ข้อความต้นฉบับในหน้า
การบูชาอันมหาศาลครั้งนี้ ข้าพระองค์
มิได้หวังผลในขันจะไปบังเกิดเป็นเทพเจ้า
เสวยทิพย์สมบัติในชั้นใด ๆ ทั้งสิ้น ข้า
แต่พระองค์ ผู้เป็นศาสดาของเทพยดา
และมนุษย์ หากบุญกุศลที่ข้าพระองค์
ทำด้วยกุศลจิต ถวายเป็นพุทธบูชาด้วย
คารวะยิ่งนั้น จะอำนวยผลแก่ข้าพระ
องค์แต่ประการใดประการหนึ่งแล้วไซร้
ขอกุศลนั้น จงเป็นปัจจัยให้ข้าพระองค์
ได้เป็นอัครสาวกของพระสัมพุทธเจ้า
พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในการเบื้องหน้า
โน้น เช่นกับพระนิสสเถระ อัครมหาสาวก
ของพระองค์ในบัดนี้เถิด”
ในลำดับนั้น พระอโนมทัสสีส้ม
พุทธเจ้า ผู้มีพระอนาคตังสญาณอันวิเศษ
ได้ทรงพยากรณ์ประทานแก่สรทดาบส
ว่า “ดูกร สรทะ! ความปรารถนาที่ท่าน
ตั้งไว้ในที่เฉพาะหน้าคถาคตครั้งนี้ จะไม่
เปล่าเลย สระ! ต่อไป เมื่อพระสัมพุทธ
เจ้าพระนามว่า โคตมะ ได้ตรัสรู้ขึ้นใน
โลก ในภัทรกัปปต่อไปโน้น ท่านจะบรรลุ
ผลที่ท่านปรารถนาในวันนี้ โดยจะได้เป็น
อัครมหาสาวกของพระโคตมะสัมพุทธ
เจ้าพระองค์นั้น มีนามว่า สารีปุตตะ
เลิศด้วยปัญญาเป็นประธานในบรรดา
พระมหาสาวก ในพระศาสนาทั้งมวล”
เมื่อตรุณสามเณรเล่ามาถึงเพียงนี้
แล้ว ก็หยุด พร้อมกับกล่าวว่า “ท่านผู้
แสวงบุญเท่าที่กระผมเล่ามานี้ เป็น
ความหลังอันไกลตอนหนึ่ง ของท่าน
ธรรมเสนาบดีสารีบุตรพุทธมหาสาวก
เพื่อให้เห็นว่า ตามที่กระผมได้เรียนแต่
ต้นว่า กองทัพธรรมของพระพุทธศาสนา
อนาคตังสญาณ ญาณหยั่งรู้ส่วนอนาคต,
ปรีชากำหนดรู้คาดผลข้างหน้า อันสืบเนื่องจาก
เหตุในปัจจุบันหรือในอนาคตก่อนเวลานั้น
วิสัยคนสำคัญที่
เกิดมาเพื่อประโยชน์แก่
คนหมู่มาก จึงไม่อาจทำ
ใจแคบ เหมือนคนทั้ง
หลายได้
ในอนาคตจะร่าเริงสักครั้งหนึ่ง ในเมื่อได้
ขุนทัพธรรมที่แกล้วกล้าสามารถ คือท่าน
จึงไม่เป็นคำเกินควรไป ท่านผู้แสวงบุญ
โปรดพิจารณาดูจริยาวัตรของท่านสร
ดาบส และโภคสมบัติออกบวช โดยไม่
ปรารถนาอื่นใดเลย นอกจากสันติบท
แต่เพราะสันติบทเป็นทางใหญ่ ด้วยอยู่
ในแนวทางที่ทุกคนผู้มุ่งความสงบสุข
มีความประสงค์เสมอกัน ดังนั้น ในการ
เดินทางสายนั้นไปพร้อม ๆ กัน เมื่อใคร
เป็นผู้สามารถกว่า ก็ย่อมได้รับยกย่อง
บูชา นับถือ ขอร้องให้เป็นผู้นำ เมื่อเป็น
ดังนั้นแล้ว อย่างไรคนผู้มีนิสัยใจคอ
กว้างขวาง เคยปกครองคน อนุเคราะห์
คนมามากแล้ว อย่างท่านสรทดาบสใน
ครั้งนั้นก็ดี อย่างท่านผู้แสวงบุญ
ในขณะนี้ก็ดี จะรังเกียจ ไม่เมตตา
ปรานี ด้วยอยู่ในวิสัย จะทำใจจืดใจดำ
ได้อย่างไร ท่านผู้แสวงบุญ ไก่ตะเภาขัน
เสียงย่อมดังและใหญ่ยาว ส่วนไก่แจ้ขัน
เสียงย่อมเล็กและสั้น ดังนั้นไก่แจ้จึงขัน
ให้เหมือนไก่ตะเภาไม่ได้ วิสัยคนสำคัญ
ที่เกิดมาเพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก
จึงไม่อาจทำใจแคบเหมือนคนทั้งหลาย
ได้ เพราะดังนั้น ท่านสรทดาบสจึงรัก
นิสัยพระนิสภะอัครสาวกของพระอโน
มทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วปรารถนา
และบำเพ็ญบารมีเยี่ยงอัครมหาสาวก
ในที่สุด ก็ได้บรรลุผลเลิศดังมุ่งหมาย
สำหรับท่านผู้แสวงบุญ ความ
จริงก็เพียบพร้อมด้วยนิสัยเช่นนั้น จึงไม่
เป็นการประหลาดอย่างไรเลย ในเรื่อง
การยกย่อง บูชา สักการะ นับถือของ
คนทั้งหลาย ด้วยประทีปดวงใหญ่ แสง
สว่างก็ย่อมมากเป็นธรรมดา ทั้งท่าน
ผู้ที่มีนิสัยเช่นนี้ ใจย่อมเด็ดเดี่ยวเหมือน
แรดนอเดียว เดินรุดหน้าเรื่อยไป ไม่คำนึง
ถึงสิ่งกีดขวางทั้งมวล เมื่อไม่เป็นที่
สัปปายะแล้วจะไม่ยอมหยุด ทั้งสามัญ
ชอบพูดว่า “ต่อให้พระอินทร์ตัวเขียว ๆ
มาบอกก็ไม่เชื่อ” ด้วยการกำหนดรู้
ชัดแจ้งในลักษณะของท่านเช่นนี้ ใคร ๆ
ก็กล้าทำนายไว้ล่วงหน้าได้ว่า แม้
เวรัมภวิหารจะเป็นของท้าวสักกะทรง
สร้างไว้ ก็จักไม่เป็นที่สัปปายะของท่าน
ได้นาน แล้วท่านก็จะจากไปอีก แต่
ความจริงก็ไม่ประหลาดอะไร เมื่อยิ่ง
กว่านี้ยังจากมาได้แล้ว อย่างไรจะจาก
ถิ่นที่ไม่เป็นสัปปายะสำหรับตัวไปอีก
ไม่ได้เล่า วิสัยดอกบัว ถ้าไม่พ้นน้ำ
แล้วก็ไม่บาน แม้จะเกิดในน้ำ โตในน้ำ
เจริญในน้ำก็จริง แต่น้ำไม่เป็นสัปปายะ
สำหรับการแย้มกลีบของดอกบัวเลย”
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
๓๙