การขนานนามม้าอาชาไนย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 16
หน้าที่ 16 / 138

สรุปเนื้อหา

การขนานนามว่า “โภชาชานียะ” หมายถึง ม้าอาชาไนยผู้ได้รับการบำรุง เลี้ยงอย่างดีเลิศ เนื่องจากว่า กรุงพาราณสีเป็น เมืองที่มั่งคั่งร่ำรวยมาก เรียกได้ว่าไม่ มีกษัตริย์พระองค์ไหนที่ไม่ต้องการ กรุงพาราณสี แต่ไม่มีใครกล้ายกทัพ มาตีเพราะกลัวว่าจะสู้ไม่ได้ แต่เพราะ ความที่อยากได้กรุงพาราณสีมากนี่เอง จึงทำให้วันหนึ่ง กษัตริย์ที่มีความ สามารถจำนวนถึง ๗ พระนครได้ร่วมมือ กันยกทัพมาล้อมกรุงพาราณสีไว้ แล้ว ส่งทูตเข้ามาเจรจาให้พระเจ้าพรหมทัต ยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมจะยกทัพบุกเข้ามา ขณะนั้น พระเจ้าพรหมทัตทรง ชรามากแล้ว จะยกทัพไปออกรบเอง ก็คงจะไม่ไหว จึงเรียกประชุมอำมาตย์ ข้าราชบริพารเพื่อปรึกษาหารือว่า จะ รับมือข้าศึกอย่างไรดี ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือกันแล้ว จึงแต่งตั้งแม่ทัพม้าผู้หนึ่ง ให้คุมทัพ ไปแทนพระเจ้าพรหมทัต โด

หัวข้อประเด็น

- การขนานนามม้าอาชาไนย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๔ การขนานนามว่า “โภชาชานียะ” หมายถึง ม้าอาชาไนยผู้ได้รับการบำรุง เลี้ยงอย่างดีเลิศ เนื่องจากว่า กรุงพาราณสีเป็น เมืองที่มั่งคั่งร่ำรวยมาก เรียกได้ว่าไม่ มีกษัตริย์พระองค์ไหนที่ไม่ต้องการ กรุงพาราณสี แต่ไม่มีใครกล้ายกทัพ มาตีเพราะกลัวว่าจะสู้ไม่ได้ แต่เพราะ ความที่อยากได้กรุงพาราณสีมากนี่เอง จึงทำให้วันหนึ่ง กษัตริย์ที่มีความ สามารถจำนวนถึง ๗ พระนครได้ร่วมมือ กันยกทัพมาล้อมกรุงพาราณสีไว้ แล้ว ส่งทูตเข้ามาเจรจาให้พระเจ้าพรหมทัต ยอมแพ้ ถ้าไม่ยอมจะยกทัพบุกเข้ามา ขณะนั้น พระเจ้าพรหมทัตทรง ชรามากแล้ว จะยกทัพไปออกรบเอง ก็คงจะไม่ไหว จึงเรียกประชุมอำมาตย์ ข้าราชบริพารเพื่อปรึกษาหารือว่า จะ รับมือข้าศึกอย่างไรดี ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือกันแล้ว จึงแต่งตั้งแม่ทัพม้าผู้หนึ่ง ให้คุมทัพ ไปแทนพระเจ้าพรหมทัต โดยแม่ทัพผู้นั้น ได้เอ่ยขอเพียงว่า “ขอเดชะ หากข้าพระพุทธเจ้า ได้ม้าสินธพโภชาชานียะเข้าสู่ สนามรบด้วยแล้ว อย่าว่าแต่กษัตริย์ ๗ พระนครเลย ต่อให้กษัตริย์ทั้ง ผืนแผ่นดินนี้ ข้าพระพุทธเจ้าก็หา ครั่นคร้ามไม่ พระพุทธเจ้าค่ะ” พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงอนุญาต ให้แม่ทัพม้าขี่โภชาซานียะออกรบ ท่าน แม่ทัพได้นำกองทหารตีฝ่าวงล้อมของ พระราชาองค์ที่ ๑ โดยไม่ชักช้า แม้ว่า กองทัพของข้าศึกจะหนาแน่นเพียงไร แต่เมื่อท่านแม่ทัพควบโภชาซานียะฝ่า เข้าไป กองทัพของข้าศึกแทบจะแยก ออกเป็นทาง เพราะไม่อาจต้านทาน การบุกอันหนักหน่วงและรวดเร็วได้ กองทัพที่ติดตามมาก็ตีโอบไล่เข้าไป อย่างไม่หยุดยั้ง กองทัพของข้าศึก ถอยร่นไม่เป็นขบวน ท่านแม่ทัพควบ โภชาซานียะบุกเข้าไปจนถึงตัวพระราชา องค์ที่ ๑ ต่างฟาดฟันเพลงทวนกัน อย่างรวดเร็ว หนักแน่น และแม่นยำ แต่เพียงไม่กี่เพลงผ่านไป พระราชา องค์ที่หนึ่งก็เสียหลัก ตกจากหลังม้า ถูกจับเป็นเชลยกลางสมรภูมินั้น นั้น เมื่อจับพระราชาองค์ที่ ๑ ได้ และ นำเข้าสู่พระนครแล้ว ท่านแม่ทัพก็นำ กองทหารเข้าตีค่ายอื่น ๆ ต่อไป จน กระทั่งจับพระราชาได้ถึง 5 พระองค์ แต่ในการจับพระราชาองค์ที่ b ม้าโภชาชานียะถูกธนูบาดเจ็บสาหัส เมื่อกลับมาถึงพระนครแล้ว ท่านแม่ทัพ จึงพามาที่พระทวารหลวง แก้เกราะ ให้หย่อนเพื่อให้โภชาซานียะรู้สึกสบาย Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More