ความสำคัญของการให้ทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม หน้า 70
หน้าที่ 70 / 120

สรุปเนื้อหา

จ นาทั้งหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีราคะ โทสะ โมหะ และ ความอยากเป็นโทษ เพราะฉะนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ และความอยาก จึงเป็นทานที่มี ผลมาก เมื่อพระศาสดาเสด็จประทับเหนือ แท่นบัณฑุกัมพลศิลา ของท้าวสักก เทวราชชั้นดาวดึงส์ สมัยเสด็จโปรด พระพุทธมารดา พวกเทพมาเฝ้ากัน มาก อังกุรเทพบุตรมาก่อนผู้อื่น นั่ง ใกล้แท่นบัณฑุกัมพล แต่เมื่อเทพผู้มี ศักดิ์ใหญ่ทยอยกันมา อังกุรเทพบุตร ก็ถอยออกไปเรื่อย ๆ ส่วนอินทก เทพบุตรหาต้องถอยไปไม่เลย พระตถาคตเจ้า ทรงมองดูเทพบุตร ทั้งสองแล้ว มีพระประสงค์จะทรง ประกาศความแตกต่างกันแห่งทานที่ บุคคลถวายในทักขิไณยบุคคล ใน ศาสนาของพระองค์ และทานที่บุคคล ให้แล้วแต่โลกยมหาชน จึงตรัสถาม อังกุรเทพบุตรว่า แท่นหินมีสีดุจผ้ากัมพลเหลือง เป็นที่สถิต ของพ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของการให้ทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๖๔ จ นาทั้งหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีราคะ โทสะ โมหะ และ ความอยากเป็นโทษ เพราะฉะนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ และความอยาก จึงเป็นทานที่มี ผลมาก เมื่อพระศาสดาเสด็จประทับเหนือ แท่นบัณฑุกัมพลศิลา ของท้าวสักก เทวราชชั้นดาวดึงส์ สมัยเสด็จโปรด พระพุทธมารดา พวกเทพมาเฝ้ากัน มาก อังกุรเทพบุตรมาก่อนผู้อื่น นั่ง ใกล้แท่นบัณฑุกัมพล แต่เมื่อเทพผู้มี ศักดิ์ใหญ่ทยอยกันมา อังกุรเทพบุตร ก็ถอยออกไปเรื่อย ๆ ส่วนอินทก เทพบุตรหาต้องถอยไปไม่เลย พระตถาคตเจ้า ทรงมองดูเทพบุตร ทั้งสองแล้ว มีพระประสงค์จะทรง ประกาศความแตกต่างกันแห่งทานที่ บุคคลถวายในทักขิไณยบุคคล ใน ศาสนาของพระองค์ และทานที่บุคคล ให้แล้วแต่โลกยมหาชน จึงตรัสถาม อังกุรเทพบุตรว่า แท่นหินมีสีดุจผ้ากัมพลเหลือง เป็นที่สถิต ของพระอินทร์ ๒ บุคคลผู้ควรรับทักษิณา (ของทำบุญ) : ทักขิไณยบุคคลในศาสนา คือ ผู้ที่สมบูรณ์ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา หรือผู้ที่กำลังฝึกตน ให้สมบูรณ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ “ดูก่อนอังกุระ ท่านให้ทานมา เป็นเวลานานถึงหมื่นปี แถวเตาไฟหุงต้ม เพื่อบริจาคทานยาวถึง ๑๒ โยชน์ แต่เมื่อท่านมาสู่สมาคมของเรา ต้องนั่ง ไกลออกไปถึง ๑๒ โยชน์ ไกลกว่า เทพบุตรทั้งปวง นั่นเพราะเหตุไร?” อังกุรเทพบุตรกราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าได้บริจาค ทานมากจริง ในสมัยที่เป็นมนุษย์ แต่ได้ให้ทานแก่โลกยมหาชน ให้ ทานในเขตอันว่างจากทักขิไณย บุคคล ส่วนอินทกะ ได้ถวายทาน นิดหน่อย แต่ได้ทำในทักขิไณยเขต จึงรุ่งเรืองกว่าข้าพระองค์เหมือน ดวงจันทร์ในหมู่ดาว" พระศาสดาจึงตรัสถาม อินทก เทพบุตรผู้นั่งอยู่กับที่มิได้เคลื่อนย้าย เลย แม้เทพบุตรผู้มีศักดิ์ใหญ่ทยอยกันมา อินทกเทพบุตรทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ทักขิไณยสมบัติ ในการให้ทาน ดุจหว่านพืชนิดหน่อย ในนาดี” ดังนี้แล้วเพื่อจะประกาศทักขิ ไณยบุคคล จึงกราบทูลต่อไปว่า “พืชแม้มากที่บุคคลหว่านลงใน นาดอน ผลย่อมไม่ไพบูลย์ ชาวนาเองก็ ไม่ปลื้มใจ ฉันใด ทานแม้มากที่บุคคล ให้แล้วในผู้ทุศีล ผลย่อมไม่ไพบูลย์ ทายกก็ไม่ปลื้มใจ ฉันนั้น ส่วนพืชแม้ B ๑ โยชน์ - ๑๖ กิโลเมตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More