ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมกายไม่สิ้น
พฤศจิกายน ๒๔๓๑
(บน) พระเทพเวที (ประยุทธ์
ปยุตฺโต) กล่าวธรรมกถาว่า
“รูปกายดับสูญ ธรรมกายไม่
สิ้น” บริเวณปรินิพพานสถูป
เมืองกุสินารา (ซ้าย) เจดีย์
พุทธคยา ที่พระบรมศาสดา
ตรัสรู้ (ขวา) ปรินิพพาน
สถูป และวิหารพระปางปริ
นิพพาน ที่เมืองกุสินารา
ต่อจากฉบับที่แล้ว
พุทธพจน์ตอนนี้ พระอรรถกถาจารย์ท่านได้อธิ
มีพุทธพจน์ครั้งหนึ่งตรัสแก่พระภิกษุรูปหนึ่งที่ คือที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะตามไปดูไปทำไมร่างกายที่
มีความรักในพระองค์มาก เฝ้าติดตามพระองค์เพื่อจะดู
พระรูปพระโฉม ชมพุทธลีลาได้แก่ พระภิกษุที่ชื่อว่า
วักกลิ พระวักกลิ หลังจากบวชมาแล้ว พระพุทธเจ้า
เสด็จไปไหนก็จะตามไปเสมอ ต้องการที่จะเฝ้าดูความ
สง่างามของพระพุทธเจ้า จนกระทั่งถึงตอนหนึ่งพระพุทธ
เจ้าก็ได้ตรัสว่า
“วักกลิ เธอจะดูไปทำไมร่างกายที่เปื่อยเน่า
ได้นี้ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” พระพุทธเจ้าตรัส
ดังนี้ ซึ่งครั้งแรกก็ทำให้พระวักกลิเสียใจมากจะไป
กระโดดภูเขาตาย พระพุทธเจ้าก็ต้องเสด็จไปโปรด แล้ว
ในที่สุดพระวักกลิก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
เปื่อยเน่าได้นี้ คำว่ากายตอนนี้หมายถึงส่วนรูปกาย
รูปกายของพระพุทธเจ้าก็เป็นสังขารของปรุงแต่ง เป็น
ไปตามหลักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่
ดับไป เสื่อมสลายสิ้นไป ส่วนอีกตอนที่พระพุทธ
เจ้าตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็น
เรา ผู้นั้นเห็นธรรม คำว่า เห็นเรา อันนี้คือพระพุทธ
เจ้าตรัสถึงธรรมกาย ธรรมกายนั้นอย่างที่อาตมภาพ
เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า เมื่อ พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี
จะปรินิพพานก็ได้ไปทูลลาพระพุทธเจ้า พระนางปชา
บดีโคตมีได้ทูลตอนหนึ่งว่า
“ดิฉันเป็นมารดาของพระองค์ พระองค์ก็เป็น
กัลยาณมิตร ๓๗
Kalyanamitra.org