ความทุกข์ยากของมารดาบิดา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 103
หน้าที่ 103 / 120

สรุปเนื้อหา

ของตนว่า ทำไมไม่ไปอยู่บ้านของลูก อีกคนหนึ่งบ้าง มารดาบิดาจึงต้องไป อาศัยบุตรคนเล็ก ในไม่ช้าก็ได้ข่าวมาอีก ว่า มารดาบิดาต้องแอบร้องไห้เพราะ ลูกของตนพูดเสียดสี จะไม่ทนก็ไม่รู้ จะไปพึ่งใคร “ลำดับนั้น พ่อและตุลีนี้เห็นเป็น โอกาสอันควรแล้ว จึงไปหาเจ้าหนี้ ผู้เป็นเจ้าของเรือนเก่าของมารดาบิดานั้น ขอซื้อคืนตลอดจนเครื่องใช้ทั้งปวงที่ ตกไปเป็นของผู้อื่น ครั้นซื้อได้เรียบร้อย แล้ว จึงให้คนรับใช้ชราผู้ซื่อสัตย์นั้น ไปตามมารดาบิดาของตุลินี มาจาก บ้านบุตรคนเล็ก ที่ไปอาศัยอยู่อย่าง ลำาบากยากเข็ญ และต้องช่วยเขา ทํางาน บางครั้งก็ถูกลูกของตนเอง ว่ากล่าวให้เจ็บใจ ตุลินีได้สั่งไปมิให้ บอกว่าใครให้ตามหา เป็นแต่ว่าจะมี คนช่วยเหลือ ขอให้ไปพบที่บ้านเก่า “สองสามีภรรยาดีใจแกมลังเล เมื่อคนที่เคยรับใช้ตนไปบอกขอให้ไป ที

หัวข้อประเด็น

- ความทุกข์ยากของมารดาบิดา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของตนว่า ทำไมไม่ไปอยู่บ้านของลูก อีกคนหนึ่งบ้าง มารดาบิดาจึงต้องไป อาศัยบุตรคนเล็ก ในไม่ช้าก็ได้ข่าวมาอีก ว่า มารดาบิดาต้องแอบร้องไห้เพราะ ลูกของตนพูดเสียดสี จะไม่ทนก็ไม่รู้ จะไปพึ่งใคร “ลำดับนั้น พ่อและตุลีนี้เห็นเป็น โอกาสอันควรแล้ว จึงไปหาเจ้าหนี้ ผู้เป็นเจ้าของเรือนเก่าของมารดาบิดานั้น ขอซื้อคืนตลอดจนเครื่องใช้ทั้งปวงที่ ตกไปเป็นของผู้อื่น ครั้นซื้อได้เรียบร้อย แล้ว จึงให้คนรับใช้ชราผู้ซื่อสัตย์นั้น ไปตามมารดาบิดาของตุลินี มาจาก บ้านบุตรคนเล็ก ที่ไปอาศัยอยู่อย่าง ลำาบากยากเข็ญ และต้องช่วยเขา ทํางาน บางครั้งก็ถูกลูกของตนเอง ว่ากล่าวให้เจ็บใจ ตุลินีได้สั่งไปมิให้ บอกว่าใครให้ตามหา เป็นแต่ว่าจะมี คนช่วยเหลือ ขอให้ไปพบที่บ้านเก่า “สองสามีภรรยาดีใจแกมลังเล เมื่อคนที่เคยรับใช้ตนไปบอกขอให้ไป ที่บ้านเก่า จะมีคนช่วยเหลือให้อยู่เป็น สุข แต่จะจริงหรือไม่จริงก็ยังดีกว่า ไม่มีที่หวังอะไรเสียเลย ตนมาตกยาก ครั้งนี้สาหัสนัก จึงลืมความถือตัวทั้ง ปวงสิ้น ภรรยาตรงเข้ากอดคนรับใช้แล้ว ก็ร้องไห้รำพันถึงความทุกข์ยาก แต่ก็ ไม่วายเหลียวดูทางโน้นทางนี้ด้วยเกรง ลูกจะเห็น จะทำอะไรเล็กน้อยก็กลัว เขาไปทุกฝีก้าว เพราะต้องอาศัยเขากิน ถ้าเขาโกรธไล่ไปเสียก็คงอดตาย ฝ่าย คนรับใช้ก็พลอยร้องไห้ไปด้วยกับนายเก่า มองทน. “สุรเสนะเอย! เจ้าจงจำตัวอย่าง ไว้ให้ดี ในยามมั่งมีเป็นผาสุก อย่า เห็นคนอื่นเป็นเสมือนก้อนดินท่อนไม้ ที่พึ่งเหยียบเล่น หรือเดินข้ามเล่นตาม ในยามมั่งมีเป็นผาสุก อย่าเห็นคนอื่นเป็น เสมือนก้อนดินท่อนไม้ ที่พึ่งเหยียบเล่น หรือ เดินข้ามเล่นตามความ พอใจ ทุกสิ่งไม่มีอะไร แน่นอนในโลกนี้ ความพอใจ ทุกสิ่งไม่มีอะไรแน่นอน นี้เสียอีก จะกลับทำให้ท่านรู้สึกเจ็บ ในโลกนี้ ถ้าทำลืมตัวและฉวยพลาด พลั้งลง ตนเองก็จะถูกเหยียบยิ่งกว่า ที่เคยเหยียบผู้อื่น เมื่อสองสามีภรรยาตามคนรับใช้ มาถึงเรือนเก่าแห่งตนแล้ว ตุลินกับพ่อ ก็ไปต้อนรับ เรานั่งลงกราบท่านทั้งสอง ซึ่งทำให้ท่านตื่นเต้นมาก เมื่อจำได้ว่า เป็นลินีลูกที่ท่านเฆี่ยนตีจนสลบ ก็ ยืนชะงักนิ่งตลึงอยู่ “ตุลินีจึงเล่าความจำเดิมแต่หนี จากท่านไป เพราะเรื่องที่ถูกน้องทั้ง สองใส่ความให้ถูกเฆี่ยนตี จนไปอยู่ บ้านนายกองเกวียน และไปอยู่กับพ่อ ทั้งได้เล่าตลอดจนถึงว่า บัดนี้เราได้ ชื่อทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมาให้ท่าน ทั้งสองหมดสิ้นแล้ว “บิดาของทุนขบกรามแน่นน้ำตา ไหลลงอาบหน้าไม่พูดว่ากระไร ส่วน มารดานั้นก็ร้องไห้ด้วยเสียงอันดังเข้า กอดตุสินีไว้ ปากก็พร่ำขอโทษที่เคย เฆี่ยนตีทั้งที่ไม่มีความผิด ดูเหมือน การที่สุลินีสนองตอบท่านด้วยคุณความดี ร้าวในจิตใจ เพราะสำนึกในความผิด ของตนมากขึ้น มีเสียงสะอึกสะอื้น พรรณนาความลำบากที่ไปอยู่กับลูก ทั้งสองมิได้ขาดระยะ “ตุลินีเชย” นํ้าตาไหลเป็นทาง บิดาได้กล่าวขึ้นด้วยดวงหน้ามี “พ่อตบเจ้าถึงสลบ พ่อนี้เป็นคน ชาติชั่ว ประทุษร้ายเจ้าผู้ไม่มีความผิด ทั้งยังจะกลับมาอยู่บ้านที่เจ้าซื้อคืนให้ อีกเล่า พ่อควรจะกราบขอโทษเจ้า จึงจะถูก ครั้นแล้วท่านบิดานั้นก็ทำท่าจะ ลงกราบบุตรีของตนจริง ๆ คลินตรงเข้า ยุดมือไว้ กล่าวปลอบใจบิดาด้วย ประการต่าง ๆ จนคลายความโศกสลด แล้ว ก็จัดการให้ท่านทั้งสองได้อยู่เป็น สุขสืบมา อ่าน ฉบับหน้า Kalyanamitra.org ๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More