ข้อความต้นฉบับในหน้า
พฤศจิกายน ๒๕๓๑
สัตว์ทั้งหลาย ที่ยังมีตาและใจมืดมัวด้วย
อวิชชา ถูกตัณหา อุปาทาน และสักกายทิฐิผูกมัดไว้
ต่างย่อมรักชีวิต ไม่คิดอยากตาย ปรารถนาความสุข
สบาย เกลียดหน่ายต่อทุกข์ เมื่อถูกภัยใหญ่ คือความ
ตายคุกคาม ย่อมเกิดความสะดุ้งหวาดกลัวเป็นธรรมดา
สำหรับอาตมาเองแม้จะมีความหวาดหวั่นอยู่บ้างแต่
เพราะค่าที่ได้ศึกษาอบรมมานานในหลัก อนิจจัง ทุกขัง
อนัตตา เห็นความเกิดและความตายอยู่ทุกขณะจิต
จึงสามารถบรรเทาความหวาดกลัวลงได้บ้าง
ชายผู้มุ่งร้ายยังคงเล็งปากกระบอกปืนมาทาง
อาตมา จ้องตาอันเต็มไปด้วยแววแห่งความเคียดแค้น
มายังอาตมา แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม แล้วพูดด้วย
เสียงอันสั่นพร่าว่า
“ท่านทำให้ผมต้องประสบกับความหายนะ
แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ท่านทำให้ผมต้องออกจาก
บ้าน เที่ยวหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้าเผชิญหน้ามนุษย์
ท่านเป็นผู้ทำลายความสุขและอนาคตของผมอย่าง
สิ้นเชิง ผมจะฆ่าท่าน ฆ่าให้สมกับความแค้น....”
อาตมาไม่เข้าใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
ไม่ทราบว่า เขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ครั้นจะถามเขา
ในขณะนั้นก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเขาอาจจะ
กระดิกนิ้วปล่อยกระสุนสังหารอาตมาในวินาทีใดก็ได้
เมื่อไม่มีสิ่งใดพอที่จะแก้ไขปัดเป่ามรณภัยคราวนี้ได้
อาตมาจึงมอบชีวิตให้แก่พระรัตนตรัยและเวรกรรม
14
อธิษฐานในใจว่า ตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้าได้นำตนสู่
อาณาจักรแห่งกาสาวพัสตร์อันบริสุทธิ์ ข้าพเจ้าได้ใช้
เวลาทุกวินาทีไปในการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระ
บรมศาสดา เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้นและในการสั่งสอน
ประชาชนให้ตั้งอยู่ในสัมมาทิฐิ ไม่เคยคิดเบียดเบียนคน
หรือสัตว์ใด ๆ ด้วยกาย วาจา หากชายคนนี้เป็นเจ้า
กรรมนายเวรของข้าพเจ้ามาแต่ชาติก่อน ก็ขอให้ฆ่า
ข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้ายินดีเสียสละชีวิตเพื่อใช้หนี้เวรเก่า
ให้หมดสิ้นไปและจะไม่ผูกใจเจ็บจองกรรมจองเวรกับเขา
อีกต่อไป ขอให้เป็นอันสิ้นสุดกันแค่นี้ แต่ถ้าหากว่า
พึงชนะความชั่ว ข้าพเจ้าไม่เคยเป็นคู่เวรกับชายคนนี้มาก่อน เขาจะมา
ด้วยความดี
ก่อกรรมทำเวรแก่ข้าพเจ้าด้วยความหลงผิดไซร้ ขอให้
เทพเจ้าเหล่าอทิสสมานกายทั้งหลาย จงเป็นพยานแก่
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๐๑