ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อสังคายนาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แบ่งกันทอง แบ่งกัน
สวด แบ่งกันจำ เป็นวรรค ๆ ไป เป็นชุด ๆ กันไป พวกนี้ต่อมา
เผยแผ่พุทธศาสนาลงไปทางภาคใต้ของอินเดีย แล้วก็ถูก
เรียกกันว่า ทนทาน
“ยาน” ในที่นี้หมายถึง ยานพาหนะ คือเครื่องพา
เครื่องนำไปให้พ้นทุกข์
“หินะ” แปลได้ ๒ อย่าง แปลว่าต่ำก็ได้หรือทาง
ภาคใต้ก็ได้
พวกหินยานรับเอาคำภีร์พระไตรปิฎกที่พระอรหันต์
ล้วน ๆ ท่านเคยสังคายนาไว้ นำไปใช้เป็นหลักในการ
ประพฤติปฏิบัติ โดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงแก้ไขวินัยใด ๆ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้เลย เพราะว่าวินัยบางอย่าง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าเป็นวินัยเล็กน้อย
เพื่อให้ปรับเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อม ถ้าจำเป็นก็อาจประชุม
และแก้ไขวินัยเล็กน้อยเหล่านั้นได้
แต่ว่าพระอานนท์ลืมทูลถามว่า เล็กน้อยนั้นแค่ไหน
เพราะฉะนั้นที่ประชุมก็เลยไม่ยอมแก้ไข คงใช้มาตรฐาน
เดิมอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้ เราลองมาคิดว่า หาก
ขณะนี้พระพุทธศาสนาได้แพร่หลายไปทั้งพื้นปฐพีแล้ว
ถ้าสมมุติว่า พระภิกษุเมืองนี้แก้ไขกฎข้อนี้ พระภิกษุ
เมืองโน้นแก้ไขกฎข้อโน้นวินัยข้อนั้น ถ้าอีก ๑๐๐ ปี ๒๐๐ ปี
พระภิกษุมาเจอกันนี่ เดี๋ยวเถอะ พระวินัยจะไม่ลงรอยกัน
เพราะแก้กันคนละแห่งคนละหน
ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเดือดร้อนนี้ จึงไม่ยอมแก้ไข
ใด ๆ คงใช้ตามต้นแบบเดิมก็เคร่งครัดกันมาก และสามารถ
รักษาของเดิมได้อย่างดี เป็นพวกอนุรักษ์นั่นเอง
ทีนี้ ในยุคเดียวกันนั้น ในครั้งที่ทำปฐมสังคายนา
มีพระภิกษุบางรูปที่ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์เกิดความ
น้อยใจที่ไม่ได้รับเข้าร่วมประชุมสังคายนาด้วย เลยจัด
ประชุมกันเอง โดยตามใครที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวเล่าสืบ
กันมาว่าอย่างไร ก็ช่วยกันทำ กลุ่มนี้ได้เผยแผ่ศาสนาขึ้น
ในทางภาคเหนือของอินเดีย แล้วถือหลักทำนองว่า โอนอ่อน
ผ่อนตามเอาสมาชิกเยอะ ๆ ก่อน เพราะฉะนั้นวินัยทั้งหลาย
เมื่อผ่านเข้าไปในประเทศต่าง ๆ ทางภาคเหนือ เช่น ธิเบต
จีน เป็นต้น ก็มีการแก้ไขปรับปรุงพระวินัยกันเรื่อยมา
ในที่สุดปรากฏว่าภายหลัง ไปทำพระวินัยหละหลวม
กันมาก แต่ก็ได้สมาชิกเยอะ พวกนี้เรียกตัวเองเป็น มหายาน
ไป หมายความว่า เป็นยานใหญ่มีสมาชิกเยอะ ก็เป็น
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ มาถึงเรายุคนี้ ก็รับรู้แต่เพียงว่า
นี่คนส่วนมากเวลาทำอะไรแล้ว ยากที่จะให้พร้อมเพรียง
กันได้ เพราะฉะนั้น ขณะที่เราทำงานอยู่เดี๋ยวนี้ ก่อนจะ
คงมีอ
า า ก วา เกณฑ์ให้รัดกุมเสียแต่ต้นนั้นแหละก็
จะดี
เนื่องจากฝ่ายลัทธิมหายานซึ่งขึ้นไปทางภาคเหนือ
มักจะมีการแก้ไขพระวินัยกันอยู่เรื่อย ๆ พระวินัยจึงเริ่ม
ฟันเฟือน เริ่มหละหลวม ถึงแม้จะได้สมาชิกมามาก แต่
ก็เลยปนเปกับลัทธิศาสนาดั้งเดิม ซึ่งเป็นศาสนาในท้องถิ่น
นั้น ๆ ที่พระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าไป ในที่สุดแล้วลัทธิ
มหายานก็เลยละลายไปเกือบหมด เมื่อก่อนนี้ก็แผ่นดินจีน
นั่นแหละมหายาน ธิเบตมหายาน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็เป็น
มหายาน แต่ไป ๆ แล้วเนื่องจากพระวินัยไม่รัดกุม ก็เลย
ฟั่นเฟือนเต็มที่
ที่คงรูปร่างอยู่ได้อย่างดีก็ฝ่ายหินยาน ภาคใต้
ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นพุทธศาสนาในประเทศไทย หลักการ
แถว ๆ นี้สามารถรักษาคงรูปแบบเดิมเอาไว้ได้ แล้วก็ขณะนี้
ที่มั่นคงที่สุดก็อยู่ในเมืองไทยเรานี้แหละ ที่ได้ชื่อว่ามั่นคง
ที่สุดในโลกแล้ว
I
สำหรับธรรมยุตกับมหานิกาย วันนี้ก็เป็นเรื่องของ
พระภิกษุในประเทศไทย เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะปรับปรุงคุณภาพสงฆ์
ให้ดีขึ้น ก็เลยแบ่งพระภิกษุในเมืองไทยนี้ออกเป็น ๒ สังกัด
ด้วยกัน สังกัดหนึ่งเรียกว่า อีกสังกัดหนึ่งเรียกว่า
มหานิกาย แต่ว่าถึงจะแยกเป็น ๒ สังกัดก็ตาม ทั้ง ๒ สังกัด
นี้ก็ขึ้นตรงกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้าเหมือนกัน ตำรับตำรา
พระไตรปิฎกหรือทุกสิ่งทุกอย่างใช้เล่มเดียวกัน ไม่มีอะไร -
ต่างกัน เพียงแต่ว่าในแง่ของการปกครอง ได้แบ่งสาย -
ปกครองออกไป ๒ สังกัดเท่านั้นเอง
ธรรมยุต
:
สู้ไม่ได้ ตายเถอะ
กำลังใจในการทำความดีนั้นสำคัญมาก คนเรา
Kalyanamitra.org
๑๗