ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘๒ กัลยาณมิตร
สอนแล้ว ขอท่านจงได้กรุณากลับมาบอกแก่
ข้าพเจ้าสักหน่อยเถิด จะบอกด้วยวิธีใด ๆ ก็
ได้ จะเป็นบุญคุณแก่ข้าพเจ้าอย่างยิ่งล้นเหลือ
และขอท่านได้โปรดทราบไว้ด้วยว่า อันตัว
ท่านนี้ข้าพเจ้ามีความเชื่อถือ มีความไว้วางใจ
เป็นที่สุด สิ่งใดที่ท่านได้เห็นและมาบอกแก่
ข้าพเจ้า สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนตัวข้าพเจ้านี้ได้
เห็นเอง '
ครั้นได้ฟังคำสั่งดังนี้แล้ว คนดีมีใจเป็น
กุศลเหล่านั้นก็ยินดีรับคำทุกคนไป แต่พอเขา
ตายไปแล้วก็เห็นเงียบหายไปทุกคน จะได้
มาบอกด้วยตนเอง หรือส่งทูตมาบอกแต่สักคน
ก็ไม่มี ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้วินิจฉัยตกลงใจ
อย่างแน่นอนว่า โลกหน้าไม่มี สัตว์ผู้ผุดเกิดก็
ไม่มี ผลของกรรมดี กรรมชั่วก็ไม่มี”
พระอรหันต์กุมารกัสสปะจึงพูดว่า
“ใคร่จะให้มหาบพิตรตั้งพระทัยสดับ
ความข้อนี้ สมมติว่ามหาบพิตรได้ไปเห็น
บุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งจมอยู่ในหลุมคูถ (คูณ หมายถึง
อุจจาระ) พระองค์มีพระทัยกรุณารับสั่งราช
บุรุษให้จัดการช่วยเหลือบุรุษนั้น ขึ้นจากหลุม
คูถ แล้วช่วยกันเอาซี่ไม้ไผ่พูดคูถออกจากกาย
บุรุษนั้นให้หมดจด อาบน้ำทำความสะอาด
ร่างกาย เสร็จแล้วจึงเอาดินสีเหลืองมาขัดสี
กายบุรุษนั้นจนครบ ๓ ครั้ง ครั้นแล้วจึงช่วย
กันแต่งผม และโกนหนวดของบุรุษนั้นเสียให้
เรียบร้อยพองาม นำพวงดอกไม้เครื่องลูบไล้
และผ้าซึ่งล้วนแต่มีราคามากเข้าไปให้บุรุษนั้น
สวมใส่ เสร็จแล้วจึงเชื้อเชิญเขาขึ้นไปบนปรา
สาทบำรุงด้วยกามคุณทั้ง ๕ (กามคุณทั้ง
๕ เป็น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รูปก็มีรูป
งาม ๆ สวย ๆ มาให้ดู รสกรสหวาน ๆ รสที่
ถูกใจ กลิ่นก็กลิ่นหอม ๆ เสียงก็เพราะ ๆ ส้ม
ผัสก็นุ่ม ๆ นิ่ม ๆ) ให้เป็นที่เปรมใจยิ่งนัก
ในกรณีนี้ อาตมภาพใคร่จะขอถามมหา
บพิตรสักหน่อยว่า บุรุษนั้นซึ่งบัดนี้ประดับด้วย
อาภรณ์แก้วมณีอันมีค่า พรั่งพร้อมไปด้วย
กามคุณทั้ง ๕ บำเรออยู่ จิตใจเขายังจักมีความ
ประสงค์ที่จะไปจมหลุมคูถมิดศีรษะอยู่อีกหรือ
ไม่?
พระอรหันต์กุมารกัสสปะกล่าวต่อ
ไปว่า
“มหาบพิตร ในทางธรรมถือว่า มนุษย์
เป็นพวกไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น น่าเกลียด
เหมือนอุจจาระ บรรดามิตรอำมาตย์ญาติ
สายโลหิตของมหาบพิตรซึ่งเป็นคนดีมีกุศล
Kalyanamitra.org
พฤศจิกายน ๒๕๐๑