ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าพเจ้าด้วยเถิด
พออาตมาอธิษฐานเสร็จ เหตุการณ์อย่างหนึ่งก็
เกิดขึ้นคือ มีพระองค์หนึ่งเดินตรงมาทางกุฏิของอาตมา
พระองค์นั้นก็คือท่าน วิชชานันทะ ซึ่งอยู่ประจำที่
พระอาราม และเคยมาสนทนากับอาตมาเป็นประจำ
นั่นเอง พอเหลือบไปเห็นท่านวิชชานันทะ ชายประหลาด
คนนั้นก็รีบเก็บปืนพกโดยเอาสอดใส่เข้าไปในเสื้อ แสดง
กิริยาท่าทางชัดชัด คล้ายกับเกิดความผิดหวังอย่างหนัก
ที่มีผู้เข้ามาขัดขวางแผนการของเขา
อาตมารู้สึกโล่งใจเหมือนมีผู้มายกเอาภูเขาออกไป
จากอกที่ท่านวิชชานันทะมาช่วยชีวิตไว้ แต่เมื่อรู้สึกตัว
ขึ้นอาตมาก็รับรวบรวมกำลังใจกำจัดความปิติยินดี
นั้นเสีย เพราะพระอาจารย์เคยสอนอาตมาเสมอว่า
ความดีใจก็ดี ความเสียใจก็ดี เมื่อเกิดขึ้น ย่อมทำให้
เสียคุณภาพ เมื่อรู้ตัวอยู่พึงกำจัดเสีย และอาตมา
ก็ได้ปฏิบัติตามนั้นเสมอมา
“ท่านทําให้ผมต้องประสบกับ
ความหายนะแทบจะสิ้นเนื้อ
ประดาตัว ท่านทำให้ผม
ต้องออกจากบ้าน เที่ยวหลบ ๆ
บ่อน ๆ ไม่กล้าเผชิญหน้า
มนุษย์ ท่านเป็นผู้ทำลายความสุข
และอนาคตของผมอย่างสิ้นเชิง
ผมจะฆ่าท่าน ฆ่าให้สมกับ
ความแค้น...”
"
คนเข้าใจถวายท่านวิชชานันทะ ท่านซักถามเพิ่มเติม
และอาตมาได้อธิบายเพิ่มเติมจนท่านพอใจแล้ว อาตมา
“ผมมีปัญหาบางอย่างที่จะปรึกษากับท่าน” ท่าน จึงอำลากลับ เมื่อกลับถึงกุฏิปรากฏว่าชายคนนั้น
วิชชานันทะพูดขึ้น เมื่อมาหยุดอยู่ข้างหน้ากุฏิน้อยของ
อาตมาขณะพูด ดวงตาของท่านจับอยู่ที่ชายประหลาด
นั้นตลอดเวลา
“ผมอยากจะขอนิมนต์ท่านไปที่กุฏิผมสักประเดี๋ยว”
“ผมกำลังมีแขก” อาตมาพูดขึ้น “ถ้ามีธุระของท่าน
ไม่รีบด่วนนัก ผมก็อยากจะคุยกับแขกก่อน”
อาตมาสังเกตเห็นว่า ชายประหลาดคนนั้นคงจะ
งงงวยต่อคำพูดของอาตมาไม่น้อย เพราะเขาจ้องดูอาตมา
ด้วยสายตาแสดงความงุนงง
“ค่อนข้างจะรีบด่วนเสียด้วย” ท่านวิชชานันทะ
ตอบ “แต่คงกินเวลาไม่นานนัก ผมขอนิมนต์ท่านไปพบ
กับผมก่อนเถอะ-
นั่งอยู่ว่า
หายไปไหนเสียแล้ว เขาคงคิดว่าอาตมาจะไม่กลับไปเป็น
เหยื่อกระสุนของเขาอีก เขาจึงหลบหนีไปเสียก่อน เพราะ
มนุษย์ทั่วไปที่สามารถนำตนพ้นไปจากมรณภัยแล้ว
ย่อมไม่มีใครเลยที่จะกลับคืนไปหามัจจุราชอีก
ขณะนั้นเป็นเวลาค่ำแล้ว บรรยากาศทั่วไปสงบ
เงียบวังเวงใจ เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรมยิ่งนัก
อาตมาเข้าไปในกุฏิ หยิบเอาเทียนไขมาจุด เอาตั้งไว้
ในโคมผ้าแล้วเอาแขวนไว้บนไม้แขวนข้างฝา เสร็จแล้ว
ก็นั่งคิดทบทวนดูเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นที่เพิ่งผ่านมานั้น
นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงคนเดินฝ่าพุ่มไม้ข้าง ๆ
บริเวณกุฏิออกมา เมื่อเขาเข้าอยู่ในรัศมีแสงโคมไฟ
อาตมาก็จำได้ว่า เขาคือชายประหลาดคนเดิมนั่นเอง
อาตมาหันไปพูดกับชายประหลาด ซึ่งนั่งก้มหน้า เขาคงตั้งใจกลับมาฆ่าอาตมาอีก
“ถ้าอย่างนั้น อาตมาขอตัวไปทำธุระสักประเดี๋ยว
ขอให้โยมนั่งคอยอาตมาอยู่ที่นี่ อาตมาจะกลับมาใน
ไม่ช้า” ว่าแล้วอาตมาก็คว้ายามตามท่านวิชชานันทะไป
“ผมกำลังเขียนบทความธรรมะ สำหรับลงหนังสือ
พิมพ์” ท่านวิชชานันทะเอ่ยขึ้น เมื่อเรามาถึงกุฏิของท่าน
แล้ว “แต่เกิดความสงสัยในธรรมะข้อหนึ่ง จึงอยากจะขอ
ฟังทัศนะของท่าน
๑๐๒ กัลยาณมิตร
ต่อจากนั้น อาตมาก็ได้อธิบายธรรมะข้อนั้นตามที่
"ขอโทษที่ทำให้โยมต้องคอยนาน เชิญขึ้นมานั่ง
ข้างบน” อาตมาพูดขึ้นก่อน
ชายคนนั้นขยับขึ้นมานั่งบนขั้นบันไดที่เดิม ฝ่าย
อาตมาก็นั่งลงข้างหน้าเขาตามเดิมนั่นเอง จากแสงไฟ
อันริบหรี่ของเทียนไข อาตมาสังเกตเห็นสีหน้าท่าทาง
ของเขาเปลี่ยนไปบ้างแต่แววแห่งความวิตกกังวลยังมีอยู่
เมื่อเห็นเขานั่งนิ่งอยู่อาตมาจึงพูดขึ้นว่า
“อาตมากลับมาแล้ว โยม อยากทำอะไรก็เชิญ
ตามสบาย
Kalyanamitra.org
พฤศ กายน ๒๕๖