เล่านิทานให้หลานฟัง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 11 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 132

สรุปเนื้อหา

เล่านิทานให้หลานฟัง โดย น้าอี๊ด สวัสดีค่ะ หลาน ๆ ที่น่ารักทุกคน หลาน ๆ คะเคยฟังเพลง “ตาอินกะตานา” พระอุปนนท์จึงเก็บบาตรจีวรนั้นไว้ในที่พักของตน กันมาแล้วทุกคนใช่มั้ยคะที่ว่า “...ตาอินกะตานาหาปลาเอามากินกัน ได้ปลาทุกวันรักกันก็ปันกันไป...” จนกระทั่งถึงตอนท้ายที่ว่า พอออกพรรษาแล้วจึงใส่รถเข็นมายังเชตวันมหาวิหาร ระหว่างทางได้แวะไปที่กุฏิของพระชรา ๒ รูปที่อยู่ท้าย วิหาร ท่านเห็นพระทั้งสองกำลังแบ่งจีวรที่ได้มาซึ่งเป็น ผ้าเนื้อหยาบ ๒ ผืน ผ้ากัมพลเนื้อดีเยี่ยม ๑ ผืน พระชรา “...แต่แล้ววันหนึ่งเคราะห์มองซึ่งถมึงทึงมา ทั้งสองไม่อาจแบ่งกันได้ ท่านอุปนนท์จึงอาสาแบ่ง สองคนถึงคราแย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว ให้ โดยให้พระทั้งสองได้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบไป ส่วน ตาอินกะตานาโศกาอาวรณ์จริงเจียว ท่านเอาผ้ากัมพลไป โดยอ้า

หัวข้อประเด็น

- เล่านิทานให้หลานฟัง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เล่านิทานให้หลานฟัง โดย น้าอี๊ด สวัสดีค่ะ หลาน ๆ ที่น่ารักทุกคน หลาน ๆ คะเคยฟังเพลง “ตาอินกะตานา” พระอุปนนท์จึงเก็บบาตรจีวรนั้นไว้ในที่พักของตน กันมาแล้วทุกคนใช่มั้ยคะที่ว่า “...ตาอินกะตานาหาปลาเอามากินกัน ได้ปลาทุกวันรักกันก็ปันกันไป...” จนกระทั่งถึงตอนท้ายที่ว่า พอออกพรรษาแล้วจึงใส่รถเข็นมายังเชตวันมหาวิหาร ระหว่างทางได้แวะไปที่กุฏิของพระชรา ๒ รูปที่อยู่ท้าย วิหาร ท่านเห็นพระทั้งสองกำลังแบ่งจีวรที่ได้มาซึ่งเป็น ผ้าเนื้อหยาบ ๒ ผืน ผ้ากัมพลเนื้อดีเยี่ยม ๑ ผืน พระชรา “...แต่แล้ววันหนึ่งเคราะห์มองซึ่งถมึงทึงมา ทั้งสองไม่อาจแบ่งกันได้ ท่านอุปนนท์จึงอาสาแบ่ง สองคนถึงคราแย่งหัวปลาหางปลากันเกรียว ให้ โดยให้พระทั้งสองได้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบไป ส่วน ตาอินกะตานาโศกาอาวรณ์จริงเจียว ท่านเอาผ้ากัมพลไป โดยอ้างว่าเป็นค่าตัดสินความซึ่ง ตาอยู่มาเดี่ยวเดียวคว้าพุงเพียวเพียวไปกิน” เป็นหน้าที่ของพระวินัยธร คนที่ทำตัวเป็น “ตาอยู่” มีทุกยุคทุกสมัย เป็นผู้ ที่ชอบใช้เล่ห์กลฉกฉวยผลประโยชน์เกินกว่าที่ตนควร จะได้จากบุคคลอื่น ในสมัยพุทธกาลก็มีคนประเภทนี้ แม้แต่เมื่อได้มาบวชเป็นพระภิกษุแล้ว นิสัยชอบเอารัด เอาเปรียบผู้อื่น เห็นแก่ได้อย่างมากก็ยังตัดไม่ขาด ท่านผู้นั้นมีชื่อว่า “พระอุปนนทเถระ” ท่านไปที่ไหน ก็ชอบ “กันท่า” คนอื่นเขาด้วยการวางร่ม วางรองเท้า ไว้ที่นี่ วางไม้เท้าไว้ที่โน่น แล้วตัวท่านก็ไปนั่งอีกที่หนึ่ง หลาน ๆ เคยทำอย่างนี้หรือเปล่าคะ พระภิกษุทั้งหลายเห็นพระอุปนนท์มีจีวรมาก มายจึงเข้าไปถาม ท่านก็ตอบไปตามความเป็นจริง พระภิกษุจึงนำเรื่องนี้มาสนทนากัน เมื่อพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงทราบ จึงทรงตำหนิพระอุปนนท์ว่าเป็น ผู้โลภมาก แม้เมื่อชาติก่อนก็โลภมาก ชอบยื้อแย่งของ จากผู้อื่นเหมือนกัน แล้วตรัสเล่าเรื่องในอดีตชาติของ พระอุปนนท์ดังนี้ ในอดีตกาลครั้งน วันหนึ่ง พระอุปนนทเถระเทศน์ให้พระภิกษุ ในชนบทฟัง ถึงคุณของความเป็นผู้มักน้อย พระภิกษุ เหล่านั้นซาบซึ้งในคำสอนถึงกับพากันทิ้งบาตร จีวรที่ ประณีต แล้วใช้บาตรดินกับจีวรที่ได้จากผ้าบังสุกุล สุนัขจิ้งจอกกำลังแพ้ท้อง จึงพูดกับสามีว่า - นอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองราช สมบัติกรุงพาราณสี สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งพาเมียของ มันซึ่งกำลังตั้งท้องมาหาอาหารกินที่ริมฝั่งแม่น้ำ นาง ๑๖ กัลยาณมิตร Kalyanamitra.org พฤศจิกายน ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More