ข้อความต้นฉบับในหน้า
ED
ทั้งเวลาก็ว่างให้โอกาสอยู่ พระบาทเสน
จึงลายผ้าสังฆาฏิ บนแผ่นผาใหญ่นั้น
แล้วก็เอนกายลงนอน ตั้งสติกำหนดเวลา
ที่จะลุกขึ้นแล้วก็ระงับอารมณ์ หลับ
ได้โดยรวดเร็ว
ร่างกายของพระบาทเสน ซึ่ง
นอนเหยียดยาวอยู่บนแผ่นผาในเวลา
นั้น ปราศจากเครื่องอลังการของขุนพล
แม่ทัพกรุงอนุราธปุรี มีเพียงผืนผ้ากา
สายะปกปิดอยู่เช่นเดียวกับร่างกายของ
สมณศากยะบุตรทั่วไป จึงดูเหมือนท่อน
ไม้ที่ทอดทิ้งอยู่ในป่าหาค่ามิได้ ชวนให้
สังเวชแก่ผู้พบเห็นทั่วไป แต่ว่าภายใน
จิตใจของท่าน ผ่องใสปราศจากมลทิน
ดั่งเพชรน้ำหนึ่งซึ่งนายช่างเจียระไนไว้
อย่างงาม สูงด้วยค่าหาเปรียบปานได้
ยาก
เมื่อพระบาทเสน ระงับกาย
ได้ความผาสุก ได้กำลังจากการ
หลับนอนพอสมควรแก่วิสัย ครั้นตะวัน
บ่ายได้เวลาที่กำหนดใจไว้แต่แรกหลับ
ซึ่งเป็นเวลาของลมเริ่มพัดจัดขึ้น ท่านก็
ตื่นฟื้นกาย รู้สึกว่าได้กำลังจากหลับ
มีเรี่ยวแรงสมบูรณ์ขึ้นสมประสงค์ก็ดีใจ
เพียงแต่คน
ชอบดูมหรสพ
ไปเห็นคนนั่ง
เจริญกรรมฐาน
หรือเดินจงกรมเท่านั้น
ก็อาจเห็นไปว่า
“บ้าไม่เข้าเรื่อง”
หนึ่งเข้า นั่นหมายถึงอันตรายแห่งชีวิต
ทุกประการ กระแสพระราชดำรัสของ
ใจในคราวกราบทูลลามาว่า
อีก การขึ้นยอดผาสูงโดยวิธีเหนี่ยวกิ่งไม้ | พระเจ้ากรุงอนุราธปุรี ซึ่งทรงรับสั่งโลม
เช่นนี้ เป็นการเสี่ยงภัยมาก ทั้งเป็นวิธี
ที่ไม่เคยคิดมาแต่ก่อนเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งทำ
ให้ไม่แน่ใจในความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ในทันใดนั้น ความคิดก็ล่องลอย
ไปถึงเมืองอนุราธปุรีว่า ถ้าอยู่ในเมือง
เรื่องเช่นนี้ก็คงจะไม่ลำบากแต่ประการ
ใดเลย เพียงแต่ขอร้องให้คนช่วยทำ
พะอง ขึ้นให้ก็ง่ายนิดเดียว หรืออย่าง
ลุกขึ้นนั่งมองดูยิ่งหว้าใหญ่ซึ่งต้องลม | ต่ำเพียงแต่ใช้เชือกขว้างขึ้นไปคล้องกิ่งไว้
พัดแกว่งไกวอยู่ไปมานั้น บังเอิญทำให้
ฉุกคิดขึ้นว่า หากคว้าได้กิ่งไม่เหมาะ
กิ่งไม้เปราะหักตกลง ก็อาจเป็นอันตราย
ถึงชีวิตได้ ถ้าถูกกิ่งเหนียวแน่น ทาน
ความหนักของร่างกายไว้ได้ก็เป็นบุญ
ตัว แม้เช่นนั้น หากลมพัดกล้าเกิน กิ่ง
ไม้ก็จะหวัดแกว่งฟาดกลับไปมาด้วย
กำลังแรง อาจพาร่างกายของท่านฟาดเข้า
กับไม้ต้นอื่น หรือชะง่อนผาแห่งใดแห่ง
* สังฆาฏิ ผ้าคลุมกันหนาวที่พระใช้ทาบบนจีวร
ตามปรกติ ภิกษุใช้พับพาดบ่าซ้ายในพิธีสงฆ์
แล้วเหนี่ยวขึ้นไป ก็ยังปลอดภัยทั้งสะดวก
ด้วย เมื่อนึกถึงคนช่วยเช่นนี้แล้ว ความ
คิดก็หาหยุดเพียงเท่านั้นไม่ ความคิด
ได้ขยายออกไปถึงความสุข ความสะดวก
ความสบายจากคนใกล้เคียง ถึงบ้าน
เรือนทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์บริวารที่ห้อม
ล้อม ต้องทิ้งขว้างมาอยู่เดียวดาย ดั่ง
ท่อนไม้ทอดทิ้งอยู่ในป่า จะหาอาภรณ์
อันมีค่าตกแต่งแม้แต่น้อยก็ไม่มี สิ้นยศ
สิ้นศักดิ์ สิ้นคนรัก สิ้นคนบำรุงบำเรอ
“พะอง ไม้ไผ่สำหรับพาดขึ้นต้นไม้ต่างบันได
“ปาทเสน! เมืองอนุราธปุรี
ยังต้องการเธอ ปาทเสน เธอยัง
หนุ่มอยู่ รอให้แก่เถอะจึงค่อยบวช”
กับพระราชดำรัสประโยคสุดท้าย
ว่า
“ปาทเสน! ถ้าเธอหมดศรัทธา
ในอันที่จะบวชต่อไปแล้ว ลาสมณ
เพศมาอยู่กับฉันอีกนะ”
พระเมตตาอันนี้ยังคงประทับใจ
ให้รำลึกถึงอยู่ อารมณ์ที่รำพึงอยู่
ในขณะนั้นรุนแรงเข้ารุมรอนกำลังใจใน
อันจะโลดขึ้นเหนี่ยวกิ่งหว้าเป็นอันมาก
ถึงเกิดเป็นนิวรณ์ทำให้ท้อแท้ คิดไปว่า
แม้ขึ้นยอดมาลูกนี้ได้แล้ว คนยังจะบรรลุ
โมกขธรรมแน่แล้วหรือ? มีอะไรหรือ
ใครที่ไหน? ยืนยันรับรองว่า เราจะได้
บรรลุโมกขธรรม จะเป็นถึงอย่างนั้น
เขียวหรือ พระบาทเสนได้เสียกำลังใจทํา
ให้พะว้าพะวัง ครุ่นคิดถึงความหลังรั้งใจ
Kalyanamitra.org