กรรมดีและกรรมชั่ว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 9 หน้า 114
หน้าที่ 114 / 138

สรุปเนื้อหา

กรรมดี คนดีทำได้ง่ายแต่ คนชั่วทําได้ยาก กรรมชั่ว คนชั่วทําได้ง่าย แต่พระอริยเจ้า ไม่ทําเลย พระมารดาขออนุญาตบวช พระมารดา ทรงห้ามถึง ๓ ครั้ง ก็ยังทรงยืนยัน การบวชอยู่ พระมารดาจึงว่า “หากภัททิยราช สหายของลูกบวช ได้ก็จงบวชเถิด” อนุรุทธ์จึงไปหาภัททิยะ อ้อนวอน อยู่ถึง ๗ วัน ภัททิยราชา จึงยอมรับ คำว่าจะบวช ในการออกบวชครั้งนี้มี พระราชกุมาร 5 พระองค์ด้วยกัน คือ ภัททิยะ อนุรุทธ์ อานันทะ ภค กิมพละ และเทวทัต รวมอุบาลี ภูษามาลาเข้าอีกหนึ่งเป็น ๒ ก่อนออกบวชได้เสวยมหาสมบัติ เจ็ดวันเต็ม ๆ คือ สนุกสนานเพลิดเพลิน อย่างเต็มที่ปานประหนึ่งว่าเทวดาเสวย ทิพยสมบัติ แล้วเสด็จพร้อมด้วยจตุรง คินีเสนา ดุจเสด็จไปพระราชอุทยาน เมื่อถึงพรมแดนได้ส่งจตุรงค์นี้เสนา กลับ ราชกุมารทั้ง 5 พระองค์ได้เปลื้อง พัสตราภรณ์ของตน ๆ ห่อแ

หัวข้อประเด็น

- กรรมดีและกรรมชั่ว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๐๖ กรรมดี คนดีทำได้ง่ายแต่ คนชั่วทําได้ยาก กรรมชั่ว คนชั่วทําได้ง่าย แต่พระอริยเจ้า ไม่ทําเลย พระมารดาขออนุญาตบวช พระมารดา ทรงห้ามถึง ๓ ครั้ง ก็ยังทรงยืนยัน การบวชอยู่ พระมารดาจึงว่า “หากภัททิยราช สหายของลูกบวช ได้ก็จงบวชเถิด” อนุรุทธ์จึงไปหาภัททิยะ อ้อนวอน อยู่ถึง ๗ วัน ภัททิยราชา จึงยอมรับ คำว่าจะบวช ในการออกบวชครั้งนี้มี พระราชกุมาร 5 พระองค์ด้วยกัน คือ ภัททิยะ อนุรุทธ์ อานันทะ ภค กิมพละ และเทวทัต รวมอุบาลี ภูษามาลาเข้าอีกหนึ่งเป็น ๒ ก่อนออกบวชได้เสวยมหาสมบัติ เจ็ดวันเต็ม ๆ คือ สนุกสนานเพลิดเพลิน อย่างเต็มที่ปานประหนึ่งว่าเทวดาเสวย ทิพยสมบัติ แล้วเสด็จพร้อมด้วยจตุรง คินีเสนา ดุจเสด็จไปพระราชอุทยาน เมื่อถึงพรมแดนได้ส่งจตุรงค์นี้เสนา กลับ ราชกุมารทั้ง 5 พระองค์ได้เปลื้อง พัสตราภรณ์ของตน ๆ ห่อแล้วสั่งให้ อุบาลี นายภูษามาลาและช่างกลบก พลางกล่าวว่า “อุบาลี! รับของอันมีค่านี้ไปเถิด มันพอเลี้ยงชีพของท่านไปตลอดชีวิต จงถือเอาสมบัติเหล่านี้แล้วกลับไป” อุบาลีกลิ้งเกลือกอยู่แทบเท้า ของพระราชกุมารเหล่านั้น รำพันต่าง ๆ แต่ไม่อาจขัดขืนคำสั่งได้ จึงลุกขึ้น ถือห่อของแล้วกลับไป เมื่อพระราชกุมารทั้ง 5 และ อุบาลีแยกกันนั้น ราวป่าเป็น ประหนึ่งว่าจะร้องไห้ แผ่นดินมี อาการเสมือนจะหวั่นไหว เมื่อเดินทางกลับไปได้หน่อยหนึ่ง อุบาลีฉุกคิดว่า “พวกศากยะทั้งหลายดุร้ายนัก อาจเข้าใจผิดคิดว่าเราปลงพระชนม์ ทรง พระราชกุมารและยึดเอาสมบัติเหล่านี้ กลับคืนมา นี่คืออันตรายประการหนึ่ง ของเรา อน อนึ่งเล่า ศากยะทั้ง 5 นี้ ท สละสมบัติอันล้ำค่าออกบวช ก็เราเล่า? หากเรารับพัสตราภรณ์อันเขาทิ้งแล้ว เหล่านี้ จะไม่เหมือนดื่มก้อนเขฬะ อันผู้อื่นถมทิ้งแล้วหรือ" คิดดังนี้แล้วจึงแก้ห่อออก เอา พัสตราภรณ์แขวนไว้บนกิ่งไม้ พลาง กล่าวว่าผู้ต้องการจงเอาไปเถิด ดังนี้ แล้วกลับไปหาราชกุมารทั้ง 5 เล่า ความคิดทั้งปวงของตนให้ราชกุมารเหล่า นั้นทรงทราบ พระราชกุมารก็รับไป โดยดี ขณะนั้น พระศาสดาประทับอยู่ ณ อนุปิยอัมพวัน แห่งอนุปิยนิคม ของพวกมัลลกษัตริย์ ศากยกุมารทั้ง พระองค์และอุบาลีเข้าเฝ้า ณ ที่นั้น ถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า “ข้าแต่พระจอมมุนี ข้าพระองค์ ทั้งหลายเป็นพวกศากยะมีความถือตัว มาก บุคคลผู้นี้ (คืออุบาลี) เป็นคน รับใช้ของพวกข้าพระองค์มานาน ขอ พระองค์ได้โปรดให้เขาบวชก่อนเถิด เพื่อพวกข้าพระองค์จักได้ทำสามีจิกรรม แก่เขา มีการลุกรับและการกราบไหว้ เป็นต้น ด้วยอาการอย่างนี้ อาการ มานะของพวกข้าพระองค์ จักสร้างสิ้น ไป” *สามีจิกรรม การแสดงความเคารพตาม ธรรมเนียมของพระเณรในระหว่างผู้ใหญ่กับ ผู้น้อย เช่น ระหว่างพระอุปัชฌาย์กับสัทธิง วิหาริก ระหว่างอาจารย์กับอันเตวาสิก หรือ ระหว่างผู้แก่พรรษากับผู้อ่อนพรรษากว่า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More