การกินอาหารของพระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 138

สรุปเนื้อหา

อย่างไรก็ดี บางครั้งก็ยอมรับว่า อาหารเหลือเฟือ ฉันก็แล้ว แจกก็แล้ว ยังไม่หมด เก็บไว้บูดเน่า ต้องทิ้งเสีย บ้าง ถ้าญาติโยมพร้อมใจกันหาของ ที่พระพอจะเก็บไว้ได้ก็จะดี อาจจะ เป็นพวกอาหารกระป๋อง อาหารแห้งที่ เก็บไว้ได้นานก็ได้ อย่างนี้ความเสีย หายก็จะลดน้อยลงไป ความรู้จักประมาณในเรื่องอาหาร การกิน หรือโภชนาเน มัตตัญญุตานี้ ไม่ว่าพระว่าคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงย้ำเตือนไว้นักหนา พระองค์มิได้ ทรงปรารภเฉพาะเรื่องกินมาก กินน้อย เท่านั้น แต่ทรงหมายความครอบคลุมถึง ชนิดของอาหารด้วย เช่น ๑. ของอะไรที่ไม่ควรกินก็อย่า ไปกิน เช่น สะอาดไม่พอ ยืนกินเข้าไป ประเดี๋ยวก็เป็นโรคนั่นโรคนี้ ๒. อาหารที่มีรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เสาะท้อง อย่าไปกินเข้าท้องไส้จะเสีย กินอาหารไม่เป็นเวล่ำเวลา ระบบย่อยอา

หัวข้อประเด็น

- การกินอาหารของพระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๗๖ อย่างไรก็ดี บางครั้งก็ยอมรับว่า อาหารเหลือเฟือ ฉันก็แล้ว แจกก็แล้ว ยังไม่หมด เก็บไว้บูดเน่า ต้องทิ้งเสีย บ้าง ถ้าญาติโยมพร้อมใจกันหาของ ที่พระพอจะเก็บไว้ได้ก็จะดี อาจจะ เป็นพวกอาหารกระป๋อง อาหารแห้งที่ เก็บไว้ได้นานก็ได้ อย่างนี้ความเสีย หายก็จะลดน้อยลงไป ความรู้จักประมาณในเรื่องอาหาร การกิน หรือโภชนาเน มัตตัญญุตานี้ ไม่ว่าพระว่าคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงย้ำเตือนไว้นักหนา พระองค์มิได้ ทรงปรารภเฉพาะเรื่องกินมาก กินน้อย เท่านั้น แต่ทรงหมายความครอบคลุมถึง ชนิดของอาหารด้วย เช่น ๑. ของอะไรที่ไม่ควรกินก็อย่า ไปกิน เช่น สะอาดไม่พอ ยืนกินเข้าไป ประเดี๋ยวก็เป็นโรคนั่นโรคนี้ ๒. อาหารที่มีรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เสาะท้อง อย่าไปกินเข้าท้องไส้จะเสีย ๓. กินอาหารไม่เป็นเวล่ำเวลา ระบบย่อยอาหารเสียหมด กินในเวลา ที่อาหารไม่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เท่าที่ควร ท่านก็ห้ามเสีย เช่น ที่ปรากฏ ในศีลข้อ 5 เว้นการรับประทานอาหาร ในเวลาวิกาล หลังเที่ยงแล้ว ๔. อาหารใดที่มีราคาแพงจัด ทำให้เสียเงินเสียทองมากเกินเหตุ ก็ให้ เลี่ยงเสียไปหาของกินที่กินแทนกันได้ ที่มีราคาถูกกว่า แต่ให้คุณค่าอาหาร เท่ากัน หรือแม้ด้อยกว่าสักนิดหน่อย หากไม่กระทบกระเทือนสุขภาพก็ยังดี กว่า “อีก ๔-๕ รู้จักกินอาหารดีแล้วก็อย่าลืม คำ จะอิ่มให้หยุดเสีย เหลือที่ว่างไว้ให้น้ำบ้าง” หรืออย่าง ที่โบราณว่า ดื่มน้ำตามอีกสักแก้วแล้ว ก็อิ่มพอดี ข้อ ๕. “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ” อาหารที่บิณฑบาตได้มาไม่ว่า จะเป็นของคนจน คนรวย ประณีตหรือ ไม่ประณีต ท่านให้ฉันโดยไม่เลือก แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เป็นการ ทำความลำบากแก่พระมากนัก ญาติโยม ควรเอื้อเฟื้อไต่ถามท่านบ้าง เพราะ พระบางรูปฉันอาหารเผ็ดจัด รสจัด ไม่ได้ จะถามในขณะที่ท่านบิณฑบาต ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะเป็นเรื่องจำเป็น ถามแบบเป็นการเป็นงาน ไม่ได้ถามแบบ ชวนคุย พระท่านตอบได้ ข้อสำคัญต้อง ระวังแต่งคำถามให้ดี อย่าให้ท่าน ต้องตอบแบบเจาะจงเลือกอาหาร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More