการรังเกียจ เลย แม้เขาจะเอานิ้วชี้เรื้อนทั้ง ๕ หยิบอาหารใส่บาตรอย่างไม่ถนัด ถนนัก บังเอิญนิ้วชี้เรื้อนนิ่วหนึ่ง เกิดขาดหลุดตกลงไปในบาตร...!! เป็นเราคงไม่ปล่อยจนได้ของ แถมอย่างนี้หรอก แค่เห็นนิ้วร่องแร่งก็ ปิดฝาบาตรแน่นเดินหลีกไปแล้ว แต่พระอรหันต์ท่

หัวข้อประเด็น

- การรับประทานอาหารของพระอรหันต์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พวกเรา เวลารับประทานก็นั่งล้อมวง รับประทานพร้อมกันทั้งครอบครัว ช้อน อะไรก็ไม่ใช้ มือใครมือมันหยิบอาหาร ใส่ปากเอาเลย นายขอทานคนที่ว่านี้เป็นโรค เรื้อนงอมแงม นิ้วมือแต่ละข้อแทบจะ ขาดหลุดทั้งนั้น แต่ถึงแม้ยากจนเขาก็ ใจบุญ พอเห็นพระอรหันต์บิณฑบาต ตรงมาก็ดีใจว่าวันนี้จะได้ถวายทาน รีบเอามือกวาดอาหารในถาดกันไว้ เป็นแถบ ๆ ว่า แถบนี้ยังไม่ได้กิน แถบ โน้นกินแล้ว จากนั้นก็ยกถาดขึ้นสาธุ ท่วมหัว นิมนต์พระอรหันต์ให้รับบาตร พระอรหันต์รับอาหารของ ขอทานโดยไม่แสดงอาการรังเกียจ เลย แม้เขาจะเอานิ้วชี้เรื้อนทั้ง ๕ หยิบอาหารใส่บาตรอย่างไม่ถนัด ถนนัก บังเอิญนิ้วชี้เรื้อนนิ่วหนึ่ง เกิดขาดหลุดตกลงไปในบาตร...!! เป็นเราคงไม่ปล่อยจนได้ของ แถมอย่างนี้หรอก แค่เห็นนิ้วร่องแร่งก็ ปิดฝาบาตรแน่นเดินหลีกไปแล้ว แต่พระอรหันต์ท่านมีเมตตาสูง ท่านหมดกิเลสจริง ๆ เขาแถมนิ้วมือให้ นิ้วหนึ่งท่านก็ไม่ว่ากระไร เท่านั้นยัง ไม่พอ ท่านตั้งใจฉลองศรัทธาของ ขอทานขี้เรื้อนอย่างเต็มที่ หวังให้เขา ได้บุญมาก ๆ ทันตาเห็น จะได้หมดเวร เป็นขอทานแค่ชาติสุดท้ายเสียที ท่าน รับบาตรแล้วก็ตรงไปที่ร่มไม้ใกล้ ๆ ลงนั่งขัดตะหมาดวางบาตรไว้ข้างหน้า หยิบนิ้วขี้เรื้อนท่อนนั้นโยนทิ้งเหมือน เป็นเศษไม้เศษผงธรรมดา แล้วท่าน ก็หยิบคำข้าวขึ้นฉันหน้าตาเฉย (เป็น พระหนุ่มสมัยเราบางรูป ถ้าพลาดมา ถึงขั้นนี้ คงเทอาหารทั้งหมดทั้งบาตร...) ฝ่ายขอทานเห็นแล้วก็ดีอกดีใจ ยกใหญ่ เป็นพระอรหันต์ท่านทำใจได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ยากอยู่นะ ชาวบ้านทั่วไป พอตักบาตรก็อยากให้พระฉันของที่ตัว ถวาย กับข้าวจะประณีต ไม่ประณีต เหมาะกับวัยกับสังขารของท่านหรือไม่ ก็ไม่ค่อยคำนึงถึง ถ้าท่านเผลอแสดง อาการไม่อยากได้ เขาก็เสียใจ พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นประโยชน์ ในการรักษาศรัทธาของญาติโยมไว้จึง ทรงบัญญัติพระวินัยขึ้นมาว่า เมื่อออก รับบิณฑบาตต้องรับอาหารโดยไม่คำนึง ว่าอาหารนั้นจะประณีตหรือไม่ เมื่อ รับแล้วต้องฉัน ห้ามเอาไปเททิ้ง ถือ เป็นมารยาทอย่างหนึ่งของพระภิกษุ ก็ขอฝากกับพวกเราว่า ตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงขนาดนี้ เราล้วน มีเพื่อนรักเพื่อนสนิทกันมาแล้วทั้งนั้น เพื่อนบางคนก็ยากจนกว่าเรา บางคน ก็เท่าเรา ที่รวยกว่าเราก็มี เรื่องความ รวยความจนนี่ช่วยกันไม่ได้จริงๆ เป็น เรื่องของบุญของบาปข้ามภพข้ามชาติ มา คบเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ควรรังเกียจ ว่า คนนี้จน คบไว้เป็นบริวาร ไว้ใช้งาน เท่านั้น ไม่อยากสนิทสนมถึงขนาด ตามไปกินข้าวกินปลาที่บ้าน ครั้นเขา ชวนก็บ่ายเบี่ยง หรือไปแล้วก็กินไป ติไปบ่นไป เดี๋ยวจะเสียน้ำใจกันเปล่า ๆ มีอย่างไรก็กินกันอย่างนั้น ประสาจน เพราะเราเองแม้จะรวยก็ไม่รู้หรอกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร เคราะห์หาม ยามร้าย บ้านเราอาจถูกไฟไหม้ หรือ ถูกไล่ออกจากงานกลางคัน ถึงเวลา นั้นเราอาจจนกว่าเขาก็ได้ เพราะฉะนั้น นิสัยดูถูกคน อย่าให้เกิดมีขึ้นได้ คบคนมองคน ที่คุณธรรมดีกว่า ถ้าเขานิสัยดี คุณธรรมดี แม้ยากจนเพียงไรก็ รักษาน้ำใจเขาไว้เถิด ใครทำอย่าง นี้ได้สนิทสนมก็ถือว่ามีมนุษย สัมพันธ์ดีเยี่ยม หน้าที่การ ทุกอย่างจะคล่องตัวไปหมด เรื่องอาหารชนิดกลืนไม่ลงนี้ หลวงพ่อเจอหลายครั้ง มาเป็นพระแล้ว ก็ยังเจอ ก็ทน ๆ ตื่น ๆ กันไป ไม่แสดง ออกนอกหน้า ถ้าไม่หดอดทนอย่างนี้ ก็สร้างวัดไม่สำเร็จ เคยเล่าให้เด็ก ๆ ลูกศิษย์ฟังกันหลายคนว่า เมื่อเริ่มสร้าง วัดใหม่ ๆ หลวงพ่อยังไม่ได้บวช ตอนนั้น เราจำเป็นต้องขอร้องชาวนาให้ออกจาก พื้นที่ แม้จะให้เงินชดเชยเขาบ้างตาม สมควร ก็รู้อยู่ว่าเขาไม่ชอบใจนักเพราะ ต้องลำบากไปหาที่อยู่ใหม่ แต่โชคดีที่ เขาเห็นแก่บุญ แก่กุศล จึงไม่ขัดขวาง อะไร ถึงกระนั้น เพื่อรักษาน้ำใจเขาไว้ หลวงพ่อก็ต้องหาเวลาออกไปเยี่ยม เยียนเขาที่บ้านบ้าง มีอะไรไม่เข้าใจ ทุกข์ร้อนอะไรพอช่วยได้ก็จะได้ช่วย กันไป อธิบายกันไป เขาก็ดี ใจคอ กว้างขวาง ต้อนรับขับสู้อย่างดี ชวน กินข้าวกินปลาเสร็จสรรพ จะปฏิเสธ ก็ดูไม่ควร กับข้าวพื้นบ้านก็รู้ ๆ อยู่ว่า ทำกันง่าย ๆ ประสาจน ไม่พิถีพิถันนัก บางคราวเจอแกงส้มเหม็นคาวเฉียบเลย ตักเข้าไปคำหนึ่งก็รู้ว่ากินต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ถ้าขึ้นแสดงอาการว่ากินไม่ได้ ชะยัก ขะย้อนอ้วกอ้ากออกมาเมื่อไหร่เป็นได้ ศัตรูทันที ก็ต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ อีกอย่างเรา ก็ไม่ได้แกล้งทำให้เรากิน เป็นความ เคยชินของเขาอย่างนั้น แต่เราก็มี ความเคยชินของเราว่า อย่างนี้กิน Kalyanamitra.org ๕๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More