ข้อความต้นฉบับในหน้า
ซึ่งก็ไม่ยากอะไร ถามท่านตรง ๆ เลย
ว่า
“หลวงพ่อ หลวงตา อาหารรส
จัด ๆ อย่างนี้ฉันได้ไหม ...อาหารประเภท
นั้นประเภทนี้เป็นอุปสรรค เป็นอันตราย
แก่สุขภาพของหลวงพ่อหรือเปล่า....”
อย่างนี้ท่านตอบได้ ถ้าเราไม่
ไต่ถามท่านบ้าง บางทีเราก็พลาดทำ
ให้ท่านได้รับทุกขเวทนาโดยไม่เจตนา
นานมาแล้ว หลวงพ่อไปกราบ
พระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่า
สมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งของเรา
ท่านมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดิน
อาหาร ของเผ็ด ๆ ท่านฉันไม่ได้ มีอยู่
คราวหนึ่งท่านรับนิมนต์ไปฉันอาหาร
ที่บ้านข้าราชการผู้ใหญ่ ปรากฏว่า
เขามีแต่อาหารรสจัดเผ็ดจัด จำพวก
อาหารขี้เมาทั้งนั้น ท่านรู้เหมือนกัน
ว่าไม่เหมาะกับสุขภาพของท่าน แต่ก็
ไม่ออกปากว่าอย่างไร เขาจัดให้อย่างไร
ก็ฉันอย่างนั้น แต่พอกลับถึงวัดก็อาพาธ
นอนป่วยเป็นเดือน ๆ
นี่ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจทำบุญยังพลาด
เพราะฉะนั้นเวลานิมนต์พระมาฉัน
อาหารที่บ้านก็ดี ตักบาตรให้พระก็ดี
จัดอาหารรสพอสมควร ๆ อย่าให้รสจัด
นัก บางองค์สู้ไม่ได้จริงๆ หรือไม่อย่าง
นั้นก็ทำน้ำจิ้มรสจัดไว้ต่างหาก สำหรับ
องค์ที่ชอบฉันอาหารรสจัด ๆ
แล้วความเชื่อถือที่ว่า คนที่ตาย
ไปแล้วชอบกินอาหารอะไร แล้วตักบาตร
ด้วยอาหารชนิดนั้นส่งไปให้ ก็ขอให้รู้
ด้วยว่า พระไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์นะจ๊ะ
เดี๋ยวผีพ่อชอบกินเหล้า จะเอาเหล้า
มาถวายหลวงพ่อเสียอีก
เรื่องอาหารการกินของพระผู้ใหญ่
สูงอายุนี่ต้องระวังให้มาก เพราะถ้า
ไม่หนักหนาสาหัสจริง ๆ ท่านจะไม่พูด
ถวายอย่างไรก็ฉันอย่างนั้น แล้วก็เลย
ทำให้ท่านต้องลำบากลำบน บันทอน
อายุท่าน พวกเราช่วยเอาใจใส่ท่าน
ด้วยก็แล้วกัน
หลวงพ่อเองทั้ง ๆ ที่ระวัง ยัง
พลาด มีอยู่คราวหนึ่ง พระเดชพระคุณ
พระพุทธิวงศมุนี ท่านเจ้าอาวาสวัด
เบญจมบพิตรฯ องค์ที่เวลาอบรมธรรม
ทายาทของวัดเรา ท่านก็เมตตารับเอา
ไปบวชให้ทุกปีนั่นแหละ ท่านเป็นโรค
เบาหวาน แต่เผอิญหลวงพ่อไม่ทราบ
วันนั้นท่านมาอบรมพระภิกษุที่วัด
หลวงพ่อก็ให้เขาจัดน้ำอ้อยมาถวาย
ท่าน เนื่องจากท่านให้ความคุ้นเคย
ก็เลยพูดแบบเอ็นดูว่า
“นี้แกล้งฆ่ากันนะนี่”
แล้วก็อธิบายว่า ท่านฉันไม่ได้
Kalyanamitra.org
๗๗