ความกล้าหาญของม้าโภชาชานียะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 17
หน้าที่ 17 / 138

สรุปเนื้อหา

ตัวขึ้น แล้วกล่าวว่า “โภชาซานียะ เจ้าถูกธนูบาดเจ็บ สาหัสถึงเพียงนี้ คงจะออกไปร่วมเป็น ร่วมตายกับเราไม่ได้อีกแล้ว นครพาราณ สีมีม้าศึกมากมาย แต่จะหาเทียบเทียม เจ้าได้นั้น ไม่มีเลย...” โภชาชานียะได้ฟังดังนั้น ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองท่านแม่ทัพ พลางคิดว่า “ตึกครั้งสุดท้ายนี้หนักที่สุด การ ที่ท่านแม่ทัพจะขี่ม้าตัวอื่นออกรบนั้น ไม่มีทางจะเอาชนะข้าศึกได้แน่ งานที่ เราเสี่ยงชีวิตทำมาจนเกือบสำเร็จแล้ว ก็จะเสียเปล่า ท่านแม่ทัพก็จะถึงซึ่ง ความตาย แม้แต่พระเจ้าพรหมทัตก็คง จะไม่รอดพ้นเงื้อมมือศัตรูไปได้ แต่ เรามองไม่เห็นมาตัวไหนจะสามารถ พอที่จะนำท่านแม่ทัพตีหักค่ายที่ ได้เลย...” ว่า คิดดังนี้แล้ว โภชาชานียะจึงกล่าว “เพื่อนเอ๋ย...ม้าอื่นที่จะพาท่าน บุกเข้าทำลายค่ายที่ ส นอกจากเรา แล้วยังไม่เห็นเลย เราจะไม่ยอ

หัวข้อประเด็น

- ความกล้าหาญของม้าโภชาชานียะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตัวขึ้น แล้วกล่าวว่า “โภชาซานียะ เจ้าถูกธนูบาดเจ็บ สาหัสถึงเพียงนี้ คงจะออกไปร่วมเป็น ร่วมตายกับเราไม่ได้อีกแล้ว นครพาราณ สีมีม้าศึกมากมาย แต่จะหาเทียบเทียม เจ้าได้นั้น ไม่มีเลย...” โภชาชานียะได้ฟังดังนั้น ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองท่านแม่ทัพ พลางคิดว่า “ตึกครั้งสุดท้ายนี้หนักที่สุด การ ที่ท่านแม่ทัพจะขี่ม้าตัวอื่นออกรบนั้น ไม่มีทางจะเอาชนะข้าศึกได้แน่ งานที่ เราเสี่ยงชีวิตทำมาจนเกือบสำเร็จแล้ว ก็จะเสียเปล่า ท่านแม่ทัพก็จะถึงซึ่ง ความตาย แม้แต่พระเจ้าพรหมทัตก็คง จะไม่รอดพ้นเงื้อมมือศัตรูไปได้ แต่ เรามองไม่เห็นมาตัวไหนจะสามารถ พอที่จะนำท่านแม่ทัพตีหักค่ายที่ ได้เลย...” ว่า ๗ คิดดังนี้แล้ว โภชาชานียะจึงกล่าว “เพื่อนเอ๋ย...ม้าอื่นที่จะพาท่าน บุกเข้าทำลายค่ายที่ ส นอกจากเรา แล้วยังไม่เห็นเลย เราจะไม่ยอมให้ ผลงานที่ท่ามาถึงเพียงนี้ต้องเสีย ไปเปล่า ขึ้นชื่อว่าม้าสินธพยายา ไนย แม้จะถูกธนูบาดเจ็บสาหัส จนต้องนอนตะแคงกับพื้น ก็ยัง ประเสริฐกว่าม้าทั่วไป ท่านจงช่วย พยุงเราให้ลุกขึ้น แล้วผูกเกราะออกรบ เถิด” ท่านแม่ทัพได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึก ตื้นตันจนไม่อาจกล่าวคำพูดใด ๆ ได้ ได้แต่พยุงโภชาชานียะให้ลุกขึ้น พัน บาดแผลให้แน่น สวมเกราะ พร้อมที่จะ เข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง โภชาชานียะข่มความเจ็บปวด พาท่านแม่ทัพบุกตลุยเข้าทำลายค่าย ที่ ๗ อย่างสุดความสามารถ เมื่อจับ พระราชาองค์ที่ ๗ ได้แล้ว ก็สิ้นแรง ล้มลง ทหารทั้งหลายจึงได้ช่วยกันพา กลับมาที่ทวารหลวง พระเจ้าพรหมทัตได้เสด็จมาดู อาการของโภชาชานียะด้วยความ ห่วงใยยิ่งนัก เมื่อเห็นว่า ได้รับบาดเจ็บ สาหัส นอนตะแคงกายอยู่กับพื้นเช่นนั้น ก็ให้รู้สึกปวดร้าวพระทัยยิ่งนัก พระองค์ ทรงทรุดพระวรกายลง ยกพระหัตถ์ขึ้น ประคองศีรษะของโภชาซานียะ โภชาชา นียะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วกราบบังคมทูล ว่า “ขอเดชะ ขอใต้ฝ่าพระบาทอย่าได้ สำเร็จโทษพระราชาทั้ง ๗ เลย ขอได้ โปรดเมตตาให้ถวายสัตยานุสัตย์เสีย แล้วปล่อยไป อิสริยยศอันใดที่พระองค์ จะพระราชทานให้หม่อมฉันและท่าน แม่ทัพ ขอได้โปรดรวมพระราชทานให้ ปี แก่ท่านแม่ทัพผู้เดียวเถิด อย่าให้ท่าน แม่ทัพผู้จับพระราชาได้ถึง ๗ พระองค์ ต้องได้รับโทษเพราะเหตุที่หม่อมฉัน บาดเจ็บเลย ขอพระองค์จงทรง บ่าเพ็ญทาน รักษาศีล และครอง ราชสมบัติโดยธรรมเ ด ช ด เมื่อกล่าวจบ ทหารก็ถอด เกราะออกจากร่างของโภชาชานียะ เมื่อเกราะพ้นจากตัวโภชาซานียะ กลิ่นใจ พระเจ้าพรหมทัตโปรดให้จัดพิธี ศพของโภชาชานียะอย่างสมเกียรติ เยี่ยงนักรบผู้กล้าหาญ ทรงพระราชทาน บำเหน็จรางวัลแก่แม่ทัพม้า และโปรด ให้พระราชาทั้ง ๗ ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทรงปฏิบัติตามคำทูลขอของโภชาชานียะ ทุกประการ ขึ้นชื่อว่า ม้าสินธพอาชาไนย แม้จะถูกธนู บาดเจ็บสาหัส จนต้องนอน ตะแคงกับพื้น ก็ยังประเสริฐ กว่าม้าทั่วไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล่า อดีตนิทานจบแล้ว ได้ทรงแสดงธรรมให้ พระภิกษุผู้เบื่อหน่ายการปฏิบัติธรรม ฟังอีก จนกระทั่งภิกษุผู้นั้นสามารถทำใจ ให้หยุดนิ่งเป็นสมาธิ เข้าถึงธรรมกาย อรหัต สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ณ ที่นั้น เอง แล้วพระพุทธองค์ทรงสรุปว่า พระ เจ้าพรหมทัตพระองค์นั้น ได้มาเกิด เป็นพระอานนท์ แม่ทัพม้า มาเกิดเป็น พระสารีบุตร ส่วนม้าโภชาชานียะ ก็คือ พระองค์เอง หลาน ๆ คะ คนที่คิดจะทำ ความดีแล้ว ต้องตั้งใจ และพยายาม ทำให้ได้โดยไม่เห็นแก่ความยาก ลำบากใด ๆ ไม่ห่วงแม้แต่ความเจ็บ ๆ ความตาย ตั้งใจและทำให้ได้ ถ้า เมื่อไรที่หลานเกิดความท้อแท้ หมด กำลังใจ ขอให้นึกถึงม้าโภชาชา นี่ยะนะคะ แล้วกัดฟัน สู้ สู้ สู้ ต่อไป สวัสดีค่ะ Kalyanamitra.org ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More