การเปรียบเทียบระหว่างมนุษย์และเทพยดา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 11 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 132

สรุปเนื้อหา

กรรมที่ตนได้ทำไว้ เมื่อตายจากมนุษย์ไปผุด เกิดเป็นเทพยดา ณ สวรรค์เมืองฟ้าแล้ว การ ที่เขาประสงค์จะมาบอกพระองค์ตามที่รับ สั่ง ย่อมเป็นการยากนักหนา มีอุปมา เสมือน บุรุษผู้ขึ้นจากหลุมคูถแต่งตัว เรียบร้อยสวยงาม มีความสุขด้วยกามคุณ แล้ว ย่อมไม่ประสงค์จะตกลงไปในหลุม คูถ อันมีกลิ่นเหม็นร้ายกาจอีกฉะนั้น” พระเจ้าปายาสิได้ฟังพระกัสสปะชี้แจง เช่นนั้นก็ทรงนิ่งตรองอยู่ชั่วครู่หนึ่ง แล้วตรัส ตอบไปว่า “ท่านกล่าวมาก็ชอบกลอยู่ แต่ข้าพเจ้า อยากจะรู้อีกสักประมาณหนึ่ง คือพวกชนชั้น สูงมีใจเป็นกุศลทำความดีเสมอ เมื่อเขาป่วย หนัก หมอก็ลงความเห็นว่าไม่รอด ข้าพเจ้าก็ เข้าไปหาเขา แล้วค่อย ๆ กล่าววิงวอนว่า “ดูก่อนท่าน มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ซึ่งชอบสั่งสอนมวลมนุษย์ โดยเอาสุคติโลก สวรรค์เข้ามาเป็นเครื่องล่อ ว่า บุคคลที่ประ ก

หัวข้อประเด็น

- การเปรียบเทียบระหว่างมนุษย์และเทพยดา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กรรมที่ตนได้ทำไว้ เมื่อตายจากมนุษย์ไปผุด เกิดเป็นเทพยดา ณ สวรรค์เมืองฟ้าแล้ว การ ที่เขาประสงค์จะมาบอกพระองค์ตามที่รับ สั่ง ย่อมเป็นการยากนักหนา มีอุปมา เสมือน บุรุษผู้ขึ้นจากหลุมคูถแต่งตัว เรียบร้อยสวยงาม มีความสุขด้วยกามคุณ แล้ว ย่อมไม่ประสงค์จะตกลงไปในหลุม คูถ อันมีกลิ่นเหม็นร้ายกาจอีกฉะนั้น” พระเจ้าปายาสิได้ฟังพระกัสสปะชี้แจง เช่นนั้นก็ทรงนิ่งตรองอยู่ชั่วครู่หนึ่ง แล้วตรัส ตอบไปว่า “ท่านกล่าวมาก็ชอบกลอยู่ แต่ข้าพเจ้า อยากจะรู้อีกสักประมาณหนึ่ง คือพวกชนชั้น สูงมีใจเป็นกุศลทำความดีเสมอ เมื่อเขาป่วย หนัก หมอก็ลงความเห็นว่าไม่รอด ข้าพเจ้าก็ เข้าไปหาเขา แล้วค่อย ๆ กล่าววิงวอนว่า “ดูก่อนท่าน มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ซึ่งชอบสั่งสอนมวลมนุษย์ โดยเอาสุคติโลก สวรรค์เข้ามาเป็นเครื่องล่อ ว่า บุคคลที่ประ กอบการกุศล ได้งดเว้นจากบาปกรรม เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์เป็นต้น ครั้นตายไปจักได้ไป เกิดเป็นเทวดา ณ สุคติโลกสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นต้น ท่านนี้เป็นคนประพฤติดีงาม ได้ประ กอบการกุศลต่าง ๆ มาก ถ้าหากว่าถ้อยคำ ที่สมณพราหมณ์เหล่านั้นสอนเป็นความจริง ตัวท่านจักต้องได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นแน่ ฉะนั้นถ้าท่านตายลงในครั้งนี้และได้ มีโอกาสไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จริง แล้ว ขอท่านได้กรุณากลับมาบอกข้าพเจ้าสัก หน่อยเถิด จะมาบอกด้วยวิธีใด ๆ ก็ได้ จะเป็น บุญกุศลกับข้าพเจ้าอย่างล้นเหลือ ข้าพเจ้าเชื่อ และไว้วางใจท่านเป็นที่สุด ครั้นได้ฟังคำดังนี้แล้ว คนดีมีใจเป็นกุศล เหล่านั้น ก็ยินดีรับคำของข้าพเจ้า แต่พอเขา ตายไปแล้ว ก็ได้แต่คอยหาย ๆ เป็นเสียอย่างนี้ ทุกรายไป เขาจะได้มาบอกด้วยตนเอง หรือจะ ส่งทูตมาบอกแต่สักคนก็มิได้ ฉะนั้นจึงได้วินิจ ฉัยว่า โลกหน้าไม่มี สัตว์ผู้ผุดเกิดอีกก็ไม่มี และผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วก็ไม่มี” ว่า พระกุมารกัสสปะเถระจึงถวายพระพร “มหาบพิตร ร้อยปีของมนุษย์เทียบได้ กับวันหนึ่งกับคืนหนึ่งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ปีหนึ่งของสวรรค์จึงเป็น ๓๖,๕๐๐ ปีมนุษย์ อายุของเทวดาชั้นดาวดึงส์ประมาณพันปีทิพย์ เท่ากับเวลาในโลกมนุษย์ ๓๖,๕๐๐,๐๐๐ ปี “ท่านกัสสปะ ที่ท่านว่าเมื่อครู่ นี้ก็น่าที่จะเชื่อถืออยู่ แต่ก็ยัง สงสัยว่าพวกเทวดามีจริงหรือ? ที่ ท่านว่าเทวดาชั้นดาวดึงส์อายุ เท่านั้นเท่านี้อย่างคล่องปากนั้น ใครเป็นคนบอกท่านหรือพูดเอา เองไม่น่าเบื่อ" มิตรอำมาตย์ญาติสายโลหิต และบริ วารในมหาบพิตรที่เป็นคนเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่ม น้ำเมาหรือสุราเมรัยอันเป็นฐานแห่งความ ประมาท ครั้นเขาตายจากมนุษยโลกนี้แล้ว ได้มีโอกาสไปเกิดเป็นเทพยดา ณ สรวงสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ ก็ย่อมจะต้องตื่นตะลึงด้วยทิพย์ สมบัติวิเศษ อันตนเพิ่งได้ใหม่ ๆ ไปก่อนเป็น ธรรมดา แม้พวกเขาจะระลึกถึงคำสั่งของพระองค์ ได้ ก็ย่อมมีใจคิดผัดผ่อนไป ตามประสาผู้ เพิ่งได้รับความสุขว่า รอไปอีกสัก ๒-๓ วัน ก่อน เราจึงจักย้อนลงไปหาพระเจ้าปายาสิ แจ้งให้พระองค์ทรงทราบว่า ผลกรรมนั้นย่อม ส่งผลดีให้จริง ๆ ดังสมณพราหมณ์ท่านได้สั่ง สอนไว้ไม่ผิดเลย เมื่อเป็นดังนี้แล้ว มหา บพิตรจะรอคอยรับคำบอกของพวกเขาเหล่านั้น ได้ไหม? เพราะ ๒ วันในสวรรค์มีค่าเท่ากับ ๒๐๐ ปี ในมนุษย์” พระเจ้าปายาสิได้ฟังดังนั้น ก็งุนงงยิ่ง นัก และตรัสว่าท่านกัสสปะเข้าใจหาอุปมามา พูด (เหตุที่ท่านกัสสปะสามารถตอบปัญหาได้ ฉับพลันเช่นนี้ ก็เพราะจิตของท่านอยู่ในสมาธิ ตลอดเวลา จิตจึงสว่างโพลงมองปัญหาได้ ทะลุปรุโปร่ง) แต่พระเจ้าปายาสิก็ยังไม่ยอม แพ้ หลังจากทรงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่หนึ่ง จึง ตรัสว่า “ท่านกัสสปะที่ท่านว่าเมื่อครู่นี้ก็น่าที่จะ เชื่อถืออยู่ แต่ก็ยังสงสัยว่าพวกเทวดามีจริง หรือ? ที่ท่านว่าเทวดาชั้นดาวดึงส์นี้อายุเท่านั้น เท่านี้อย่างคล่องปากนั้น ใครเป็นคนบอกท่าน หรือพูดเอาเอง ไม่น่าเชื่อ” พระเถระถูกยั่วอย่างนี้ท่านก็ไม่ว่าอะไร และตอบว่า “ไม่มีใครบังคับให้เชื่อหรอกมหาบพิตร แต่มหาบพิตรลองพิจารณาความต่อไปนี้ (อ่านต่อฉบับหน้า) พฤศจิกายน ๒๕๓๑ กัลยาณมิตร ๘๓ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More