ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗๘ กัลยาณมิตร
โลกนี้โลกหน้า
เจริญพร พระภิกษุและสามเณร
ธรรมทายาททุกรูป
วันนี้หลวงพ่อมีเรื่องน่ารู้มา
ฝากพวกท่านเรื่องหนึ่ง เป็นพระสูตรมีชื่อว่า
ปายาสิราชัญญสูตร
ปายาสิ เป็นชื่อของกษัตริย์พระองค์
หนึ่งในสมัยพุทธกาล ครองนครเสตัพยนคร
ในยุคนั้นต้องถือว่าพระองค์เป็นนักค้นคว้า
เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะ
ทรงค้นคว้าเรื่องวิญญาณเอาไว้มาก ใครที่จะ
เป็นนักค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณควร
จะได้อ่าน หรือแม้ที่สุดใครไม่ใช่นักค้นคว้า
แต่ว่าอยากรู้ก็จะได้ทราบจากพระสูตรเรื่อง
นี้
เรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าปายาสิ ทรงเป็น
ที่เคารพนับถือเกรงใจของพระราชาพระ
มหากษัตริย์หลายประเทศ พระองค์เป็นคน
เจ้าความคิด เจ้าปัญญา เพราะความเจ้าคิด
เจ้าปัญญานี่เอง พระองค์ก็เลยทำการทดลอง
เกี่ยวกับเรื่องโลกนี้ โลกหน้าการเวียนว่ายตาย
เกิด ค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ จนได้คำ
ตอบมาแล้ว พระองค์ก็ทรงเชื่อตามที่ทรงค้น
คว้าได้ จนกระทั่งวันหนึ่งทรงพบกับพระอรหันต์
ชื่อ พระกุมารกัสสปะ
พระกุมารกัสสปะองค์นี้เป็นพระเถระที่
เชี่ยวชาญในการเทศน์ เป็นนักตอบปัญหาชั้น
เยี่ยมจึงสามารถตอบปัญหาทุกชนิดที่พระเจ้า
ปายาสถามมา ตอบกันจนสิ้นสงสัยทีเดียว
ครั้งแรกที่พระเจ้าปายาสได้พบพระ
กุมารกัสสปะ พระองค์ทรงพูดแบบขาดความ
นอบน้อมว่า
“ท่านกัสสปะ เราเชื่อว่าโลกหน้า
ไม่มี สัตว์ผู้ผุดเกิดไม่มี ผลกรรมที่ทำดีทำ
ชั่วไม่มี ตายแล้วก็ต้องสูญ
สัตว์ผู้ผุดเกิดในที่นี้ มาจากคำว่า
สัตว์ที่เกิดโดยโอปปาติกะ
การเกิดของสัตว์มี ๔ ประเภทคือ
ประเภทที่ ๑ เกิดในครรภ์ เช่น คน
ประเภทที่ ๒ เกิดในไข่ เช่น เป็ด ไก่
ประเภทที่ ๓ เกิดแล้วอยู่ในน้ำเน่า ได้
แก่ พวกสัตว์เซลล์เดียวต่าง ๆ เช่น พวกเชื้อโรค
พวกอะมีบา พวกโปรโตซัว
ประเภทที่ ๔ เรียกว่าเกิดโดยโอปปา
ติกะ คือเกิดขึ้นมาแล้วโตทันที แบ่งออกได้
๓ ชนิดคือ
0.
โอปปาติกะแบบสุคติ เช่น เทวดา
เทวดาแต่เดิมก็เป็นคน พอตายจากเป็นคน
ปุ๊บกายทิพย์ไปเกิดเป็นเทวดาทันที เป็นแบบ
สุคติ คือแบบไปดี
ปาฐกถาธรรม
โดย หลวงพ่อทัตตชีโว
Kalyanamitra.org
พฤศจิกายน ๒๕๓๑