ข้อความต้นฉบับในหน้า
เห็นอะไรตามความเป็นจริงขึ้น เช่น
สามารถมองเห็นข้อบกพร่อง
ของตนเองในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมไม่
7
เคยพบเห็น (เดิมรู้สึกตนเองว่ากระทำสิ่ง
ต่าง ๆ ที่แล้ว เหมาะสมแล้วทุกเรื่อง)
ทำให้มีสติพิจารณาหาทางแก้ไขตนเอง
แม้ยังแก้ได้ไม่หมดในทันที ก็ไม่ย่อท้อ
จะพยายามกระทำต่อไปเรื่อย ๆ
วางใจเป็นปกติได้ ในเรื่องความ
มั่งคั่งร่ำรวย เกียรติยศชื่อเสียง การยก
ย่อง สรรเสริญ และความสุขต่าง ๆ สิ่ง
เหล่านี้ไม่ทำให้เกิดความพอใจ หลง
ใหลมัวเมา จิตใจไม่ฟูขึ้น ขณะเดียวกัน
เมื่อพบกับความตรงกันข้ามคือ ความ
ยากจน ให้เกียรติ ถูกนินทา มีทุกข์ต่าง ๆ
ก็คิดปลงได้ไม่เศร้าโศกเสียใจ จิตใจฟุบ
แฟบลง (คือไม่เอาโลกธรรม
- เป็น
อารมณ์)
เลิกหวาดกลัวสิ่งต่าง ๆ เช่นกลัว
ความตาย กลัวความว้าเหว่อยู่คน
เดียว กลัวผี
รู้จักวิธีทำบุญ ให้ถูกเนื้อนาบุญ
ทำน้อยให้ได้บุญมาก เช่น การเจริญ
ภาวนา การทำบุญกับพระภิกษุผู้ปฏิบัติ
ดีปฏิบัติชอบ
รู้จักคิดตักเตือนตนเองในยามจิต
ใจหวั่นไหวด้วยเรื่องต่าง ๆ เช่น นึกสอน
ตนเองว่า ร่างกายของคนประกอบด้วย
ธาตุสี่มี ดิน น้ำ ลม ไฟมาประชุมกัน
สมมติตั้งชื่อขึ้น
ตั้งชื่อขึ้น เป็นสิ่งไม่มีสาระแก่นสาร
เกิดแล้วก็ดับไป ไม่ควรยึดถือ จึงควรทำ
ตัวเหมือนเป็นดังดิน ใครจะทำสิ่งใดให้
แผ่นดิน ดินไม่เคยดีใจ เสียใจ เราจึงควร
ทำใจให้ได้ดังนั้น
รู้จักคิด ความทุกข์จะลดลง หรือไม่มี
ช่นเมื่อมีใครตำหนิติเตียน
เลย
น้า ถ้าเป็นสมัยเมื่อยังไม่ได้ปฏิบัติ
ธรรมน่าจะยอมไม่ได้ ไม่ยอมรับ
ความจริง ต้องหาวิธีโต้ตอบจน
สาสมด้วยประการต่าง ๆ แต่ใน
ปัจจุบันยอมรับคำตำหนินั้น น่า
มาพิจารณาแก้ไข พร้อมทั้งรู้สึก
ขอบพระคุณผู้นั้นด้วยใจจริง
เพราะเขาเป็นเหมือนผู้ชี้ขุมทรัพย์ให้
ยอมเสียเวลาอันมีค่าของเขามาใส่ใจ
สำรวจการกระทำของน้า เมื่อกลับคิด
ดังนี้จึงมีแต่ความรู้สึกเป็นมิตรเกิดขึ้น
หรือถ้าเป็นเรื่องกังวลใจในเหตุ
การณ์ที่จะเกิดในอนาคต มีปัญหา
เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เดิมจะต้องนำมา
คิดล่วงหน้า ปัจจุบันน้าจะถือว่าเป็น
การกระทำที่ขาดทุน เพราะเสียเวลา
เป็นทุกข์ไว้ก่อน สู้ให้เหตุการณ์นั้นมา
ถึงตรงหน้า จัดการต่อสู้แก้ไขกันตรง
นั้น เวลานั้น ให้เต็มสติปัญญา จึง
สมควร
ผลประการสำคัญอีกประการ
หนึ่ง การปฏิบัติธรรมที่กำลังกระทำ
อยู่นี้ ทำให้น้า อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ
จิตใจปลอดโปร่งเบาสบาย ยิ่งปฏิบัติ
ขั้นสูงขึ้นตามคำสอนของหลวงพ่อว่า
“เข้ากลางให้ละเอียดหนักขึ้น” จิตยิ่ง
ผ่องใส ว่องไว อ่อนเบา เบิกบาน
ชุ่มฉ่า ชุ่มชื่น เป็นความสุขสงบที่หา
คำพูดมาใช้เปรียบเทียบไม่ได้
ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกของน้าจี้ |
ที่ผู้เขียนย่อความมาไว้ ความจริงแล้ว
เกี่ยวกับผลการ
เรื่องรู้จักคิดสอนตนเองนี้สำคัญ | คำพูดของน้า
มาก จะสุขทุกข์อยู่ที่ใจ ถ้าฝึกใจให้
ปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตของท่าน
นั้น ท่านบรรยายให้ผู้เขียนทดลองจด
บันทึกแล้วมีความยาวถึง ๕-๖ หน้า
กระดาษทีเดียว
นี่คือ ปัญญาที่น้า บำเพ็ญให้
เกิดขึ้นได้ ด้วยสาเหตุปฏิบัติตามธรรม
๔ ประการดังพระพุทธอุทานในนิเพธิก
ปัญญสูตรว่า
I
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม
- ประการนี้ อันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป
เพื่อความเป็นผู้มีปัญญา เป็นเครื่อง
ชำแรกกิเลส ธรรม ๔ ประการ
เป็นไฉน คือ การคบสัตบุรุษหนึ่ง
การฟังสัทธรรมหนึ่ง การกระทำ
ไว้ในใจโดยแยบคายหนึ่ง การ
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมหนึ่ง
ผลจากการเปลี่ยนแปลงในทาง
ที่มีคุณค่ายิ่งของชีวิตดังนี้เอง น้า
จึงมักจะกล่าวให้ใคร ๆ ฟังเสมอว่า
หลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้ให้แสงสว่าง
ให้ชีวิตใหม่ เป็นผู้มีพระคุณสูงที่สุด
ในโลกนี้และโลกอื่น ๆ ทุกโลก น้า
จะขออธิษฐานติดตามสร้างบุญบารมี
ไปกับหลวงพ่อทุกภพทุกชาติ ท่านกล่าว
ดังนี้ เพราะได้ประจักษ์แจ้งกับใจตนเอง
ว่า ในชีวิตทางโลกที่ผ่านมานั้น เคย
มีชีวิตรุ่งเรืองถึงขั้นสูงสุด พรั่งพร้อม
ด้วย ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง
ถ้อยคำยกย่องสรรเสริญ และความ
สุขนานาประการทั้ง รูปสมบัติ คุณสมบัติ
บริวารสมบัติ ได้เสวยความสุขจาก
มนุษย์สมบัติเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ถึง
กระนั้นก็ไม่สามารถนำมาเทียบได้กับ
ความสุขที่ได้จากการปฏิบัติธรรม
อันเป็นความสุขที่สงบประณีต เย็น
Kalyanamitra.org
๔๔