ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิธีคลายความเครียดที่ถูกต้อง มีผลให้การทำงานทางจิตมีประสิทธิภาพ
ดียิ่งขึ้น ทนต่อความเครียดได้ เมื่อถึงเวลาใช้ความคิด ก็คิดได้นาน คิดได้ต่อเนื่องโดย
ไม่มีอาการอ่อนล้า คิดได้ลึกซึ้งละเอียดลออ รอบคอบ มีอยู่วิธีเดียวคือ การทำสมาธิ
การทำสมาธิมีอยู่หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่ทำได้ง่าย ๆ คือ ทุกคืนก่อนนอนให้นั่งในท่าที่
สบายที่สุด อาจจะเป็นนั่งเก้าอี้ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิก็ได้ แต่ไม่ควรนั่งพิง แล้วก็หลับตานิ่ง ๆ
ทำความรู้สึกเหมือนกับว่าเรานั่งอยู่ลำพังคนเดียวในโลก จากนั้นก็นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใด
องค์หนึ่งที่เราจำได้อย่างติดตาติดใจ นึกอาราธนาพระองค์นั้นให้มานั่งอยู่ในท้องกลางตัวเรา
โดยที่องค์พระนั้นนั่งหันหน้าไปทางเดียวกับเราด้วย
ให้นึกถึงองค์พระองค์นี้ต่อเนื่องกันไปไม่ขาดสาย คือนึกซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วก็นึกอย่าง
เบา ๆ โดยไม่ใช้ความพยายาม ทำนองเดียวกับนึกถึงบ้าน นึกถึงหน้าคุณพ่อคุณแม่ของเรา
เป็นการนึกจากกลางท้อง ไม่ใช่นึกจากกลางสมอง
เมื่อนึกแล้วจะเห็นภาพองค์พระหรือไม่ก็ตามไม่ต้องกังวล ขอแต่เพียงให้ได้นึกแล้วใจก็
จะสงบลงเอง ความเครียดก็จะค่อย ๆ ละลายหายไป
ในขณะที่กำลังนึกถึงองค์พระองค์นี้อยู่ ถ้ามีเรื่องอะไรสอดแทรกเข้ามาในความคิด
ก็อย่าไปต่อต้าน มิฉะนั้นจะเกิดความหงุดหงิด ให้ถือเสียว่าเมื่อมันมาเองได้มันก็ย่อมไปเองได้
ต่อเมื่อผ่านไปแล้ว ๕-๑๐ นาที แล้วมันยังไม่ไป ยังรบกวนอยู่ จึงค่อยบริกรรมภาวนา
คือท่องในใจว่า “สัมมา อะระหัง ๆ ๆ” ประคองไปช้า ๆ โดยทำความรู้สึกว่าแม้คำ “สัมมา
อะระหัง” นั้นก็คล้ายกับว่ามันดังผุดขึ้นมาจากองค์พระในกลางท้องของเรา
เมื่อประคองใจไปอย่างนี้ ไม่ช้าเรื่องที่มากวนก็จะหายไป แม้แต่คำว่า “สัมมา
อะระหัง” ก็จะเลือนไปเองโดยอัตโนมัติ คงมีแต่องค์พระอยู่ในมโนภาพเท่านั้น ในไม่ช้า
ใจก็จะสงบลง ความเครียดก็จะหายไป
นอกจากจะนั่งสมาธิอย่างนี้ทุกคืนแล้ว ไม่ว่าจะครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงก็ตาม
แม้ในเวลาทำงาน ถ้ารู้สึกเครียดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ให้วางงานทิ้งไว้เสียชั่วคราว นั่ง
หลับตาทำสมาธิในที่ทำงานนั่นแหละ สักพักหนึ่งอาจจะ ๑๐-๑๕ นาทีก็จะหายเครียดเอง
แล้วจึงค่อยทำงานต่อไป การงานก็จะก้าวไกล อนาคตก็จะแจ่มใส จิตใจก็เบิกบาน
แล้วคุณจะเป็นที่ต้องการของทุก ๆ คน
พฤศจิกายน ๒๕๓๑
กัลยาณมิตร ๗๗
Kalyanamitre