การประชุมทางวิชาการ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 11 หน้า 56
หน้าที่ 56 / 132

สรุปเนื้อหา

และศิษย์จากมหาวิทยาลัยต่างมาประชุมกัน ในที่นี้ เพื่อจุดประสงค์เพียงประการเดียวเท่า นั้น คือความรู้ ทุกคนที่อาตมาเข้าไปคุยด้วย มักจะมีประสบการณ์ในการศึกษาค้นคว้ามา อย่างโชกโชน พอเข้าสู่วงสนทนาก็ได้ฟังสาระ วิชาการจากคนนั้นคนนี้ เป็นข้อมูลที่ไหลมา เทมาเหมือนกระแสน้ำเวลาเขื่อนทลายลง อย่างนั้น ภรรยาของ ศจ.กอมบริช เป็นอดีต อาจารย์ของสถาบันเคอร์นแห่งนี้ ถึงแม้เป็น หญิงก็มีผลงานการค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรม ของอินเดียอยู่ไม่น้อย และอาศัยความคุ้นเคย กับอาตมาจึงได้แนะนำให้อาตมารู้จักกับนัก โบราณคดีคนสำคัญคนหนึ่งของไลเดน พอ ได้ยินชื่อประเทศไทย ความรู้ต่าง ๆ ทาง โบราณคดีเกี่ยวกับประเทศไทยก็เริ่มทยอยมา หาอาตมาอย่างไม่ขาดสาย ท่านศาสตราจารย์ท่านนี้ ค่อนข้างจะมี ความประทับใจกับความเก่าแก่ของชาติของ เราอยู่มาก

หัวข้อประเด็น

- การประชุมทางวิชาการ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

และศิษย์จากมหาวิทยาลัยต่างมาประชุมกัน ในที่นี้ เพื่อจุดประสงค์เพียงประการเดียวเท่า นั้น คือความรู้ ทุกคนที่อาตมาเข้าไปคุยด้วย มักจะมีประสบการณ์ในการศึกษาค้นคว้ามา อย่างโชกโชน พอเข้าสู่วงสนทนาก็ได้ฟังสาระ วิชาการจากคนนั้นคนนี้ เป็นข้อมูลที่ไหลมา เทมาเหมือนกระแสน้ำเวลาเขื่อนทลายลง อย่างนั้น ภรรยาของ ศจ.กอมบริช เป็นอดีต อาจารย์ของสถาบันเคอร์นแห่งนี้ ถึงแม้เป็น หญิงก็มีผลงานการค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรม ของอินเดียอยู่ไม่น้อย และอาศัยความคุ้นเคย กับอาตมาจึงได้แนะนำให้อาตมารู้จักกับนัก โบราณคดีคนสำคัญคนหนึ่งของไลเดน พอ ได้ยินชื่อประเทศไทย ความรู้ต่าง ๆ ทาง โบราณคดีเกี่ยวกับประเทศไทยก็เริ่มทยอยมา หาอาตมาอย่างไม่ขาดสาย ท่านศาสตราจารย์ท่านนี้ ค่อนข้างจะมี ความประทับใจกับความเก่าแก่ของชาติของ เราอยู่มาก ท่านไม่เชื่อว่าคนไทยเป็นชน เผ่าที่อพยพมาจากทางตอนใต้ของจีน อย่างที่เราเคยเรียนกันมา แต่กลับเห็นว่า คนไทยจากแหลมทองนี้ได้ทยอยอพยพ ขึ้นไปในที่ต่าง ๆ แห่งหนึ่งที่สำคัญคือ บริเวณรัฐอัสสัมของอินเดีย คำว่าอัสสัม นั้นมาจาก “อาหม” ซึ่งเป็นชื่อของคนไทย เผ่าหนึ่ง การค้นพบ วัฒนธรรมบ้านเชียง ใน ประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่สร้างความตื่น ตะลึงให้กับวงการโบราณคดีพอสมควร เพราะ เป็นวัฒนธรรมการใช้โลหะยุคแรกที่สุด ของมนุษย์ และเป็นไปได้ที่ยังมีวัฒนธรรม ยุคก่อนบ้านเชียงในประเทศไทยที่เรายังขุด ไม่พบอีกก็เป็นได้ สมัยที่ทฤษฎีนี้เพิ่งออกมาใหม่ ๆ ก็มีคน หัวเราะเยาะมากมาย เพราะเห็นว่าเป็นความ คิดที่แหวกแนว แต่นานเข้า ๆ ข้อสนับสนุน ทฤษฎีดังกล่าวนี้มีมากขึ้น จนนักวิชาการ หลายคนในปัจจุบันยอมรับว่าเป็นความจริง ที่น่าเชื่อถือ ถ้าเราจับแง่คิดนี้ต่อไปก็สามารถ ตั้งสมมติฐานขึ้นมาใหม่อีกข้อหนึ่งได้ว่า ก่อน สิ่งหนึ่งที่ท่านศาสตราจารย์ผู้นี้ให้ความ วัฒนธรรมของเมโสโปเตเมียหรืออียิปต์นั้น สนใจมากเป็นพิเศษคือ วัฒนธรรมการ บริโภคข้าวเป็นอาหารของคนไทย เพราะ เป็นวัฒนธรรมที่เจริญคู่ขนานมากับการใช้ โลหะของมนุษย์ และสิ่งนี้เกิดขึ้นครั้งแรกใน ประเทศไทยอย่างน้อยเมื่อ 6,000 ปีมาแล้ว (5.000 B.C.) ภูมิภาคแหลมทองของเรานี้เป็นอู่ของวัฒนธรรม ดั้งเดิมของโลกแหล่งหนึ่ง และต่อมากระจาย เป็นความจริงทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่ว่า รสนิยมการบริโภคอาหารของมนุษย์ ในสังคมหนึ่ง ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงได้ยาก ถึงแม้ ว่าภาษา คำพูดต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตาม ยุคตามสมัยอย่างรวดเร็วก็ตาม การเปลี่ยน นิสัยการบริโภคของคนในชาตินั้นเป็นสิ่งที่ยาก เย็นเต็มที่ จนเมื่อประมาณสามสิบกว่าปี มาแล้ว มีนักวิชาการคนหนึ่งได้เขียนทฤษฎี ไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลก นำความคิดเรื่อง การใช้โลหะและการปลูกข้าวเป็นอาหารไปสู่ที่ อื่น ๆ ปัจจุบันมีนักโบราณคดีจากหลายประ เทศเข้ามาในประเทศไทย เพื่อคลี่คลายความ ลี้ลับของประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่คนไทย คุ้นเคยอย่างมากที่สุด แต่รู้จักมันน้อยที่สุด ข้อมูลที่เขาได้ค้นพบอย่างหนึ่งคือว่า ข้าว นั้นมีการกลายพันธุ์เป็นข้าวเหนียว และ ข้าวเจ้า ครั้งแรกในประเทศไทย กลายพันธุ์ในครั้งนั้นต้องเกิดขึ้นก่อนที่ วัฒนธรรมของการบริโภคข้าวนี้จะกระจาย และการ อธิบายวิวัฒนาการของความเจริญของมนุษย ไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ความลี้ลับ ชาติไว้ว่าออกมาจากวัฒนธรรมดั้งเดิม ๒ สายคือ สายหนึ่งของพวกที่บริโภคข้าวเจ้าเป็น อาหารหลัก และอีกส่วนหนึ่งคือพวกที่บริโภค ข้าวสาลี (Wheat) เป็นอาหารหลัก เรื่องประวัติศาสตร์ของข้าวนี้ยังคงมีต่อไป แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า เมื่อความลี้ลับ เหล่านี้กระจ่างออกมาแล้ว มันจะไม่เกิดจาก ฝีมือของคนไทยเท่านั้นเอง เพราะคนไทยน้อย 7000 ๔๔ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๐๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More