การบำเพ็ญสมณธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 138

สรุปเนื้อหา

กำลังแห่งสาวกบารมีก็ได้รุ่นอารมณ์ นั้นให้ห่างจากกระแสใจออกไป นำ ให้พระบาทเสนกลับหวนรำลึกสืบไป ถึงเหตุที่ได้ตัดสินใจเมื่อแรกออกบวช ด้วยเล็งเห็นความเกิดขึ้นของสิ่งทั้งหลาย ไม่คงทนถาวรเพราะอาศัยปัจจัยอัน หนึ่งเกิดขึ้น เมื่อปัจจัยอันนั้นเลื่อม ไปตามกำลัง สิ่งเหล่านั้นก็พลันดับไป ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ สมบัติ เกียรติยศ กลับเป็นภัย คนรักกลับเปลี่ยนใจ มิตร กลับเป็นศัตรู เดือดร้อนไม่สิ้นสุด กุศลจิต ดวงเก่า อันมีกำลังแรงนั้น ได้ขับไล่ อารมณ์ขัดขวางดังมารร้ายให้ห่างไกล ทำใจของท่านให้กลับสดชื่นผ่องใส และรำพึงต่อไปถึงโชวาทของพระอุปัช ฌายะ และอาจารย์ ที่เมตตาพร่ำสอน ตลอดเวลาที่ได้อยู่ในสำนักนั้น ๆ ทำให้ เกิดกำลังใจแรงกล้า ถึงกับออกอุทาน วาจา เตือนตนเองว่า “หยุด! ปาทเสน เจ้าจะทำเป็น คนโลเลไม่มีสัตย์เช่นนั้น

หัวข้อประเด็น

- การบำเพ็ญสมณธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ให้คิดคืนเรือนอยู่ แต่ด้วยเครกำลังสาวกบารมีญาณ ที่ท่านได้สั่งสมมาดีแล้ว ดังนั้น ถึงจะ มีอารมณ์ดังกล่าว เป็นมารมารังควาน ให้ท้อแท้ไปชั่วครู่หนึ่งก็ตาม แต่แล้ว กำลังแห่งสาวกบารมีก็ได้รุ่นอารมณ์ นั้นให้ห่างจากกระแสใจออกไป นำ ให้พระบาทเสนกลับหวนรำลึกสืบไป ถึงเหตุที่ได้ตัดสินใจเมื่อแรกออกบวช ด้วยเล็งเห็นความเกิดขึ้นของสิ่งทั้งหลาย ไม่คงทนถาวรเพราะอาศัยปัจจัยอัน หนึ่งเกิดขึ้น เมื่อปัจจัยอันนั้นเลื่อม ไปตามกำลัง สิ่งเหล่านั้นก็พลันดับไป ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ สมบัติ เกียรติยศ กลับเป็นภัย คนรักกลับเปลี่ยนใจ มิตร กลับเป็นศัตรู เดือดร้อนไม่สิ้นสุด กุศลจิต ดวงเก่า อันมีกำลังแรงนั้น ได้ขับไล่ อารมณ์ขัดขวางดังมารร้ายให้ห่างไกล ทำใจของท่านให้กลับสดชื่นผ่องใส และรำพึงต่อไปถึงโชวาทของพระอุปัช ฌายะ และอาจารย์ ที่เมตตาพร่ำสอน ตลอดเวลาที่ได้อยู่ในสำนักนั้น ๆ ทำให้ เกิดกำลังใจแรงกล้า ถึงกับออกอุทาน วาจา เตือนตนเองว่า “หยุด! ปาทเสน เจ้าจะทำเป็น คนโลเลไม่มีสัตย์เช่นนั้นไม่ได้ ปาทเสน เจ้าเคยเข้าสงครามมาแล้วก็มากครั้ง และทุก ๆ ครั้งเจ้าเคยสละชีวิตป้อง กันราชสมบัติ ถวายพระเจ้ากรุงอนุราธ บุรี แล้วไฉนไยเจ้าจึงจะมาขลาด ไม่ กล้าสละชีวิตถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อ รักษาไว้ซึ่งเกียรติพระศาสนา และ เกียรติของเจ้าเองด้วย หากไม่เป็น วาสนาบารมีจะได้บรรลุโมกขธรรม และจะต้องเป็นอันตรายแล้วไซร้ เจ้า ก็ควรจะยอมตายพลีชีวิตออกเป็น สักการะอันมีค่าถวายพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าเสียเถิด ความจริงก็เป็นความตาย ที่ดี ใครจะตำหนิ เทพเจ้าก็ชม พรหม ก็สรรเสริญ หากเป็นวาสนาบารมี เจ้า ก็จะประสบลาภอันประเสริฐและความ สุขอันไพบูลย์ ทั้งเป็นเนติของอนุชน รุ่นหลังอีกด้วย ปาทเสน! เจ้าจงทำงาน ของเจ้าต่อไป” ครั้นพระบาทเสน ปรามใจ ปลุก ใจให้เกิดกำลังอาจหาญในอันที่จะ ขึ้นยอดผาโลหบรรพตเพื่อบำเพ็ญสมณ ธรรมดีแล้วก็พอดีมีลมพัดมาแต่ปัจฉิมทิศ แรงจัดขึ้น กิ่งไม้ตลอดภูผาถูกลมเข้า ก็แกว่งไกวอ่อนโอนไปตามกำลังลม เสียงสนั่นหวั่นไหว ยิ่งไม้หน้าต้นใหญ่ บนยอดโสหบรรพตเป็นไม้ใหญ่ ต้องลม ปะทะอย่างแรงกว่าไม้อื่นก็ยิ่งสนั่น ถ้า เป็นคนขวัญอ่อนขลาดตายก็จะคิดไปว่า เป็นเสียงมฤตยูร้องเรียกเพรียกหาอยู่ แล้วก็จะสะดุ้งสยดสยอง ขนลุกขนพอง มองหาทางคืนเรือน แต่ตรงกันข้ามกับ พระบาทเสนซึ่งกล้าตาย ตั้งใจจะปฏิบัติ ให้สมความมุ่งหมาย จึงคิดเห็นไปว่า เสียงกิ่งไม้เมื่อต้องลมแกว่งไกวดังสนั่น หวั่นไหวเป็นเสียงเทพเจ้าบนเขาใหญ่ ร้องเชิญให้รีบขึ้นไป กิ่งหว้าใหญ่ที่อ่อน ทอดลงมาจากยอดผา เป็นเสมือนเทพ เจ้าหย่อนมือลงมารับ เร้าใจให้พระ บาทเสนเกิดความยินดีในอันจะโลดขึ้น คว้าจับ เมื่อพระบาทเสนเกิดความพอใจ นึกกระหยิ่มในผลที่มุ่งหมายเช่นนั้น ก็เตรียมตัวนุ่งห่มจีวรให้รัดกุม กระชับ จีวรเข้ากับร่างกายให้แนบแน่น ยืนคอย เวลาวันดีของท่านจะมาถึงอยู่ พระบาทเสนคอยอยู่ไม่นาน โอกาสอันดีของท่านก็มาถึง ด้วยลมแรง จัดพัดกิ่งหว้าใหญ่ให้อ่อนโยนลงมา มาก อีกประมาณสัก ๑๐ ศอก ก็จะถึง ศีรษะของท่าน ในขณะที่กิ่งหว้า ถูกลมกดให้อ่อนลงมาเป็นครั้งแรก แล้วก็ถูกกำลังของลำต้นเหนี่ยวคืนไป พระบาทเสนจับตาสังเกตดูสิ่งที่มั่นเหมาะ พอใจถึงสองครั้งแล้ว พอถึงหน้านั้น ถูกลมกดลงมาครั้งที่ ๓ ในทันใดนั้นเอง ด้วยกำลังแรง และความสามารถ ความ ว่องไวของท่าน พระบาทเสนก็โลดขึ้น จากพื้นผา คว้าถึงหน้าที่หมายตาไว้ ได้สมนึกโดยฉับพลัน และด้วยกำลัง Li แห่งความจับมั่นของพาหา ทั้งสองข้าง แม้กิ่งหว้าจะยังถูกลมพัดให้กวัดแกว่ง ไปมาอยู่ ก็ไม่สามารถสลัดร่างของ พระบาทเสนให้หลุดกระเด็นไปได้ ครั้นลมจัดพัดอยู่ไม่นานก็เบาลง กิ่ง หว้าก็กลับคืนคงตั้งอยู่ตามสภาพเป็น ปรกติ พระบาทเสนไม่ยอมปล่อยเวลา ให้ลมพัดรังควานอีก จึงเตรียมตัว ไว้พร้อม แต่แรกที่จับกิ่งหว้าไว้ได้ แม้ร่าง กายจะบอบช้ำเพราะถูกกิ่งไม้อื่นเบียดสี ตามวิสัยของไม้ต้องลมอันรุนแรงตาม สภาพ ก็ไม่ยอมหยุด คิดว่าไปพักเขา แรงที่ภาคพื้นเกิดปลอดภัย เหนื่อยคราว เดียวดีกว่าจะพักเอาแรงบนยอดไม้ ดังนั้น พอลมอ่อนกำลังลง พระบาทเสนจึง รีบลงจากกิ่งหว้า ไต่ลงมายืนอยู่บนพื้น ศิลายอดโลหบรรพตสมมโนรถโดยสวัสดี แรกที่พระบาทเสนวางเท้าทั้ง สองข้างบนพื้นศิลา ใต้ร่มหว้าใหญ่ ณ ยอดโลหบรรพต ทันใดนั้นความ ปีติปราโมทย์ก็พลันเกิดแก่ดวงใจของ ท่านอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ปางก่อน รู้สึก ว่าเนื้อตัวเบา ประหนึ่งว่าจะลอยขึ้น m พานา แมน Kalyanamitra.org ๘๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More