ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้ง ๓ สามารถช่วยเหลือดูแลตนเองได้
ในหลาย ๆ เรื่อง โดยที่บิดามารดาคอย
เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ ไม่ต้องคอยประคับ
ประคองทุกฝีก้าว นอกจากนี้ยังเป็นผู้
ที่ว่านอนสอนง่าย รักการปฏิบัติธรรม
สวดมนต์ นั่งสมาธิเช่นเดียวกับบิดา
มารดา
ส่วนทางด้านกำลังกาย ในวัน
หยุดน้อง ๆ ทั้ง ๓
๓ จะช่วยปฏิบัติงานกลุ่ม
ธรรมโฆษณ์เท่าที่จะทำได้
“ลูกคนโตกับคนที่ ๒ (น้องป๊อก-
แป๊กและน้องปัง) จะช่วยพี่ด้วยการออก
ไปบอกบุญตามบ้านด้วย ส่วนคนเล็ก
(น้องเปี๊ยก) ชอบไปช่วยแจกใบฎีกาและ
ขอเป็นประธานงานบุญทุกครั้ง เขาจะ
คอยซักถามพี่ทุกวันนะคะว่ากองของเขา
ออกแล้วหรือยัง แล้วจะได้ไปบอกบุญ
ครู เพื่อน ๆ และญาติ ๆ ครั้งหนึ่ง ๆ ก็
ได้เป็นพันนะคะ
เวลาที่พี่ไปอยู่ธุดงค์ก็ไปกันทั้ง
ครอบครัว ลูก ๆ ๒ คน ถือศีล ๘ ส่วน
คนเล็กยังถือแค่ศีล ๕ เท่านั้น เรื่องนั่ง
สมาธิก็เหมือนกันนะคะ พวกเขายังนั่ง
กันได้ไม่ดีนัก แต่ก็สวดมนต์ทำวัตรกัน
ได้คล่อง ตอนเช้า ๆ เวลาคุณพ่อขับรถ
ไปส่งที่โรงเรียน ก็จะเปิดเทปทำวัตรเช้า
ไปด้วย แล้วลูก ๆ ก็สวดตาม ตอนขากลับ
ก็เปิดท่าวัตรเย็น เขาก็จำกันได้เร็ว”
ปัญหาการทำงานของคุณ
สมชายและคุณศุภร ก็คือปัญหาที่
ชาวกัลยาณมิตรทั่วไปได้ประสบ
กันเป็นอันมากคือ คนทั่วไปที่ปฏิ
เสธการไปวัดพระธรรมกาย โดย
อ้างว่าไม่มีเวลาว่าง
ก็ขออนุญาตนำข้อความของ
พระธรรมโกศาจารย์ จากหนังสือ มงคล
เมื่อเราตั้งใจ
ทำงานที่จะสร้าง
บุญบารมีแล้ว
เราควรจะทุ่มเท
ชีวิตเลยนะคะ
สาร ของมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาและ
เผยแพร่ธรรม ฉบับที่ ๒๕๓ เดือน กุม
ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในหัวข้อว่า “วาง
แล้วจึงว่าง” มาให้เจ้าของตอบเช่นนั้น
ได้กระจ่างว่า ที่ไม่ว่างนั้น เป็นเพราะ
เหตุใดกันแน่ พระธรรมโกศาจารย์เขียน
ไว้ว่า
“คนส่วนมากมักจะบ่นว่า รุ่น
มีกิจธุระมาก ไม่มีเวลาจะสวดมนต์
ไหว้พระ ไม่มีเวลาว่างซึ่งจะทำสมาธิ
เจริญภาวนา ไม่ว่างเสียเลย ต้องอยู่
กับงานตลอดเวลา
ความจริงก็น่าเห็นใจของคนที่
มากด้วยงานอย่างนั้น และก็จริงอีก
เหมือนกัน งานทุกอย่างทำจนตายก็
ไม่จบ ยิ่งทำงานก็ยิ่งมี เพราะคนทำ
งานจึงมีงาน คนไม่ทำงานก็ดูเหมือน
ไม่มีงาน ที่เขาไม่ทำงานนั้น ก็เป็นเพราะ
เขาหยุดพักผ่อนหาเวลาไปเที่ยวหย่อน
อารมณ์บ้าง
ธรรมดางานนั้น ถ้าเราวาง เรา
ก็ว่าง ถ้าเราไม่วาง เราก็ไม่ว่าง หาก
จะรอจนว่างแล้ว จะทำบุญทำกุศล
รักษาศีลหรือทําสมาธิภาวนา เป็นตาย
เปล่า ไม่ได้ทําแน่ ๆ
ดังนั้น จึงควรที่จะปลีกเวลา วาง
งาน พักผ่อนบ้างหรือบำเพ็ญกุศล รักษา
ศีล ทำสมาธิภาวนา เพื่อความสุขใจตาม
สมควร และความจริงก็ควรปฏิบัติธรรม
ขณะที่ยังไม่ว่างนี้แหละ จึงจะเห็นอานิ
สงส์ได้ชัด ทั้งแสดงว่าเรามีกำลังใจมาก
รู้จักงานว่า ฉันใดควรจะทำเมื่อใดเพียง
ใด”
การที่ได้ตั้งชื่อไว้ว่า “ครอบครัว
ธรรมโมแก่ ผู้มีวิญญาณเป็นกัลยาณ
มิตร” นั้น เป็นข้อความที่เหมาะสมยิ่ง
นักต่อค่าบรรยายลักษณะของครอบครัว
“สุวรรณมณีแดง"
เพราะประตูบ้านของครอบครัวนี้
เปิดกว้างสำหรับต้อนรับผู้มาพำนัก
ปฏิบัติธรรม ร่วมกันนั่งสมาธิภาวนา
เป็นประจำทุกวัน หรือแม้แต่ผู้ใดมี
ปัญหาหรือความทุกข์ คุณสมชายและ
คุณศุภร ก็พร้อมเสมอที่จะนำธรรมะ
นำคำสั่งสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้ามาปัดเป่าให้เบาบางลงหรือ
หมดสิ้นไป ตามที่คุณศุภเล่าว่า
“ที่บ้านพี่จะมีคนมานั่งปฏิบัติ
ธรรมทุกวันก็ว่าได้ มากันตั้งแต่เลิกงาน
สวดมนต์ร่วมกัน ทำสมาธิร่วมกัน การ
กินอยู่หรือการนอนก็อยู่แบบง่าย ๆ แบบ
ชีวิตชาววัด ใครจะถือศีล ๘ หรือศีล ๕
ก็ตามใจ พอรุ่งขึ้นต่างคนต่างก็ออกไป
ทำงาน หรือถ้าใครมีปัญหาอะไรก็ปรึกษา
กันได้ บางครั้งนะคะ มีโทรศัพท์มา
ปรึกษาดึก ๆ หรือเช้ามืด ปลุกจากที่นอน
เลยทีเดียว”
นี่แหละค่ะ ครอบครัวของคุณ
สมชาย-คุณศุภร สุวรรณมณีแดง
ครอบครัวของนักปฏิบัติธรรม เป็น
ครอบครัวที่สงบด้วยธรรมะ และ
อบอุ่นด้วยไมตรีจิต สมกับเป็น
กัลยาณมิตรโดยแท้
Kalyanamitra.org
๔๗