ข้อความต้นฉบับในหน้า
RO
เป็นเพราะมีทุกข์น้อยลงต่างหาก”
“ผมยังไม่ค่อยเข้าใจที่หลวงพ่อ
พูดครับ”
“ในทางพระพุทธศาสนาสอน
ว่า โลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์
คือ ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้น
ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป นอกจาก
ทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์
ไม่มีอะไรดับ
“ผมยิ่งงงใหญ่เลยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นจะเปรียบกับทฤษฎี
ทางวิทยาศาสตร์ให้ฟังคงจะเข้าใจง่าย
ถูกจุด คนที่มีทุกข์แต่ไม่ยอมเข้าวัดศึกษา
ธรรมะนี่น่าเป็นห่วง คนส่วนมากพอ
มีความทุกข์ ก็มักจะหาทางออกด้วย
วิธีผิด ๆ เช่น หันไปเอาสุราเป็นที่พึ่งบ้าง
หรือไม่ก็หลบเข้าโรงหนังโรงละคร พอ
ให้ลืมความทุกข์ไปชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
ไม่รู้จักศึกษาหาเหตุหาทางแก้ทุกข์ให้
|
ถูกวิธี"
“อะไรคือเหตุทำให้เกิดทุกข์ครับ
หลวงพ่อ”
2-1
“ความทะยานอยากคือเหตุ
แห่งทุกข์ ความทะยานอยากนี้มี
อยู่ ๓ อย่าง คือ อยากได้ อยาก
เป็น อยากไม่เป็น และวิธีแก้ทุกข์
ก็คือ การรู้จักระงับความอยากทั้ง
๓ อย่างไว้ได้
ให้คนเสียคนได้ง่ายกว่าทุกขเวทนา
มากนัก ดูตัวอย่างจากเด็กที่พ่อแม่
เลี้ยงอย่างตามใจ อยากได้อะไร
พ่อแม่ก็สรรหามาให้ทุกอย่าง เด็ก
ประเภทนี้แหละที่มีโอกาสเสียคนได้
ง่าย”
หลวงพ่อได้อธิบายต่อไปอีกว่า
“พ่อแม่ที่ฉลาดจะไม่ยอมตามใจ
ลูกทุกเรียงไป ถ้าเห็นว่าสิ่งใดที่ลูกต้อง
การนั้นยังไม่ควรจะได้ ก็พยายามชี้แจง
ให้เด็กรู้จักเหตุผลควรไม่ควรอย่างไร เป็น
การฝึกให้เด็กรู้จักอดทน อดกลั้นมีกำลังใจ
ที่เข้มแข็งพอที่จะเผชิญกับความทุกข์
ความผิดหวังต่อไปเบื้องหน้าได้ ส่วน
เด็กที่พ่อแม่ตามใจเสียจนเคยตัวนั้น
พื้นฐานทางจิตใจไม่เข้มแข็งเมื่อประสบ
ความทุกข์ความผิดหวัง จึงมักจะตีโพย
ไปอีกว่า
ตีพายคร่ำครวญจนเกินเหตุและเมื่อ
“ความอยากของมนุษย์นั้นไม่มีที่
ประสบกับสิ่งเย้ายวนใจ ก็ไม่รู้จักยับยั้ง
ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะหนีความทุกข์ | สิ้นสุด ยิ่งอยากมาก ก็ยิ่งทุกข์มาก ฉะนั้น
ชั่งใจ และมักจะปล่อยตัวจมอยู่กับความ
ขึ้นนะ คือทฤษฎีเรื่องความร้อนที่กล่าว
ไว้ว่า ในโลกนี้มีแต่ความร้อน ไม่มีความ
เย็น ที่เราเรียกความเย็นนั้น เนื่องจาก
ความร้อนลดลงไปนั่นเอง ทำนองเดียว
กับที่หลวงพ่อบอกว่าในโลกนี้ไม่มี
ความสุข มีแต่ความทุกข์น้อยลง"
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า
จากนั้นหลวงพ่อยังได้กล่าวต่อ
ได้พ้น”
“ถูกแล้ว แต่หนทางดับทุกข์นั้นมี
อยู่ และโชคดีที่พระพุทธเจ้าของเราได้
ทรงค้นพบทางดับทุกข์นั้น การพบนั้น
เรียกว่า ตรัสรู้ ดังนั้นคำสั่งสอนของ
พระพุทธศาสนาจึงมุ่งให้ทุกคนรู้จักแก้
ปัญหาชีวิตและระงับทุกข์ได้ด้วยตนเอง
และเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา
อยู่ที่การดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง เรียกว่า
นิพพาน”
“แล้วเรื่องที่คนเขาชอบกล่าวว่า
คนที่เข้าวัดนั้นมักจะมีแต่พวกที่ผิดหวัง
หรือมีความทุกข์เท่านั้น ก็เป็นความจริง
ครับหลวงพ่อ”
“ไม่เห็นจะเป็นเรื่องเสียหายอะไร
นี่ ดีเสียอีกที่รู้จักเข้าวัดศึกษาธรรมะ
เมื่อมีความทุกข์ เพราะจะได้แก้ปัญหาได้
คนเราจึงต้องรู้จักเหตุรู้จักผล หัดฝึกตน
ให้ระงับความอยากเสียตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
ผู้ใหญ่เขาจึงพยายามสอนให้เด็กมีความ
อดทน อดกลั้น ไม่ตีโพยตีพายเอาแต่ใจ
ตน เพราะถ้าแม้เพียงความผิดหวัง หรือ
ความทุกข์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังทนไม่ได้
แล้ว ต่อไปก็ยากที่จะทนความสุขได้”
“อะไรกันครับหลวงพ่อ ทำไม
เราจะต้องทนความสุขด้วย”
“คนเราถ้าหากได้ศึกษาธรรมะ
ของพระพุทธเจ้ากันพอสมควรแล้ว ก็
จะได้รู้ว่า แท้จริงความทุกข์หรือทุกข
เวทนานั้น พออดทนได้ง่ายกว่าสุขเวทนา
เลย ก
“อ้าว! ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ
ครับหลวงพ่อ”
“เพราะสุขเวทนา เป็นเหตุ
สนุกสนานเพลิดเพลินเป็นเหตุให้เสียผู้
เสียคนได้ง่าย"
“แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ สุขเวทนา
นั้นจะเป็นเรื่องที่อดทนได้ยากกว่า
ทุกขเวทนาได้อย่างไร เพราะความสุข
นั้นเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็พอใจอยู่แล้ว ไม่น่า
จะต้องใช้ความอดทนมากเหมือนความ
ทุกข์”
เอกถามเพราะยังไม่คลายความ
สงสัย
“ถ้ามองเผิน ๆ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น
แต่ถ้าจะพิจารณากันให้ดีก็จะเห็นว่า
การทนสุขนั้นต้องอาศัยกำลังใจที่เข้มแข็ง
กว่าการทนทุกข์มากมายนัก เพราะ
ทุกขเวทนานั้นเป็นภาวะจำยอม เป็น
สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น เช่น ความหนาว
ร้อน ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความเหน็ด
Kalyanamitra.org