การทดสอบกำลังของปาทเสน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 36
หน้าที่ 36 / 120

สรุปเนื้อหา

ปาทเสนมีใบหน้าเป็นปกติ ยิ้ม น้อย ๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบขนม ข้าวฟ่าง ๒ ชั้น เอามาปั้นเป็นปั้น เดียว หากแต่เป็นปั้นเรื่องขึ้นอีกเท่าตัว แล้วพูดว่า "มหาชลิต เธอรัดคอพี่ไม่มั่น เอง คงจะเป็นด้วยเกรงใจพี่ กลัวไปว่า พี่จะเจ็บ จะหายใจไม่ออก จึงเพลามือ คราวนี้เอาใหม่ พี่รวมขนม 6 นั้น ทำเป็นปั้นเดียวแล้ว มหาชลิตจงรัดคอ พี่ให้แน่นกว่าก่อน ดูทีหรือว่า พี่จะกลืน ขนมปั้นใหญ่นี้ล่วงเลยลำคอไปได้ หรือไม่” มหาชลิดลุกขึ้นกางมี ซึ่งแข็ง ประหนึ่งดื่มเหล็ก เข้าจับคอปาทเสน ทันที คิดว่าคราวนี้จะเอาให้อยู่มือ แต่ครั้นปาทเสนอ้าปาก เอาปั้นขนม หย่อนลงวางกลางช่องลำคอ ให้ สัญญาณมหาชลิตลงมือรัดคอให้แน่น แล้ว ก็ตะเบ็งแรงที่คอกลืนปั้นขนม ลงไปอีก สุดกำลังมือมหาชลิตจะรั้ง ขนมปั้นนั้นไว้ได้เช่นคราวก่อน แม้ในครั้งที่ ๓ ถึงแม้ปาท

หัวข้อประเด็น

- การทดสอบกำลังของปาทเสน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๓๒ ๒ ปาทเสนมีใบหน้าเป็นปกติ ยิ้ม น้อย ๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบขนม ข้าวฟ่าง ๒ ชั้น เอามาปั้นเป็นปั้น เดียว หากแต่เป็นปั้นเรื่องขึ้นอีกเท่าตัว แล้วพูดว่า "มหาชลิต เธอรัดคอพี่ไม่มั่น เอง คงจะเป็นด้วยเกรงใจพี่ กลัวไปว่า พี่จะเจ็บ จะหายใจไม่ออก จึงเพลามือ คราวนี้เอาใหม่ พี่รวมขนม 6 นั้น ทำเป็นปั้นเดียวแล้ว มหาชลิตจงรัดคอ พี่ให้แน่นกว่าก่อน ดูทีหรือว่า พี่จะกลืน ขนมปั้นใหญ่นี้ล่วงเลยลำคอไปได้ หรือไม่” มหาชลิดลุกขึ้นกางมี ซึ่งแข็ง ประหนึ่งดื่มเหล็ก เข้าจับคอปาทเสน ทันที คิดว่าคราวนี้จะเอาให้อยู่มือ แต่ครั้นปาทเสนอ้าปาก เอาปั้นขนม หย่อนลงวางกลางช่องลำคอ ให้ สัญญาณมหาชลิตลงมือรัดคอให้แน่น แล้ว ก็ตะเบ็งแรงที่คอกลืนปั้นขนม ลงไปอีก สุดกำลังมือมหาชลิตจะรั้ง ขนมปั้นนั้นไว้ได้เช่นคราวก่อน แม้ในครั้งที่ ๓ ถึงแม้ปาทเสน จะรวมปั้นขนม ๓ ชั้น ทำเป็นปั้น เดียว ทวีความโตขึ้นอีก ยั่วมหาชลิต ให้พอใจของแรงอีก และทั้ง ๆ ที่ มหาชลิตจะได้ทุ่มเทกำลังแขน มือ เข้ารัดคอปาทเสนจนเหงื่อไหลออกทุก ชุมชน ก็ไม่สามารถจะห้ามคอหอย 0 ปาทเสนไม่ให้กลิ่นขนมได้ มหาชลิต ต้องพ่ายกำลังปาทเสนถึง ๓ ครั้ง มหาชลิตกราบลงแทบเท้าปาทเสน แสดงคารวะขออดโทษในการกระทํา เช่น นั้นตามประเพณีนิยมเป็นอย่างดี พร้อมกับสรรเสริญกำลังของปาทเสน ว่าเป็นยอดของบุคคลที่มีกำลังตามที่ ตนได้ประจักษ์มา สมกับเกียรติศัพท์ เรื่องฤาชาปรากฏไปทั่วปฐพี ว่าแม่ทัพ ของพระเจ้าอภัยทุฏฐิคามินีนั้นทรงพลัง แรงเสมอด้วยสิบเชือกคชสาร ควรแก่ อภิวันทนาการของศัตรูทั่วทุกทิศ ดังที่ข้าน้อยมหาชลิตได้ประจักษ์ตา อยู่ในบัดนี้ หนุ่มน้อยมหาชลิตกล่าวดังนั้น แล้ว ก็ทำคารวะอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ กล่าวมอบตนเป็นศิษย์ พร้อมทั้งเป็น คนใช้ที่ใกล้ชิดติดตามดังทาสที่ซื่อสัตย์ ปาทเสนพอใจในมารยาทของ หนุ่มมหาชลิต พลางเอื้อมมือไปจับไหล่ ของมหาชลิตที่หมอบอยู่ให้ทรงตัว ขึ้นนั่งตรงด้วยเมตตา พร้อมกับกล่าว ว่า “น้องชาย เจ้ามิใช่ไม่รู้กำลังกาย ของพี่อย่างเดียวก็หาไม่ แม้กำลังใจ ของพี่ขณะนี้ เจ้าก็ไม่รู้ด้วย มหาชลิต เวลานี้พีได้ถวายบังคมลาพระมหา กษัตริย์เจ้าออกจากตำแหน่งขุนพล ของกองทัพแห่งอนุราธบุรีเสียแล้ว โดยที่พี่ปรารถนาจะบวชเป็นสมณ ศากยบุตรในพระพุทธศาสนา ต้องการ อยู่ลำพังผู้เดียวในที่สุด มุ่งสาธุปฏิบัติ เพื่อมรรคผลสืบไป พี่ไม่ต้องการผู้หนึ่ง ผู้ใดติดตามเป็นเพื่อนสอง แต่เอาเถอะ! มหาชลิต หากเจ้า ประสงค์จะทำราชการในราชสำนัก ของพระเจ้าอภัยทุฏฐคามินีแล้ว พี่จะ ฝากให้ มหาชลิต ความจริงเจ้ายังเยาว์ วัยอยู่ แรงจึงยังน้อย หากเจ้าเจริญวัย ขึ้นอีกสักหน่อย กำลังแรงของเจ้าก็จัก ทวีขึ้นโดยไม่ต้องสงสัย ถึงแม้คนที่อยู่ ในวัยเสมอเจ้า มีพลังอย่างเจ้า พี่ก็ยัง มองไม่เห็นว่ามีอยู่ที่ไหน หากเจ้าตั้งใจ รับราชการแล้ว พี่เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าอาจได้ตำแหน่งขุนพลในเมื่อหน้า เจ้าจงเข้าไปหาท่านชัยทัตต์ มหาอำ มาตย์ผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่ไว้วางพระทัยของ พระเจ้าอนุราธปุรี โดยมีความจงรักภักดี และซื่อสัตย์สะอาด ทั้งมีความรู้ความ สามารถ พร้อมด้วยเมตตาและการุญ เป็นอำมาตย์ที่ทรงคุณควรแก่ความเป็น เจ้านายยิ่งนัก มหาชลิต ! ถ้าเจ้ามีใจ รักในความเป็นใหญ่ในราชกิจ เชื่อว่า จะเป็นใหญ่ในราชกิจและเชื่อว่าจะ เป็นผลสัมฤทธิ์ พี่ขออวยพรให้ชัยชนะ จงเป็นของเจ้าเสมอ” แล้วกล่าวต่อไป ว่า “มหาชลิต พี่ขอถือโอกาสลาเจ้า เพื่อไปปฏิบัติงานของพี่เป็นนักแสวง บุญสืบไป มหาชลิต ขอเรือให้พี่สักลำ เถอะ พี่จะใช้เป็นพาหนะเดินทางข้าม มหาสมุทร” หนุ่มมหาชลิตมีความเสียดาย เป็นอย่างมาก ที่ไม่ได้มีโอกาสเป็น ศิษย์ติดตามขุนพลปาทเสน แต่รู้สึก ซาบซึ้งในความกรุณาของท่านขุนพล ที่มอบหนังสือฝากฝังให้เข้ารับราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนปรารถนามานาน แล้ว ยิ่งได้รับคำพยากรณ์ของปาทเสน ว่า ตนมีหวังจะเป็นผู้มีโชคดีในอนาคต ก็ปลื้มใจ ร่าเริง ดังปลาใต้น้ำ ทำคารวะ ขุนพลปาทเสนแล้วก็ลุกออกไปนอก เรือน ยกเรือโกลน หนึ่งใส่บ่าแบก มาวางไว้ที่ท่าน้ำ มีอาการเสมือน ยกถังน้ำมายังตีนท่า ด้วยกำลังแรง ของตน เมื่อขุนพลปาทเสนได้เรือแล้ว ก็ กล่าวคำขอบคุณมหาชลิตพร้อมกับ อำลาลงเรือ ครั้นลงนั่งบนเรือเรียบร้อย แล้ว ก็ใช้เท้าข้างหนึ่งอันฝั่งแม่น้ำ ออกไปโดยแรง เรือโกลนลำนั้นก็พา ขุนพลแล่นตัดกระแสน้ำออกสู่มหาสมุทร รวดเร็วประดุจลมพัด วันเดียวเท่านั้น ก็พลันถึงนาคทวีป รุ่งขึ้นปาทเสน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More