การเดินทางของปาทเสน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 37
หน้าที่ 37 / 120

สรุปเนื้อหา

ก็เดินทางในมหาสมุทรต่อไปอีก ๕๕ โยชน์ ก็ถึงทำการปัฏน์ เกิดปรากฏ เป็นคนอัศจรรย์แก่มหาชนในตำบลท่า นั้นเป็นอย่างมาก คนทั้งหลายพากัน ต้อนรับด้วยการสักการบูชาอย่าง สมเกียรติ ด้วยความพิศวงงงงวยใน อานุภาพที่ประจักษ์แก่ตา บาทเสนไม่ติดใจในเครื่องสักการะ ที่มหาชนจัดขึ้นต้อนรับนั้น ๆ กล่าว ขอบคุณในการปฏิสันถารพอสมควรแล้ว จึงได้ไต่ถามเขาว่า “ท่านผู้เจริญ ท่าน ยังจะทราบบ้างหรือไม่ว่าในถิ่นใด โดยจะใกล้หรือไกลจากที่นี้ มีบรรพชิต ผู้มีกายและจิตอันได้สังวรดีแล้วใน อริยธรรม ถึงความหลุดพ้นจากโลกียวิสัย ธรรมดา ผู้ปฏิบัติกรรมฐาน จะให้ได้ ผลดีนั้น ควรจะ ได้สัปปายะสี่บริบูรณ์ คือ เสนาสนสัปปายะ โภชนสัปปายะ บุคคลสัปปายะและ ธัมมสัปปายะ พระอรหันตเจ้า ซึ่งมีนามว่า พระวรุณ เดระ พบพระวรุณเถระ เมื่อปาทเสนย่างเท้าเข้าสู่ลาน

หัวข้อประเด็น

- การเดินทางของปาทเสน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็เดินทางในมหาสมุทรต่อไปอีก ๕๕ โยชน์ ก็ถึงทำการปัฏน์ เกิดปรากฏ เป็นคนอัศจรรย์แก่มหาชนในตำบลท่า นั้นเป็นอย่างมาก คนทั้งหลายพากัน ต้อนรับด้วยการสักการบูชาอย่าง สมเกียรติ ด้วยความพิศวงงงงวยใน อานุภาพที่ประจักษ์แก่ตา บาทเสนไม่ติดใจในเครื่องสักการะ ที่มหาชนจัดขึ้นต้อนรับนั้น ๆ กล่าว ขอบคุณในการปฏิสันถารพอสมควรแล้ว จึงได้ไต่ถามเขาว่า “ท่านผู้เจริญ ท่าน ยังจะทราบบ้างหรือไม่ว่าในถิ่นใด โดยจะใกล้หรือไกลจากที่นี้ มีบรรพชิต ผู้มีกายและจิตอันได้สังวรดีแล้วใน อริยธรรม ถึงความหลุดพ้นจากโลกียวิสัย ธรรมดา ผู้ปฏิบัติกรรมฐาน จะให้ได้ ผลดีนั้น ควรจะ ได้สัปปายะสี่บริบูรณ์ คือ เสนาสนสัปปายะ โภชนสัปปายะ บุคคลสัปปายะและ ธัมมสัปปายะ พระอรหันตเจ้า ซึ่งมีนามว่า พระวรุณ เดระ พบพระวรุณเถระ เมื่อปาทเสนย่างเท้าเข้าสู่ลาน ได้รับการบูชาจากคนทั่วไปว่า เป็น พระอรหันต์ควรแก่การบูชาของเทวดา และมนุษย์ทั้งมวล" “ท่านผู้แกว่นกล้า หาผู้เสมอมิได้ ชาวท่าการปฏน์เสนอข่าว "ตักนคร จากท่านี้ไปเพียง ๑๒ โยชน์เท่านั้น แหละท่าน ในที่ใกล้นั้นมีวิหารเป็น ที่อยู่ของพระอรหันต์ดั่งที่ท่านมุ่งหมาย เชิญท่านพำนักอยู่เสียให้สบายก่อน แล้วจึงค่อยเดินทางจะดีกว่า" “ขอขอบพระคุณท่านผู้ใจบุญ ทั้งมวล” ขุนพลปาทเสนพนมมือ คารวะรับข่าวดีด้วยความปีติ “ข้าพเจ้า สบายแล้ว ข้าพเจ้าสบายจริง ๆ เมื่อ ได้สดับข่าวดีจากท่านที่ใจบุญบอก เมื่อกี้ เสมือนหนึ่งท่านได้เมตตา ประทานอาหารอันประณีต แก่ผู้ที อดอยากเดินทางมาในทางกันดาร ท่าน ผู้มีพระคุณ ขอได้กรุณาเถิด อย่าให้ ข้าพเจ้าต้องเปลืองชีวิตเปล่า เพราะ การพักผ่อนอีกเลย ความสุขสำหรับ ชีวิตของข้าพเจ้าเท่าที่ผ่านมาแล้ว เป็นเหมือนความฝัน ท่าจิตใจของ ข้าพเจ้าให้เป็นหมัน ไม่ได้รับผลอันแท้ จริงที่จิตประสงค์เลย ท่านผู้มีพระคุณ! ได้พบแสงสว่างแห่งพุทธธรรมเสียก่อน ที่ชีวิตของข้าพเจ้าจะดับเถิด ขอให้ ทุกท่านจงอยู่ด้วยความสงบสุขเถิด ชีวิตของข้าพเจ้ายังเหลืออยู่น้อยเต็มที่ ไม่พอที่จะเจียดให้แก่ความหมกมุ่น ในความมืดเสียแล้ว ขอให้ข้าพเจ้า พระวิหารนั้น เหลือบเห็นพระเถรเจ้า กำลังเดินจงกรมอยู่ในอิริยาบถที่สังวร เป็นอันดี ก็หยุดยืนสังเกตดูท่าทีของ พระเถระซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมณธรรม ทุกประการ เขารู้สึกว่า ช่างมีความ เบิกบานในการดูเป็นที่สุด ด้วยเป็น สิ่งซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทรุดตัว ลงนั่งประนมมือทำอัญชลีกรรมแต่ไกล ข้าพเจ้ากราบลาละ” เขาก้มศีรษะลง ทำคารวะอำลาคนใจบุญเหล่านั้นด้วย ความอ่อนน้อม ใบหน้าเราสดชื่น ใจก เบิกบาน ตลอดเวลาที่ได้รับข่าวดีที่ คนปรารถนายิ่งนักแล้วนั้น เหมือน หนึ่งได้ดื่มยาทิพย์เมื่อไข้หนัก ด้วย ความดีใจเป็นล้นพ้น เขาก็บ่ายหน้า สู่วิถีทางไปตักกนคร เดินทางด้วย ความสุขใจ ไม่รู้จักเหนื่อย ใช้เวลา ไม่นานก็ถึงวิหารอันเป็นที่อยู่ของ ยังไม่เข้าไปใกล้ ด้วยยังมิใช่โอกาส จักเป็นการไม่คารวะ ไม่ชอบ ใช่ผู้ดี ผิดวิสัยคนที่ศึกษาดีแล้วจะพึงกระทำ ครั้นเห็นพระเถระลงจากที่จงกรม และขึ้นไปนั่งบนอาสนะที่หน้าพระวิหาร แล้ว บาทเสนมิได้รอให้เสียเวลาที่ตั้งใจ Kalyanamitra.org on an
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More