การบูชาและความเชื่อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 138

สรุปเนื้อหา

ib เครื่องหอมและเติมน้ำมันลงในประทีป แล้วก็กราบและนั่งประคองอัญชลี พูด อะไรพึมพำอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน สุรเสนะกับสหายยืนดูด้วยความ สนใจ เมื่อเห็นสตรีผู้นั้นเดินออกมาจะ ไปสู่เรือนของนาง จึงเข้าไปทำความ เคารพแล้วชวนพูดด้วย นางแสดงความ แปลกใจที่เห็นเด็กหนุ่มเหล่านี้มีกิริยา มารยาทเรียบร้อย เจรจาไพเราะ ทั้งเป็น คนแปลกหน้ามา จึงไต่ถามได้ความ ว่า เป็นพวกพ่อค้าเกวียนก็ดีใจจึงกล่าว ว่า พรุ่งนี้นางจะขอเดินร่วมทางไปกรุง ไพศาลีด้วย สุรเสนะตอบว่า ยินดีที่จะให้ความ สะดวกและถามว่ามีธุระอะไร จึงจะเดิน ทางไปกรุงไพศาลี คำถามเพียงสั้น ๆ เท่านี้กลับทำให้สตรีผู้นั้นร้องไห้สะอึก สะอื้น ซึ่งทำให้สุรเสนะพร้อมสหายพา กันตื่นเต้นไปด้วย เมื่อซักถามถึงเรื่องที่ ทำให้ร้องไห้ นางจึงเล่าให้ฟังว่า “ลูกของฉัน” พูดได้เท่านี้

หัวข้อประเด็น

- การบูชาและความเชื่อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ib เครื่องหอมและเติมน้ำมันลงในประทีป แล้วก็กราบและนั่งประคองอัญชลี พูด อะไรพึมพำอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน สุรเสนะกับสหายยืนดูด้วยความ สนใจ เมื่อเห็นสตรีผู้นั้นเดินออกมาจะ ไปสู่เรือนของนาง จึงเข้าไปทำความ เคารพแล้วชวนพูดด้วย นางแสดงความ แปลกใจที่เห็นเด็กหนุ่มเหล่านี้มีกิริยา มารยาทเรียบร้อย เจรจาไพเราะ ทั้งเป็น คนแปลกหน้ามา จึงไต่ถามได้ความ ว่า เป็นพวกพ่อค้าเกวียนก็ดีใจจึงกล่าว ว่า พรุ่งนี้นางจะขอเดินร่วมทางไปกรุง ไพศาลีด้วย สุรเสนะตอบว่า ยินดีที่จะให้ความ สะดวกและถามว่ามีธุระอะไร จึงจะเดิน ทางไปกรุงไพศาลี คำถามเพียงสั้น ๆ เท่านี้กลับทำให้สตรีผู้นั้นร้องไห้สะอึก สะอื้น ซึ่งทำให้สุรเสนะพร้อมสหายพา กันตื่นเต้นไปด้วย เมื่อซักถามถึงเรื่องที่ ทำให้ร้องไห้ นางจึงเล่าให้ฟังว่า “ลูกของฉัน” พูดได้เท่านี้แล้วก็ ร้องไห้ และเล่าต่อไปว่า “ถูกจองจำอยู่ ในกรุงไพศาลี ฉันจะไปเยี่ยม มันเป็นลูก ดื้อ ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ฉันว่ากล่าวตัก เตือนมันสักเท่าไรก็ไม่สนใจ บางครั้ง มันกลับดุค่าและขึ้นเสียงเช็ดจึงพูดว่ามัน โตพอแล้ว จะขึ้นสวรรค์ลงนรกก็ขออย่า ได้ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของมันเลย ครั้ง หลังสุดมันถึงกับฉวยไม้ขว้างฉันแต่ไม่ถูก แล้วมันก็ออกจากบ้านไป ลูกฉันคนนี้ | ไม่ควรจะเสียคน มันเสียเพราะเพื่อน มันชอบกินเหล้า ชอบขโมย เหมือนสัตว์ ชอบกินดินเกลือ ในไม่ช้าฉันก็ได้ข่าวว่า มันไปลักของเขาและถูกจับได้ ราชบุรุษ จึงส่งตัวมันไปคุมขังในกรุงไพศาลี แม้ มันจะไม่รักฉัน ไม่เคยเคารพเชื่อฟัง แต่ ฉันตัดมันไม่ขาด มันเป็นลูกในไส้ ก็ ต้องตามส่งเสียมันไป ฉันเชื่อว่าวันหนึ่ง มันจะรู้สึกสงสารแม่ของมันแล้วกลับใจ ได้ พี่น้องท้องเดียวกับมันหลายคน พา กันบ่นว่าฉัน ว่าลูกดี ๆ ไม่เอาใจใส่ กลับไปตามสนใจลูกที่เกเรและเนรคุณ ด่าว่า แต่ฉันช่วยไม่ได้ ลูกอื่น ๆ เขาได้ดี ไปแล้วก็ไม่ห่วงเขา ส่วนลูกที่เกเรก็ห่วง มากกว่าคนอื่น ๆ” “ถ้าอย่างนั้น แม่เฒ่ามาบูชาที่ เทวาลัยนี้ด้วยประสงค์สิ่งไรเล่า” “พ่อเอ่ย! ถ้ามีอะไรที่ไหน อีกที่เขาเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ฉันก็ จะไปให้หมดทุกแห่ง เพื่ออ้อนวอน ให้ท่านโปรดลูกของฉันให้ออก จากที่คุมขังให้ได้ ฉันนับถือหมด ทุกอย่างที่ใครเขาว่าอะไรดี ขอแต่ ให้ช่วยลูกฉันให้ได้เท่านั้น” “ถ้าเขาชอบกินเหล้า และขโมย เหมือนสัตว์ชอบกินดินเกลือแล้ว แม้จะ พ้นโทษมาได้ เขาก็คงจะต้องเข้าไปถูก จำจองอีก หรือไม่เช่นนั้นก็อาจถูก ประหารเลย แล้วแม่เฒ่าจะทำอย่างไร?” สุรเสนะถามต่อไป “นั้นค่อยเอาไว้แก้ไขทีหลัง ถ้า มันออกได้คราวนี้ฉันจะพามันไปหา นักบวชที่เชิงเขาลูกโน้น บางทีจะสอนใจ ให้มันเป็นคนขึ้นมาได้บ้าง” ว่าแล้วนาง ก็อำลาจากไป แต่ไม่ก่อนที่จะขอร้องสุร เสนะในเรื่องที่นางจะขอเดินทางร่วม ไปกับขบวนเกวียนด้วย ชายชราที่สุรเสนะเข้าใจว่าเป็นผู้ เฝ้าเทวสถานหัวเราะเบาๆ เมื่อสตรีผู้นั้น จากไปแล้ว ในที่สุดได้กล่าวขึ้นว่า "บ้านลุงมิได้อยู่ที่เทวาลัยนี้ แต่ ลุงขอบมานั่งดูคนแสดงอาการแปลก ๆ ในเมื่อมีเวลาว่าง ที่แม่เฒ่ากล่าวว่าลูก ชายของแกชอบกินเหล้า และขโมย เหมือนสัตว์ชอบกินดินเกลือนั้น ความ จริงยังมีคนอีกไม่น้อยที่ชอบมาอ้อนวอน ที่เทวสถานนี้ แบบชอบกินดินเกลือนั้น เหมือนกัน บางคนมาขอร้องบนบานให้ เทพเจ้าช่วยในเรื่องการพนันขอให้ฝ่าย คนชนะ คราวนี้ฝ่ายตรงกันข้ามก็มา อ้อนวอนบ้าง หรือในวันนี้มาอ้อนวอน ขอให้อำนวยความสวัสดีแก่คนที่ชอบ ครั้นต่อมาไม่ช้าเมื่อเกิดไม่ชอบใจขึ้นมาก็ เลยมาอ้อนวอนให้เทพเจ้าลงโทษให้เกิด ความพินาศล่มจม แก่คนที่ตนเคยมา อ้อนวอนให้เจริญนั่นเอง ถ้าลุงเป็น เทพเจ้า ก็คงจะทําตามความต้องการของ บุคคลในโลกนี้ไม่ไหว เพราะเปลี่ยนแปลง รวดเร็ว และขัดแย้งกันในตัวก็มี บางคนก็ อ้างว่า ถ้าสิ่งที่ต้องการสำเร็จจะแก้บน ด้วยสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นการเอาของเล็กน้อย แลกกับของมาก ถ้าเทพเจ้าเห็นแก่เล็ก แก่น้อยมีอยู่ นั่นก็จะเป็นแบบอย่างให้ มนุษย์เลียนแบบเรียกเงินสินบนจากผู้ที่ มาพึ่งตน หรือนัยหนึ่งคือตั้งตนแทนเทพ เจ้าผู้กินสินบนนั้น ลุงจึงเห็นว่า การ ที่พระภิกษุแห่งพระพุทธศาสนาเที่ยว จาริกสั่งสอนประชาชน ไม่ให้หลงงม งายในเรื่องเช่นนี้ ย่อมเชื่อว่าเป็นการ ช่วยให้แสงสว่างแก่ชีวิตของคนหมู่มาก เป็นอย่างดี” กล่าวอย่างนั้นแล้วขาย ชราก็เดินดื่มกลับไปสู่เรือนของตน ปล่อย ให้สุรเสนะกับสหายคิดนึกตามถ้อยคำ เหล่านั้นไปตามลำพัง ขณะนั้นเป็นเวลาค่ำแล้ว แต่ยัง ไม่มีแสงจันทร์ส่อง สุรเสนะกับสหาย เดินกลับขบวนเกวียนในราตรีอันค่อน ข้างมืดนั้นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ใน เหตุการณ์ที่ผ่านพบและได้ยินได้ฟังมา (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More