ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็สนุกดีเหมือนกันนะ ก็เลยเข้าโรงเรียนเตรียม
อุดมฯ...
ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย....ตอนนั้น
คิดอยากจะเรียนแพทย์ เพราะคุณแม่ไม่สบาย
แหม...เจ็บใจหมอหายาก ที่จริงสอบเข้าตำรวจ
ได้ แต่ก็ไม่ได้ไปเรียน เพราะคุณพ่อบอกว่า
อย่าเป็นเลยตำรวจ อยู่สายมหาดไทยมัน
ปวดหัว ผลสุดท้ายก็มาอยู่ทางด้านประมง
(คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เมื่อ
เข้าได้ใหม่ ๆ ตอนแรกก็คิดจะเปลี่ยนไปเรียน
วิศวะหรือวิทยาศาสตร์ แต่อยู่ ๆ ไปก็รักเพื่อน
เลยเรียนมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งอยู่ประมงมาจน
ทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องดันทุรังอยู่นะครับ เป็นเรื่อง
กรรมเวรถูกกำหนดมาเหมือนกันนะครับ แม้
เริ่มต้นไม่ได้คิดจะเป็นประมง แต่เราก็รักใน
หน้าที่ของเราก็ใช้ได้ ผมรู้หน้าที่ของผม ผมจึง
ต้องเรียนให้จบ ให้ได้ดี เพราะผมต้องทำงาน
ในสายนี้ให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้
ผมจบมาแล้วก็เรียนต่อปริญญาโทด้าน
Fishery Management อีกสองปี ที่ Oregon
State University ตอนผมไปอยู่เมืองนอก
ก็พยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง ผมทำงาน
รับจ้างตัดหญ้า ได้เงินได้ทองมาไปซื้อข้าวของ
แล้วเราก็รู้สึกภูมิใจว่า เราก็ยืนบนขาของ
ตัวเองได้ แล้วยังทำให้เราได้รู้ในสิ่งที่เรา
ไม่เคยรู้ ได้รู้ความลำบากของคนอื่นเขา หลาย
ครั้งที่ผมระลึกถึงตอนที่ผมไปนั่งตัดหญ้า
ถามตัวเองว่า เราเป็นใคร เรามาเมืองนอก
มาเรียนปริญญาโท แล้วทำไมมานั่งตัด
หญ้า ในขณะที่เราอยู่เมืองไทย เราไม่ต้อง
ทำอย่างงั้นเลย แต่เราก็ปีติ ภูมิใจว่า
เราก็ทำได้นี่...
จบปริญญาโทกลับมารับราชการเป็นชั้น
โทที่กรมประมง ทำงานอยู่สักสองปีก็ได้ทุน
กลับไปทำปริญญาเอกด้านสิ่งแวดล้อมที่แค
นาดา ตอนนั้นตำแหน่งในเมืองไทยที่รอเรานี่
เป็นตำแหน่งที่ดี เงินเดือนผมก็สูงแล้ว ผม
พยายามมุมานะมากทีเดียวนะครับ ซึ่งก็ดี
ผมสามารถจบปริญญาเอกได้ภายในเวลา
พฤศจิกายน ๒๔๓๑
แค่ ๓๔ เดือน เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ
มหาวิทยาลัย Manitoda ซึ่งผลิตนิสิตปริญญา
เอกขึ้นมาในรอบร้อยปี ถ้าถามว่า ทำไมผมทำ
ได้ ก็ต้องตอบว่า หนึ่ง ผมมีความตั้งใจ ผมทุ่ม
เทกับมันมาก จนกระทั่งทุกคนเขากลัวว่าผม
จะบ้า เขาต้องมาช่วยผม คือเขาบอกว่า ถ้าไม่
ช่วยไอ้นี่บ้าแน่ การที่ทุกคนมาช่วยมันก็สำเร็จ
ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ทำให้มาสอนลูกสอนหลาน
ได้ทีหลังว่า ถ้าเราตั้งใจจริงแล้ว
แสดงออกในที่สุดก็จะมีคนเห็นด้วย เขาก็
จะมาช่วยเหลือเรา ถ้าเรามัวแต่อ้ามืออ้า
เรา
แขนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็จะไม่มี
ใครช่วยเหลือเราหรอก พอมาทำงาน ผม
เป็นคนไม่ค่อยหลบคนเท่าไร เพราะฉะนั้นชีวิต
ราชการผมก็ไม่ราบรื่นนะครับจะบอกให้
แต่ว่ามันก็เจริญเติบโตมาเป็นลำดับ คือ ใคร
คิดมาข่มเหงรังแกผมต้องคิดหนักหน่อย ในชีวิต
ก็ไม่เคยกลัวอะไร แต่ถ้าเป็นคนดี ให้ผมทำ
อะไรผมก็ทำ แต่ถ้าเป็นคนไม่ดีอย่าได้หวังเลย
ว่าจะมาบังคับผม
ผมปฏิบัติกับใคร อย่างไร ก็ทำอย่างนั้น
Kalyanamitra.org
มาตลอด ความกตัญญูกตเวทีนี่ ถ้าใครมาพูด
กับผม ผมจะทำให้ตลอดเวลา แต่ผมเกลียดใคร
ผมเกลียดจริง ๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่แก้แค้น....
ผมเป็นรองอธิบดีมาเป็นปีที่ ๕ เข้า
แล้ว ผมก็ดีใจนะที่โตมาขนาดนี้ รู้สึกสองสาม
อย่างคือ หนึ่งรู้สึกถึงบุญคุณของผู้บังคับ
บัญชาที่เข้าใจผม สอง รู้สึกถึงบุญคุณ
กรมประ
การอบรมเชิงป
เรื่องการวิเคราะห์คุณสมบัติ
124 20 สิงหาค
กัลยาณมิตร ๗๑