ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖
อย่างดีก็ยังถูกพัดมกลิ้งล้มหงายเสีย
หายหมดเลย คงเพราะเป็นที่โล่ง ลม
สามารถพัดได้แรง ไม่มีสิ่งกีดขวาง พอเจอ
เต็นท์ก็หอบไปซะเลย
สำหรับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทำให้ผมได้พบกับข้อคิด
เมื่อวานนี้
หลาย ๆ ช้อ
แต่ผมขอเก็บไว้ขบคิด
คนเดียวเล่น ๆ ก่อนที่จะให้คนอื่น
ได้รับรู้
“ไม่แต่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้น
ที่คัดเลือก แม้แต่ธรรมชาติยังคัด
เลือกเราอีกด้วย”
๙ เมษายน ๒๕๒๙
มุ่งสู่เส้นชัย
เอาอีกแล้ว วันนี้หลวงพ่อท่าน
คัดตัวธรรมทายาทอีกแล้ว คราวนี้ใช้
อุบายให้โกนผม หลายคนไม่อยากโกน
แล้วคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้บวช ก็เลย
รีบกลับบ้านไปเลย แต่ก็มีบ้างเหมือนกัน
คนที่ไม่ได้บวช แต่อยากอยู่อบรมจน
ครบกําหนด สําหรับคนพวกนี้ผมเองขอ
ชมเชยพวกเขาด้วยใจจริง
ที่มีความ
อดทนและอยู่สู้ต่อไป เพื่อจะให้ได้มา
ซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ ส่วนคนที่กลับบ้าน
ไปตั้งแต่มาเข้าอบรมใหม่ ๆ จนกระทั่ง
ถึงวันนี้นั้น ผมเองรู้สึกเสียดายแทนเขา
อย่างยิ่งในหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง
เพราะสิ่งที่พวกเขาควรจะได้รับไป
จากการอบรมนั้นเขาอาจจะได้รับไป
โดยไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ว่าด้วยจิตใจที่
อ่อนแอ พวกเขาจึงได้พลาดโอกาสอันดี
นี้ไป บางครั้งผมเคยได้ยินคนอื่นเขา
พูดคุยกันถึงเรื่องเลิกการอบรม เพราะ
สาเหตุสารพัดอย่าง มันทำให้ผมคิด
บ้างเหมือนกัน แต่ว่าผมได้คอยเตือน
ตนเองอยู่เสมอ ๆ ไม่ให้ตกเป็น
มันอยู่
ทาสของอารมณ์เหล่านี้ ทั้งยังคอยให้
จะบอกว่าได้น้อย หรือคิดในใจ
กำลังใจตนเองอยู่เสมอ ๆ จึงทำให้ตัว
ว่าได้น้อยจะกินไม่พอ ทั้ง ๆ ที่
ผมเองใกล้เส้นชัยของชีวิตเข้าไปทุกขณะ
ยังไม่ได้ลงมือกันเลย ซึ่งการที่
แล้ว และผมเองก็กำลังก้าวเข้าไปหา
เราบอกว่าได้น้อยนี้มันเกิดจาก
เราเอาของที่ได้รับนี้ไปเปรียบเทียบ
กับคนอื่นที่เขาต้องกินมาก ๆ แต่
ไม่เคยเลยที่จะเอาไปเปรียบเทียบ
กับคนที่ได้น้อยกว่าเรา อันนี้มัน
เลยทำให้จิตใจเราโลกขึ้นไปอีก
๒๗ เมษายน ๒๕๒๘
จับผิดตนเอง
เผลอแผล็บเดียวเกือบจะครบเดือน
ซะแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปเร็วจังเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวันหนึ่ง ๆ มีกิจวัตร
ที่ต้องทำน้อยและเหมือนเดิมทุกวัน ๆ
หรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเบื่อ
เลย เพราะเดี๋ยวนี้มันชินซะแล้ว
ตั้งแต่มาอยู่ที่วัดนี้ ผมเองคอย
สังเกตตนเองอยู่เสมอ หรือแทบจะตลอด
เวลาก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำ
ความรู้จักกับตัวเราเองให้มากที่สุด
หรือให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย คล้าย ๆ
กับอย่างที่หลวงพ่อท่านจับผิดตนเอง
นั่นแหละครับ เหมือนกับตนเองกำลัง
จับตามองตนเองยังงั้นแหละ ซึ่งอันนี้
ผมคิดว่าทำได้ไม่ง่ายเลย ถ้าหากเรา
ไม่ทำจริง ๆ แล้ว เราจะไม่มีวันได้รู้จัก
ตนเองเลย มัวแต่ไปหลงสนใจแก้ไข
แต่คนอื่น แต่การแก้ไขตนเองมักไม่
ค่อยได้สนใจ
ผมเองนั้นจับผิดตนเองได้หลาย
เรื่องเหมือนกัน ที่เกิดขึ้นได้ง่ายก็คือ
เรื่องอาหารการกิน หรือสิ่งของเครื่องใช้
ต่าง ๆ อันนี้เวลาไม่มีมันก็ดีอยู่หรอก
พอจะบอกหรือสอนตนเองได้ แต่ถ้า
เมื่อไหร่ที่ความมีเกิดขึ้น จิตใจมักจะ
ต้องต่อสู้อย่างหนักทีเดียวระหว่างความ
อยากกับความพอ ซึ่งผมได้ข้อสังเกตมา
ข้อหนึ่ง จากการสังเกตจิตใจของผมเอง
คือ เรื่องอาหารการกินนี้ เรามัก
ดังนั้น ผมเองเลยต้องรีบแก้ไขนิสัย
ชอบเอาไปเปรียบเทียบเสียโดยมองดู
แต่อาหารในจานของตัวเอง ไม่กล้ามอง
จานคนอื่น ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นแหละ
คนอื่นจะมากน้อยยังไงก็ช่างเขา และ
ผมยังกะประมาณอาหารที่กินในแต่ละ
วันโดยใช้วิธีนับคำข้าวว่าคำจึงพอดีอิ่ม
ไม่แน่นท้อง ซึ่งผมทำอยู่ทุกวัน ๆ แต่ยัง
หาพอดีไม่ค่อยจะได้
๒๘ เมษายน ๒๕๒๙
ติตดินเพื่อน
วันนี้ได้ไปซ้อมพิธีบรรพชาที่วัด
เบญจฯ ไปกันตั้งแต่บ่าย กว่าจะเสร็จ
ก็เกือบ ๓ ทุ่ม นานน่าดูเหมือนกัน
นี่ขนาดซ้อมนะ ถ้าวันจริงจะแค่ไหน
คงตื่นเต้นมาก แล้วก็มีคนมาคอยจับตา
มองเราอีก บางทีอาจจะทำให้เกร็งได้
เหมือนกัน
บวชคราวนี้เราบอกแต่เพียงพ่อแม่
และเพื่อนอีกคนหนึ่งเท่านั้น เพราะ
ไม่อยากรบกวนใคร แต่ถ้าหากญาติ ๆ
จะไปกันคงไม่เป็นไร น่าเสียดายที
เหลือเวลาอีกแค่ 6 วันเท่านั้นก็บวช
แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีเพื่อนอีกคน
หนึ่งซึ่งเรารักใคร่สนิทสนมกันมาก
แต่เสียดายที่ศึกษาอยู่กันคนละแห่ง
Kalyanamitra.org