ข้อความต้นฉบับในหน้า
b
๒
พระศาสดาทรงอนุโลมตาม ทรง
ให้อุบาลีบวชก่อน ต่อจากนั้นจึงให้
ศากยกุมารทั้ง 5 ได้ทรงผนวช บรรดา
ท่านทั้ง 5 นั้น พระภัททิยะได้สำเร็จ
เป็นพระอรหันต์ประกอบด้วยวิชชา ๓
ภายในพรรษานั่นเอง ท่านพระอนุรุทธ์ |
ได้จักษุทิพย์ ต่อมาภายหลังได้สดับ
มหาปุริสวิตักกสูตร” ได้บรรลุพระ
อรหัตผล ส่วนพระอานนท์ได้บรรลุโสดา
ปัตติผล พระภคและพระกิมพิละ ภาย
หลังได้เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตผล
ส่วนพระเทวทัตได้ฤทธิ์ปุถุชน (หมาย
ความว่าได้ฤทธิ์หลายอย่าง แต่ยังเป็น
ปุถุชนอยู่)
๓
ต่อมาพระศาสดาเสด็จสู่โกสัมพี่
นคร ประชาชนให้ความเลื่อมใสใน
พระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะความ
เลื่อมใสนั้น ลาภสักการะจึงเกิดขึ้น
แก่พระตถาคตเจ้าและพระภิกษุสงฆ์
เป็นอันมาก มนุษย์ทั้งหลายถือเครื่อง
อุปโภคบริโภคเข้าไปสู่อาราม ถามกัน
อยู่ว่า
“พระศาสดาประทับอยู่ที่ไหน?
พระสารีบุตร, พระมหาโมคคัลลานะ,
พระมหากัสสป, พระภัททิยะ, พระ
อนุรุทธ์, พระอานนท์, พระภค, พระ
กิมพิละ อยู่ที่ไหน?”
ดังนี้แล้วเที่ยวเดินตรวจดูที่อยู่ |
ของท่านเหล่านั้นและของพระอสีติมหา
สาวกอื่น ๆ แต่จะมีใครถามถึงพระเทวทัต
สักคนหนึ่งมิได้มี
๒ วิชชา ๓ คือ ๑. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ระลึกชาติหนหลังได้ ๒. จุตูปปาตญาณ คือ
ทิพยจักษุ ๓. อาสวักขยญาณ ความรู้ที่
สามารถทำกิเลสให้หมดสิ้นไป - ว.ศ.
ดูมหาปุริสวิตักกสูตร ในอังคุตตรนิกาย
อัฏฐกนิบาต พ. เล่มที่ ๒๓ หน้า ๒๓๒
พระเทวทัตเสียใจว่า
“เราบวชพร้อมด้วยศากยกุมาร
ทั้งหลายมีพระภัททิยะเป็นต้น ท่าน
เหล่านั้นเป็นขัตติยบรรพชิต เราก็เป็น
ขัตติยบรรพชิตเหมือนกัน คนทั้งหลาย
เที่ยวถามหาท่านเหล่านั้นอยู่ แต่จะมี
ใครถามถึงเราสักคนหนึ่งมิได้มี เราจะ
คบกับใคร ทำให้ใครหนอเลื่อมใสแล้ว
ให้ลาภสักการะเกิดขึ้นแก่เรา เหมือน
ที่เกิดขึ้นแก่พระเหล่าอื่น”
พระเทวทัต คิดถึงพระเจ้าพิม
พิสาร แต่ก็ไม่สามารถเอามาเป็นพวกได้
เพราะได้บรรลุโสดาปัตติผลเสียแล้ว
ตั้งแต่พระศาสดาเสด็จกรุงราชคฤห์
ครั้งแรก พระเจ้าปเสนทิโกศลก็เหมือน
กัน ไม่อาจให้ถอนความเลื่อมใสใน
พระตถาคตได้ แต่พระราชกุมารอชาต
ศัตรู พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร
นั้นยังหนุ่ม ยังไม่ค่อยจะรู้คุณและ
โทษ เมื่อสมคบกับพระราชกุมารนั้น
เกลี้ยกล่อมด้วยดีจะได้เป็นพรรคพวก
เป็นกำลังยังลาภสักการะให้เกิดขึ้นได้
อย่างแน่นอน
เมื่อเทวทัตตกลงใจแน่นอนว่า
จะเกลี้ยกล่อมอชาตศัตรูราชกุมาร
เป็นพวก ดังนี้แล้วก็เดินทางออกจาก
โกสัมพี่มุ่งสู่ราชคฤห์ นิรมิตเพศเป็น
กุมารน้อย พันอสรพิษ ๔ ตัว คือที่มือ
๒ และที่เท้า ๒ อีกตัวหนึ่งพันคอ อีก
ตัวหนึ่งทำเป็นเทริดไว้บนศีรษะ อีกตัว
หนึ่งทำเฉวียงบ่า ลงจากอากาศด้วย
สังวาลนี้ นั่งบนพระเพลาของอชาตศัตรู
ราชกุมาร
เมื่อพระกุมารทรงกลัวตรัสถามว่า
“ท่านเป็นใคร?”
จึงทูลตอบว่า
หากจะให้
แผ่นดินทั้งหมด
แก่คนอกตัญญู
ก็ให้เขาพอใจ
ไม่ได้
Kalyanamitra.org
๑๐๗