ประสบการณ์การนั่งสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 36
หน้าที่ 36 / 138

สรุปเนื้อหา

อาบเสร็จก็มีความรู้สึกสดชื่นดีครับ ก็ต้องแย่งกัน เบียดเบียนกัน สร้างแต่ หลังจากนั้นก็ขึ้นไปนั่งสมาธิที่เรือน ความทุกข์ มันไม่ใช่ความสุขเลยแม้แต่ ซูการ์โนเลย นั่งตอนแรกสองชั่วโมง โอ้โฮ เล่นเอาเหน็บกินเลยครับ เพราะ ในชีวิตของผม นั่งนานที่สุดก็ครั้งนี้ แหละ แต่พอหลาย ๆ หนเข้าก็ชินไป เอง วันที่สอง ผมได้เข้าถึงดวงปฐมมรรค วันที่สามผมได้เข้าถึงกายต่าง ๆ ยุ่งขึ้น วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๗ ตอนเที่ยง ผมได้เข้าถึงพระธรรมกาย ทำให้ผมมี กำลังใจขึ้นมากทีเดียว อยากรู้ว่า จะ ทำอย่างไรต่อไป อยากนั่งนาน ๆ เพราะ น้อย พอกลับถึงบ้านก็ร้องว่า โอ้ย เหนื่อยจัง ความสุขของทางโลกเมื่อ มาเทียบกับทางธรรมแล้ว ไม่ติดฝุ่น เลย ผมยอมรับว่า เมื่อผมเข้าถึงธรรม แล้ว ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ มันเปลี่ยน แปลงไปหมด จากอารมณ์ร้อนก็เย็นลง จ

หัวข้อประเด็น

- ประสบการณ์การนั่งสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๓๔ อาบเสร็จก็มีความรู้สึกสดชื่นดีครับ ก็ต้องแย่งกัน เบียดเบียนกัน สร้างแต่ หลังจากนั้นก็ขึ้นไปนั่งสมาธิที่เรือน ความทุกข์ มันไม่ใช่ความสุขเลยแม้แต่ ซูการ์โนเลย นั่งตอนแรกสองชั่วโมง โอ้โฮ เล่นเอาเหน็บกินเลยครับ เพราะ ในชีวิตของผม นั่งนานที่สุดก็ครั้งนี้ แหละ แต่พอหลาย ๆ หนเข้าก็ชินไป เอง วันที่สอง ผมได้เข้าถึงดวงปฐมมรรค วันที่สามผมได้เข้าถึงกายต่าง ๆ ยุ่งขึ้น วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๗ ตอนเที่ยง ผมได้เข้าถึงพระธรรมกาย ทำให้ผมมี กำลังใจขึ้นมากทีเดียว อยากรู้ว่า จะ ทำอย่างไรต่อไป อยากนั่งนาน ๆ เพราะ น้อย พอกลับถึงบ้านก็ร้องว่า โอ้ย เหนื่อยจัง ความสุขของทางโลกเมื่อ มาเทียบกับทางธรรมแล้ว ไม่ติดฝุ่น เลย ผมยอมรับว่า เมื่อผมเข้าถึงธรรม แล้ว ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ มันเปลี่ยน แปลงไปหมด จากอารมณ์ร้อนก็เย็นลง จากความแข็งกระด้างก็น้อยลง ความคิด ที่จะสนุกไปวัน ๆ ก็แทบจะไม่มีเลย ตอนอยู่บนดอยนั้น ผมมีความสุขมาก และสุขจริง ๆ แต่ในบางครั้งที่รู้สึก อาทิตย์เว้นอาทิตย์ และสองอาทิตย์ไปที่ จนในที่สุดเดือนหนึ่งไปครั้งหนึ่ง แต่ พอผมไปพบหลวงพ่ออีกครั้ง ผมไม่ กล้าที่จะพูดอะไร เพราะความละอาย ในความผิด แต่หลวงพ่อธัมมชโยท่าน ไม่ได้ดุแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ท่านกลับพูดให้กำลังใจผมตลอดเวลา ผมจึงสำนึกได้ถึงความผิดที่กระทำมา และผมได้ตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า จะกลับตัวใช้เวลาว่างให้กับธรรมะ มากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อผมย้ายเข้ามาอยู่ ในกรุงเทพฯ ผมก็ไปช่วยงานที่สำนัก งานกัลยาณมิตร แผนกประชาสัมพันธ์ ช่วยงานพระศาสนาและได้ปฏิบัติธรรม อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งหลวงพ่อ ท่านขึ้นดอยอีก ผมจึงขออนุญาตตาม ท่านขึ้นไปด้วย ท่านจึงบอกกับผมว่า ให้ผมนัดไปพร้อมกับพวกยุวกัลยาณมิตร ผมก็น้อมรับคำสั่งจากหลวงพ่อและ ว่าตอนที่ผมได้ใหม่ ๆ นั้น มีความสุข มาก สุขแบบเย็น ๆ เงียบ ๆ สุขจริง ๆ ผมเพิ่งจะรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงคือ อะไร และความสุขที่บ้าเล่นสเก็ตนั้น เป็นอย่างไร ผมพอจะสรุปได้ดังนี้ ความสุขที่ผมเข้าถึงธรรมเป็น ความสุขแบบเย็น ๆ สบาย ๆ ไม่ต้อง ออกแรง ไม่ต้องคอยบังคับร่างกาย และไม่ซีเรียส ส่วนความสุขในทาง โลกนั้น มันต้องออกแรง บางอย่าง อยากจะลงดอยก็มี ครั้นพอจะลงจริง ๆ ก็เล่นเอาน้ำตาแทบจะไหล เพราะ ความที่ไม่อยากจะลงจากดอย เมื่อผมลงจากดอยมา ผมไปวัด ทุก ๆ วันอาทิตย์ แต่พอนาน ๆ เข้า ด้วย ความที่ผมอยู่ไกลวัด กิเลสต่าง ๆ ก็เข้า มาได้ง่าย ตอนแรกผมนั่งสมาธิวันละ สองชั่วโมง ครั้นพอนาน ๆ เข้า ก็เหลือ ชั่วโมงเดียว และครึ่งชั่วโมงตามลำดับ การไปวัดก็เช่นกัน จากทุกอาทิตย์ก็เหลือ ปฏิบัติตาม แต่บังเอิญช่วงนั้น ผมต้อง เรียนหนังสือ เลยไปได้แค่วันเสาร์ - อาทิตย์ บางครั้งผมก็ไปเครื่องบิน บาง ครั้งก็ไปรถทัวร์ แต่สำหรับใจผมนั้น ไปอย่างไหนก็ได้ ขอให้ถึงดอยและพบ หลวงพ่อก็แล้วกัน พอผมขึ้นดอยอีกที ก็พบกับพี่ ๆ อุบาสกขึ้นไปก่อนแล้ว สิ่งที่ผิดสังเกต อันแรกก็คือ พวกพี่ ๆ มีผิวพรรณแตก ต่างจากตอนที่อยู่ที่วัดมาก เพราะบางคน ผิวดำคล้ำ แต่พอไปอยู่บนดอยกลับ ตรงกันข้ามคือ มีผิวพรรณผ่องใสขึ้น และสีขาวอมชมพูในบางคน แทบไม่น่า เชื่อ (แต่ก็ต้องเชื่อนะครับ) อาทิตย์นั้น ก็มีสิ่งผิดปรกติแค่นี้ แต่พอสองอาทิตย์ ต่อมาพลิกล็อคครับ พวกพี่ ๆ ได้เข้าถึง ธรรมกายหมดทุกคน คนที่ผมเคยเห็น ผิวขาวอมชมพูก็ไม่เป็นแค่นั้น แต่มี Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More