ความสุขจากการบำเพ็ญธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 94
หน้าที่ 94 / 138

สรุปเนื้อหา

จากภาคพื้นได้ ด้วยอำนาจความโสมนัส ที่ขึ้นยอดภูเขาโลหบรรพตได้สมมโนรถ ลืมความลำบากตรากตรำในการเดินทาง ลืมความบอบช้ำร่างกาย ลืมความเหน็ด เหนื่อยทุกประการ ทอดสายตาไปรอบ บริเวณยอดภูผาที่ยืนเหยียบอยู่นั้น เห็น ความสดชื่นรื่นรมย์ของร่มไม้ต่าง ๆ ที่ งามสะพรั่งอยู่บนพื้นสิงขรเขต พร้อม ด้วยเครือเถาลดาวัลย์ขึ้นสลับซับซ้อน บางต้นก็ผลิดอกออกช่อ สลอน งาม น่าชม กลิ่นหอมน่ารื่นรมย์ จำเริญมาน ประสาท ตามวิสัยสุคนธชาติบรรดามี ยังฝูงสกุณชาติประหลาดสีต่าง ๆ ที่พา กันโผผินบินมาจับอาศัย ส่งเสียงร้องอยู่ แจ้ว ๆ เป็นที่เจริญใจยิ่งนัก พระบาทเสน ตะลึงอยู่ในความงามของหมู่ไม้และฝูง วิหค ประกอบด้วยความวิเวกอยู่เป็นครู จึงรู้สึกองค์ จัดแจงเปลื้องจีวรที่นุ่งห่มไว้ อย่างทะมัดทะแมง ทั้งชุ่มโชกด้วยเหงื่อ คลี่ออกฝั่งไว้ดีแล้ว

หัวข้อประเด็น

- ความสุขจากการบำเพ็ญธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จากภาคพื้นได้ ด้วยอำนาจความโสมนัส ที่ขึ้นยอดภูเขาโลหบรรพตได้สมมโนรถ ลืมความลำบากตรากตรำในการเดินทาง ลืมความบอบช้ำร่างกาย ลืมความเหน็ด เหนื่อยทุกประการ ทอดสายตาไปรอบ บริเวณยอดภูผาที่ยืนเหยียบอยู่นั้น เห็น ความสดชื่นรื่นรมย์ของร่มไม้ต่าง ๆ ที่ งามสะพรั่งอยู่บนพื้นสิงขรเขต พร้อม ด้วยเครือเถาลดาวัลย์ขึ้นสลับซับซ้อน บางต้นก็ผลิดอกออกช่อ สลอน งาม น่าชม กลิ่นหอมน่ารื่นรมย์ จำเริญมาน ประสาท ตามวิสัยสุคนธชาติบรรดามี ยังฝูงสกุณชาติประหลาดสีต่าง ๆ ที่พา กันโผผินบินมาจับอาศัย ส่งเสียงร้องอยู่ แจ้ว ๆ เป็นที่เจริญใจยิ่งนัก พระบาทเสน ตะลึงอยู่ในความงามของหมู่ไม้และฝูง วิหค ประกอบด้วยความวิเวกอยู่เป็นครู จึงรู้สึกองค์ จัดแจงเปลื้องจีวรที่นุ่งห่มไว้ อย่างทะมัดทะแมง ทั้งชุ่มโชกด้วยเหงื่อ คลี่ออกฝั่งไว้ดีแล้ว ก็ออกเดินรอบ ๆ บริเวณ ให้ร่างกายได้ต้องลมที่โชยพัดมา เย็นสบาย ครั้นเห็นน้ำใสในแอ่งหิน ประหนึ่งว่าอ่างศิลาใบใหญ่ก็นึกประ หลาดใจ แม้จะเป็นของธรรมชาติ ก็ดู ประหนึ่งมีบุคคลที่สามารถมาสร้างไว้ จึงได้ลงดื่มและอาบชำระเหงื่อไคลให้ ร่างกายหมดมลทิน แล้วเดินกลับมาที่ร่ม ไม้หว้า หยิบจีวรที่พึ่งไว้มาห่มให้ เรียบร้อยโดยสมควรแก่สมณวิสัย รู้สึก เป็นสุขใจอย่างยิ่ง พระบาทเสนนั่งรำพึงอยู่ว่า นับแต่แรกเกิดมาจนบัดนี้ เรายัง ไม่เคยเห็นสถานที่อันวิเวกน่ารื่นรมย์ งามเช่นนี้แต่ที่ใดเลย สถานที่อันนี้เหมาะ แก่การบำเพ็ญสมณธรรมยิ่งนัก สมจริง ดังคำบอกเล่าของท่านอาจารย์ ควรที่ เราจะอยู่อาศัยสถานที่นี้บำเพ็ญสมณ ธรรมจนชีวิตหาไม่ สิ่งทั้งหลาย ไม่คงทนถาวร เพราะอาศัย ปัจจัยอันหนึ่งเกิดขึ้น เมื่อปัจจัยอันนั้น เสื่อมไปตามกำลัง สิ่งเหล่านั้น ครั้นพระบาทเสนดำริเช่นนี้แล้ว ก็นั่งราบลงกับพื้นผา ขัดสมาธิ สำรวม จิต เจริญสมาธิอธิษฐานในใจว่า ถ้าอาตมายังไม่บรรลุโมกขธรรม ตราบใด ตราบนั้นก็จะไม่ไปจากสถานที่นี้ ด้วยกำลังแห่งสาวกบารมีที่ พระบาทเสนได้สร้างสมมาดีแล้ว แต่บุรพชาติ ทั้งปัจจุบันก็เพียบพร้อม ด้วยวิปัสสนาญาณ ดังนั้น เพียง ระยะกาลในราตรีที่ ๓ พระเถรเจ้า ก็บรรลุวิชชา ๓ ประการ ทำให้ แจ้งซึ่งวิมุตติญาณอันวิเศษ ชำระ ดวงจิตให้บริสุทธิ์จากสรรพกิเลส ท * วิชชา ๓ ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ ๓ ประการ คือ ๑. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ญาณ เป็นเหตุให้ระลึกชาติได้ 6. จุตูปปาตญาณ ญาณกำหนดรู้จุติและอุบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย อันเป็นไปตามกรรม, เห็นการเวียนว่ายตายเกิด ของสัตว์ทั้งหลาย เรียกอีกอย่างว่า ทิพพจักขุ ญาณ ๓. อาสวักขญาน ญาณหยั่งรู้ใน ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย, ความรู้ ที่ทำให้สิ้นอาสวะ, ความตรัสรู้ สมมโนรถ ยังภูเขาโลหบรรพตให้ หวั่นไหว ด้วยสุรเสียงสาธุการของ เทพไทยทั่วภูผา ครั้นรุ่งแจ้งแสงสุริยาเพลาเช้า พระเถรเจ้าก็สำแดงปาฏิหาริย์ ลอยมา ทางคัคนานต์ ประเทศเวหา บัดใจก็ ถึงภูผากฏบรรพต อันเป็นที่ตั้งอาศรม บทเวรัมภวิหาร พระเถรเจ้าจึงเข้าไปหา ท่านพระเรวตะอาจารย์ ถวายอภิวาท แล้วเล่าเรื่องตั้งแต่ลีลาศอำลาไป จนถึง ภูเขาใหญ่โลหบรรพต ได้ขึ้นไปบำเพ็ญ สมณธรรมสมมโนรถทุกประการ พระ เรวตะเถรเจ้ากล่าววาจาสาธุการแสดง มุทิตาจิต แม้ตรุณสามเณรซึ่งสถิตอยู่ใน ที่ใกล้ ก็ประกาศความดีใจอนุโมทนา ทั้งสามองค์ก็ร่วมสัมโมทนียกถาพอควร แก่อริยะวิสัย ขอยุติเรื่อง พระบาทเสน ไว้แต่เพียงนี้ ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุก ท่าน ตลอดกาลเป็นนิรันดร เทอญ ท้องฟ้า 55656 Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More