การศึกษาและมารยาทในการฉันอาหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 138

สรุปเนื้อหา

จับผิด นั่งเสี่ยงทายให้วุ่นวายกันเปล่า ๆ ข้อ ๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักฉันแกงพอสมควรกับข้าวสุก” ข้อนี้ก็เป็นเรื่องของการฝึกนิสัย ไม่ให้กินกับเติบ เช่นเดียวกับข้อที่ ผ่านมาแล้ว ต่างกันแต่ว่า ข้อแรกเป็น กรณีตั้งเจตนาจะให้ได้กับข้าวมาก ๆ ขณะบิณฑบาต ส่วนข้อนี้เป็นการ กำหนดมารยาทขณะกำลังฉันอาหาร ผลที่ได้รับ นอกจากไม่เป็นที่รังเกียจ ของเพื่อนฝูง ของชาวบ้านแล้ว ยัง สร้างนิสัยประหยัด เป็นผลดีในเชิง เศรษฐกิจอีกด้วย ข้อ ๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป” บางคนมีนิสัยแปลก ๆ จะตักจะ กินอะไรชอบเจาะตรงกลางก่อน คด ข้าวในหม้อก็ควักลงไปตรงกลาง ตัก ข้าวหรือตักกับข้าวในจาน ก็เจาะควัก ตรงกลางแบบเดียวกัน มองไปเห็นเป็น สะดือกลวงโบไปหมด นิสัยอย่างนี้ ควรแก้ไขเสียเพราะไม่งาม ลำพังข

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาและมารยาทในการฉันอาหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จับผิด นั่งเสี่ยงทายให้วุ่นวายกันเปล่า ๆ ข้อ ๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักฉันแกงพอสมควรกับข้าวสุก” ข้อนี้ก็เป็นเรื่องของการฝึกนิสัย ไม่ให้กินกับเติบ เช่นเดียวกับข้อที่ ผ่านมาแล้ว ต่างกันแต่ว่า ข้อแรกเป็น กรณีตั้งเจตนาจะให้ได้กับข้าวมาก ๆ ขณะบิณฑบาต ส่วนข้อนี้เป็นการ กำหนดมารยาทขณะกำลังฉันอาหาร ผลที่ได้รับ นอกจากไม่เป็นที่รังเกียจ ของเพื่อนฝูง ของชาวบ้านแล้ว ยัง สร้างนิสัยประหยัด เป็นผลดีในเชิง เศรษฐกิจอีกด้วย ข้อ ๔. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป” บางคนมีนิสัยแปลก ๆ จะตักจะ กินอะไรชอบเจาะตรงกลางก่อน คด ข้าวในหม้อก็ควักลงไปตรงกลาง ตัก ข้าวหรือตักกับข้าวในจาน ก็เจาะควัก ตรงกลางแบบเดียวกัน มองไปเห็นเป็น สะดือกลวงโบไปหมด นิสัยอย่างนี้ ควรแก้ไขเสียเพราะไม่งาม ลำพังของ ที่อยู่ในจานของเราก็ยังไม่ค่อยน่าดู ถ้ากินรวมถาดเดียวกันแบบชาวอินเดีย ถาดละ ๔-๕ คน ใครขึ้นเจาะตรงกลาง แบบนี้ เพื่อนฝูงคงไม่ชอบใจแน่ ๆ ยิ่งเป็นพระ ญาติโยมเห็นท่าน เจาะฉันข้าวในบาตรเป็นปล่องเป็น ช่องกลวงโบ๋อย่างนั้น เขาคงนึกว่า พระองค์นี้ทำอะไรพิลึก ๆ ครอบครัว ไหนปล่อยให้ลูกหลานทำตามใจตัวอย่าง นี้ พอลูกโตขึ้นไปเข้าสังคมไหน เขา จะมีปัญหาถูกเพื่อนฝูงรังเกียจ สิ่งละอันพันละน้อยอย่างนี้อย่า มองข้าม เพราะเป็นมารยาทที่ส่งเสริม บุคลิกและกำจัดความน่ารังเกียจทั้ง หลาย ข้าวสุกที่ทายกตักใส่บาตรหรือ จาน กองพูนเป็นยอดสูง เมื่อพระภิกษุ จะฉันควรเกลี่ยให้ต่ำลงหรือเสมอกัน ก่อน แล้วจึงลงมือฉัน ส่วนอาหาร อื่น ๆ เช่น ขนม ไม่เป็นของที่พึ่งขอุ้ม อยู่แล้ว จึงไม่ได้เอ่ยถึง ข้อ ๑๐. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักไม่กลบแกงหรือกับข้าวด้วย ข้าวสุก เพราะอยากจะได้มาก” ข้อนี้ชัดอยู่แล้วไม่ต้องขยายความ อีก เรื่องอย่างนี้มักเกิดในหมู่ลูกศิษย์วัด จอมแก่นทั้งหลาย ในคราวที่อยู่ร่วมกัน มาก ๆ และข้าวปลาอาหารค่อนข้าง อัตคัตขาดแคลน วิธีซ่อนกับข้าวซ่อน ขนมของพวกเขาแยบยลน่าดู บางที หลงนึกสงสารว่า โถ แย่งเขาไม่ทันไป นั่งซุกกินข้าวเปล่า ๆ อยู่คนเดียว ที่แท้ เจ้านั่นแหละตัวแสบ!! (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More