การเรียนรู้จากประสบการณ์ในครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 46
หน้าที่ 46 / 138

สรุปเนื้อหา

เพื่อน ๆ หลายคนบอกผมว่า ที่จริงลูก ทั่ว ๆ ไป เขาก็ปฏิบัติกันอย่างนี้แหละนะ แต่เรารู้สึกว่า ครอบครัวเรานี่ ลูก ๆ เติบโต เป็นอะไรขึ้นมาได้ พ่อแม่นั้นท่านลำบาก เหลือเกิน...” ผู้อยู่ในฐานะลูก เผยความ ในใจต่อการจากไปของพ่อ “ครูนิยม” “เมื่อยังเหลือแม่ เราจะต้อง ไม่ให้ความรู้สึกเก่า ๆ นั้นเกิดขึ้น ในใจ เรารู้ว่าเราพลาดไปแล้ว ที่ เราปล่อยให้พ่อว้าเหว่ ปล่อยให้ชีวิต การงานผูกมัดเรามากจนกระทั่งไม่ ได้เอาใจใส่พ่อแม่เท่าที่ควร เมื่อแม่ ยังอยู่ เราซึ่งเป็นลูก ก็ควรจะทำ ทุกอย่างเพื่อให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่าง มีความสุข” นอกจากนี้ ท่านประธานสภายัง ได้ถ่ายทอดคุณธรรมด้านความกตัญญู มาจากมารดาโดยตรงอีก เนื่องจากแต่ เล็กแต่น้อย คุณแม่ถ้วน ต้องเติบโตขึ้น มาพร้อมกับภาระหนักที่การดูแลปรน นิบัติมารดาซึ่งเป็นอัมพาต ในข

หัวข้อประเด็น

- การเรียนรู้จากประสบการณ์ในครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพื่อน ๆ หลายคนบอกผมว่า ที่จริงลูก ทั่ว ๆ ไป เขาก็ปฏิบัติกันอย่างนี้แหละนะ แต่เรารู้สึกว่า ครอบครัวเรานี่ ลูก ๆ เติบโต เป็นอะไรขึ้นมาได้ พ่อแม่นั้นท่านลำบาก เหลือเกิน...” ผู้อยู่ในฐานะลูก เผยความ ในใจต่อการจากไปของพ่อ “ครูนิยม” “เมื่อยังเหลือแม่ เราจะต้อง ไม่ให้ความรู้สึกเก่า ๆ นั้นเกิดขึ้น ในใจ เรารู้ว่าเราพลาดไปแล้ว ที่ เราปล่อยให้พ่อว้าเหว่ ปล่อยให้ชีวิต การงานผูกมัดเรามากจนกระทั่งไม่ ได้เอาใจใส่พ่อแม่เท่าที่ควร เมื่อแม่ ยังอยู่ เราซึ่งเป็นลูก ก็ควรจะทำ ทุกอย่างเพื่อให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่าง มีความสุข” นอกจากนี้ ท่านประธานสภายัง ได้ถ่ายทอดคุณธรรมด้านความกตัญญู มาจากมารดาโดยตรงอีก เนื่องจากแต่ เล็กแต่น้อย คุณแม่ถ้วน ต้องเติบโตขึ้น มาพร้อมกับภาระหนักที่การดูแลปรน นิบัติมารดาซึ่งเป็นอัมพาต ในขณะที่ พี่น้องคนอื่นได้เรียนหนังสือ การเสียสละ อนาคตเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่นั้น เป็น คุณธรรมที่ตอกย้ำความดีงามแก่ลูก หลานสืบมา แม้กระนั้น ท่านประธาน สภาผู้สืบทอดความกตัญญู ก็ยังได้กล่าว เสมอ ๆ ว่า “ครอบครัวผม ลูก ๆ ปฏิ บัติต่อพ่อแม่น้อยนัก เมื่อเทียบกับ ที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อลูก ๆ และในฐานะที่ท่านประธานสภา เป็นผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดพระศาสนาผู้หนึ่ง ได้ใช้วัดเป็นแหล่งพักพิงเมื่อเข้ามาศึกษา ในกรุงเทพฯ ความเป็นเด็กวัดมิได้เป็น อุปสรรคต่อการศึกษาหรือการสร้าง อนาคตให้แก่ตัวเองเลย “ผมคิดว่า การอยู่วัด คือการได้อยู่ ใกล้ชิดคนดี แน่นอนถึงพระจะมีปัญหา บ้าง แต่ต้องยอมรับว่า โดยภาพรวม แล้ว พระดี เพราะท่านก็ประพฤติ ปฏิบัติในทางที่ดีกว่าสามัญขน นอกจากการช่วยงานวัดแล้ว เราก็มีเวลา ผมก็ใช้เวลาทั้งหมดเรียนหนังสือ อ่าน หนังสือ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่อะไร ที่ ไหน แล้วพระท่านก็เมตตาสั่งสอนดี การเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่วัดนี้ ทำให้รู้ซึ้ง ถึงคุณค่าของความอบอุ่นในครอบครัว เราจากบ้านมาไกลไม่มีญาติพี่น้อง มัน เหงา ว้าเหว่บอกไม่ถูก ยิ่งวันไหนฝนตกนี่ จะคิดถึงบ้านเอามาก ๆ คิดถึงพ่อแม่ ผลพลอยได้จากการมาอยู่ที่วัด สำคัญประการหนึ่งก็คือ พระที่ผมมา สตางค์ที่พ่อแม่โถมชีวิตหามาให้ ด้วยความเหนื่อยยากนั้น ก็เกิด การผูกมัดตัวเองว่า ต้องสู้ ต้องเรียน ต้องพยายาม” หากเยาวชนในวันนี้ รู้จักคิดนึก เฉกเช่นเยาวชนผู้มาจากจังหวัดตรังใน ครั้งนั้น คงจะทำให้ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคมต่าง ๆ ลดลงไปได้มากทีเดียว และยังจะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี นำ ความรู้ ความคิด และจิตใจที่มีคุณธรรม มาช่วยพัฒนาประเทศชาติได้อย่างมาก มาย “การบรรจุหลักสูตรพุทธศาสนา เข้าไปในการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่ผม ส่งเสริม แต่เราต้องตระหนักด้วยว่า อาศัยอยู่ด้วยนั้นท่านก็มาจากบ้านนอก | หลักสูตรนั้น เป็นเพียงส่วนประกอบอัน บางครั้งผมให้ได้ตามญาติโยมของท่าน ไปเที่ยวตามบ้านนอก ก็ไปเห็นชีวิต ชาวบ้าน ญาติพี่น้องของหลวงพี่เขา ลำบากยากแค้นกันมาก ทำให้เกิด ความเข้มแข็ง มีพลังใจว่าเรานี้ได้มี โอกาสเรียนหนังสือนี่ นับว่าโชคดี หนึ่งเท่านั้นนะครับ มิใช่หมายความ ว่า หลักสูตรจะทำให้คนสมบูรณ์ขึ้น ตามที่เราต้องการ แท้จริงแล้วก็คือการ ปฏิบัติ การปฏิบัตินี้ เป็นเรื่องสำคัญกว่า ฉะนั้น ครู พ่อแม่ ผู้ปกครองนี้ถือว่าเป็น หลักสำคัญของชีวิตเด็ก เป็นแนวให้เด็ก แล้ว อีกทั้งคิดถึงเงินทุกบาททุก | ได้ การสอนพุทธศาสนา หรือ ๔๒ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More