ความไม่แน่นอนของชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 56
หน้าที่ 56 / 120

สรุปเนื้อหา

กายเย็นใจ ไม่สิ้นสุดและไม่เปลี่ยน แปลง ตรงข้ามความสุขของชาวโลก เป็นความสุขปนทุกข์ พัวพันอยู่ใน กามคุณทั้งห้าอันไม่มีสาระแก่นสาร และไม่ยั่งยืนถาวร เปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ดังที่พระบรมศาสดาตรัส สอนไว้ว่า “โลกธรรมแปดประการย่อมหมุน ไปตามโลก และโลกก็ย่อมหมุนไปตาม โลกธรรมแปดประการ คือ ลาภ ความ เสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์ ธรรมในหมู่ มนุษย์ทั้งแปดนี้ เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่แน่นอน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ มีสติ ทราบธรรม เหล่านี้แล้ว พิจารณาเห็นว่า มีความ แปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมอันน่า ปรารถนาย่อมย่ำยีจิตใจของท่านไม่ได้ ท่านย่อมไม่ยินร้ายต่ออนิฏฐารมณ์ ท่านขจัดความยินดียินร้ายเสียได้จน ไม่เหลืออยู่ อนึ่ง ท่านทราบหนทาง นิพพานอันปราศจากธุลี ไม่มีความเศร้า โศก เป็

หัวข้อประเด็น

- ความไม่แน่นอนของชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กายเย็นใจ ไม่สิ้นสุดและไม่เปลี่ยน แปลง ตรงข้ามความสุขของชาวโลก เป็นความสุขปนทุกข์ พัวพันอยู่ใน กามคุณทั้งห้าอันไม่มีสาระแก่นสาร และไม่ยั่งยืนถาวร เปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ดังที่พระบรมศาสดาตรัส สอนไว้ว่า “โลกธรรมแปดประการย่อมหมุน ไปตามโลก และโลกก็ย่อมหมุนไปตาม โลกธรรมแปดประการ คือ ลาภ ความ เสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุขและทุกข์ ธรรมในหมู่ มนุษย์ทั้งแปดนี้ เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่แน่นอน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ มีสติ ทราบธรรม เหล่านี้แล้ว พิจารณาเห็นว่า มีความ แปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมอันน่า ปรารถนาย่อมย่ำยีจิตใจของท่านไม่ได้ ท่านย่อมไม่ยินร้ายต่ออนิฏฐารมณ์ ท่านขจัดความยินดียินร้ายเสียได้จน ไม่เหลืออยู่ อนึ่ง ท่านทราบหนทาง นิพพานอันปราศจากธุลี ไม่มีความเศร้า โศก เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพ ย่อมทราบได้ อย่างถูกต้อง” ผู้เขียนขอร้องให้น้าจี้เล่าชีวิต ส่วนตัวยามเจริญรุ่งเรืองที่สุด เสื่อม ที่สุด ทั้งดีและเลวเป็นอุทาหรณ์แก่คน รุ่นหลัง ให้ถือว่าเล่าเป็นธรรมทาน ซึ่งท่านได้กรุณาพูดให้ฟัง จดบันทึกได้ ๓๐ หน้ากระดาษ ฟังแล้วมีบางครั้งต้อง หัวเราะและน้ำตาคลอไปตามเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามเท่าที่ย่อไว้ประมาณ สองหน้ากระดาษเศษนี้ พอสรุปได้ว่า เป็นตัวอย่างชีวิตที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่ง แสดงให้เห็นความไม่แน่นอน ความ เปลี่ยนแปลงของโลกธรรม ผู้ฉลาด ไม่ควรติดอยู่ ควรหาทางไปนิพพาน ๕๐ ดังพุทธพจน์ข้างต้น น้านี้มีชื่อจริงซึ่งท่านเจ้าคุณ วัดอนงคารามสมัยนั้นตั้งชื่อให้ขณะ เมื่อมีอายุได้ ๓ เดือนว่า “สุจิตรา” เกิด ที่ตำบลบางไทร จังหวัดพระนครศรี อยุธยา เป็นลูกคนสุดท้อง คนที่เก้า อายุอ่อนกว่าพี่คนที่แปดถึง ๑๖ ปี ในครอบครัวชาวนาที่มีฐานะดีมั่งคั่ง ของตำบลนั้น ด้วยเหตุที่เป็นลูกหลง มาเกิดดังนี้ จึงเป็นที่รักยิ่งของบิดา มารดา พี่ทั้งแปดและหมู่ญาติ ได้รับ การทะนุถนอม ทั้งเอาใจและตามใจ จนเป็นเด็กแก่นแก้ว ซุกซนเอาแต่ใจตน ด้วยอำนาจบุพเพกตปุญญตา กุศลกรรมที่สร้างไว้ใน ชาติปางก่อน นอกจากได้เกิดในครอบครัวมั่งคั่งแล้ว ยังเป็นครอบครัวสัมมาทิฐิ บิดามารดา และน้าสาวที่สนิทสนมมากผู้หนึ่ง นิยมไปรักษาศีลแปดและฟังเทศน์ ค้างที่วัดใกล้บ้านทุกวันพระ ทั้งชวน ลูก ๆ ไปด้วย ในชีวิตประจำวันธรรมดา บิดามารดารักษาศีลห้า ทั้งห้ามลูก ตกเบ็ดเหมือนเด็กอื่น แม้บ้านจะอยู่ติด ริมฝั่งแม่น้ำ น้าจี้จึงมีโอกาสไปค้าง วัดถือศีลแปด ชีวิตในยามนั้นสนุกสนาน อบอุ่นและมีความสุขมากตามประสา เด็กอายุ ๑๓ ปี ครั้นพออายุประมาณ ๗ ขวบ พี่สาวคนหนึ่งซึ่งแต่งงานแล้วมาตั้ง หลักแหล่งอยู่ในกรุงเทพฯ กลับไปเยี่ยม ครอบครัวพบ “อีจุก” (ชื่อเล่นของน้า เรียกตามทรงผม) เกรงว่าจะเป็นเด็ก นิสัยเสีย เพราะถูกตามใจ จึงรับไป เรียนหนังสือต่อที่ในกรุงเทพ บ้านของ ตน ที่บ้านพี่สาวนี่เอง น้านี้ได้พบ ความทุกข์ทางใจอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก Kalyanamitra.org น้าจี้ มีหลวงพ่อธัมมชโย มีการรู้จักคิดโดยอุบายที่ ของตนเอง รู้จักสอน รู้จักคิดหา กลวิธี ของครูอาจารย์ จึงประ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More