สมบัติละเอียดและการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 11 หน้า 32
หน้าที่ 32 / 132

สรุปเนื้อหา

ทันตาเห็นก็คือ ทำให้จิตใจผู้กระทำอิ่มเอิบ ผ่องใส เป็นที่รักของคนที่รู้เห็น มีเพื่อนมีมิตร มาก ได้รับคำสรรเสริญยกย่อง มีผู้เลื่อมใส อยากให้ทานตอบแทน เหล่านี้เป็นต้น ที่เหลือ ก็เป็นพลังในผลภพชาติถัดไปคือ ชาติที่สอง ให้มีชีวิตเพียบพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ ส่วนชวนะจิตที่เหลือนอกจากนั้น ซึ่งยังมีจำนวน นับไม่ถ้วนก็จะตามส่งผลตั้งแต่ชาติที่ ๓ ตลอด ไป จนกระทั่งผู้นั้นเข้านิพพาน ถ้ายังมีเหลืออยู่ ยังส่งผลให้ไม่หมด ก็จะกลายเป็นอโหสิกรรม คือกรรมที่ดามให้ผลไม่ทันไป สมบัติละเอียดก็คือ กำลังชวนะจิตส่วนที่ คามส่งผลเหล่านั้น แต่ดังที่กล่าวไว้ในต้นเรื่อง คุณยายของเราท่านไม่รู้หนังสือ ท่านจึงเรียน ธรรมะด้วยการปฏิบัติเพียงประการเดียวเป็น หลักใหญ่ เวลาท่านนึกถึงทานกุศลที่ได้กระทำ ไว้แต่ก่อน ๆ ที่ยังตามมาให้ผลไม่

หัวข้อประเด็น

- สมบัติละเอียดและการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทันตาเห็นก็คือ ทำให้จิตใจผู้กระทำอิ่มเอิบ ผ่องใส เป็นที่รักของคนที่รู้เห็น มีเพื่อนมีมิตร มาก ได้รับคำสรรเสริญยกย่อง มีผู้เลื่อมใส อยากให้ทานตอบแทน เหล่านี้เป็นต้น ที่เหลือ ก็เป็นพลังในผลภพชาติถัดไปคือ ชาติที่สอง ให้มีชีวิตเพียบพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ ส่วนชวนะจิตที่เหลือนอกจากนั้น ซึ่งยังมีจำนวน นับไม่ถ้วนก็จะตามส่งผลตั้งแต่ชาติที่ ๓ ตลอด ไป จนกระทั่งผู้นั้นเข้านิพพาน ถ้ายังมีเหลืออยู่ ยังส่งผลให้ไม่หมด ก็จะกลายเป็นอโหสิกรรม คือกรรมที่ดามให้ผลไม่ทันไป สมบัติละเอียดก็คือ กำลังชวนะจิตส่วนที่ คามส่งผลเหล่านั้น แต่ดังที่กล่าวไว้ในต้นเรื่อง คุณยายของเราท่านไม่รู้หนังสือ ท่านจึงเรียน ธรรมะด้วยการปฏิบัติเพียงประการเดียวเป็น หลักใหญ่ เวลาท่านนึกถึงทานกุศลที่ได้กระทำ ไว้แต่ก่อน ๆ ที่ยังตามมาให้ผลไม่ทัน หรือ กำลังจะทัน ท่านมองดูในญาณของพระธรรม กายของท่าน ก็จะมองเห็นเป็นทรัพย์สมบัติ มีค่าแก้วแหวนเงินทองรัตนชาติ รวมทั้งสังหา ริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ เหมือนที่มีอยู่ใน มนุษยโลก เพียงแต่ของเหล่านั้นมีลักษณะ ใสสว่าง มีรัศมีเจิดจ้า ไม่หยาบแข็งเหมือนของ ในโลกมนุษย์ ท่านจึงใช้ค่าเรียกตามภาษา ของท่านว่า “สมบัติละเอียด ท่านเคยบอกหลวงพ่อทัตตชีโวไว้ว่า “วิธีเรียกสมบัติละเอียดของยาย ขายก็นั่งเข้าที่ (ทำสมาธิ) ดิ่งธรรมะให้ ใครก็ตามเมื่อได้ พูดคุยหรืออยู่ใกล้ คุณยายแล้ว จะเห็น อุปสรรคเป็นเรื่องเล็ก กล้าทําความไปทุก มาถึงแล้ว หยาบก็ตามมา ตามเสร็จแล้ว ยายก็อธิษฐานว่า “เจ้าประคุ้น ด้วยบุญด้วยกุศลที่ ข้าพเจ้าทำมา จะมีศิษย์มีบริวารสักเท่าไร ขอให้ข้าพเจ้ามีสมบัติให้เขากินเขาใช้ จนพอมิรู้จักหมดจักสิ้น ให้สมบัติมาให้ หันใช้ ยายเรียกบุญใหญ่อย่างนี้แหละ เรียกมาตั้งแต่สร้างวัด จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ (ปี ๒๕๓๑) ก็ยังเรียกอยู่ แล้วก็จะต้อง เรียกไปเรื่อย ๆ เพราะงานของเราต้อง ใช้จ่ายมาก ยายชอบไปอยู่ที่ไหนก็ให้มี ที่โล่งมาก ๆ ให้มีที่กว้าง ๆ อยู่แคบ ๆ ขายอึดอัด” และนี่คือ ความลึกซึ้งของวิชชา ธรรมกายที่ทำให้คนที่ไม่เข้าใจ สงสัยกัน นักหนาว่า วัดเอาเงินมาจากไหนมาขยายงาน พระศาสนา (ก็พระธรรมกายท่านไปตาม ผู้ที่เป็นเจ้าของบุญมาร่วมทำบุญไปล่ะ) ละเอียด (เข้าสมาบัติไปให้เต็มกำลังญาณ) ทุกตัวอักษรเป็นบุญล้วน ๆ ปาฏิหาริย์พระธรรมกายให้มีจำนวนเยอะๆ ให้ตามสมบัติ (โดยเอาอำนาจสมาธิจิต อธิษฐานเรียกทานกุศลที่กำลังตามให้ผล ตามผู้มีบุญให้มาร่วมบุญด้วย) เวลาเรา ไปตามเขานะ เราก็มองเห็นสมบัติพวก นั่นสิ เห็นแล้วเราก็ขนมาวัด ทั้งคนทั้งของ ต้องเอาของละเอียดพวกนั้นมาก่อนแล้ว หยาบ (สมบัติที่มองเห็น ได้รับในปัจจุบัน) จึงตามมา ถ้าไม่ตามละเอียด หยาบก็จะ ได้ช้า หรือบางทีก็มาไม่ถึงเรา ถ้าละเอียด ๓๐ กัลยาณมิตร เมื่อคิดสร้างวัดคณะของพวกเรา จึง ช่วยกันเขียนหนังสือเสียงบารมีขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือ “เดินไปสู่ความสุข” เขียนประวัติ ของทุก ๆ คนในหมู่คณะ ว่าเหตุใดจึงสนใจ การปฏิบัติธรรม และทำไมจึงคิดสร้างวัด เวลานั้นคุณยายเขียนประวัติของท่านเองไม่ได้ ท่านเล่าให้ฟัง หลวงพ่อของเราและข้าพเจ้า ช่วยกันเรียบเรียง คุณยายเองท่านนั่งทำสมาธิ จิต “เอาบุญจากพระนิพพาน” ลงช่วยพวก เรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง เนกขัมมบารมี คุณยาย มีพลังเรื่องนี้เป็นพิเศษ เราจะรู้สึกปรารถนา ประพฤติพรหมจรรย์ เราเขียนหนังสือทุกคน ในขณะที่กำลังเขียน ท่านบอกว่า “ขายจะคุมบุญให้พวกคุณ ทุกตัวอักษร หนังสือเล่มนี้จะมีค่ามาก เขียนกันได้หนเดียว แต่คนจะตามอ่านกัน “ไม่รู้จบ” " สร้างวัด... ต้องช่วยกัน หลายฝ่ายและหลายคน หลังจากได้ที่ดินมาสร้างวัดแล้ว งานที่ คุณยายต้องหนักใจเรื่องต่อไป คือใครจะเป็น หัวแรงใหญ่ในการดำเนินการก่อสร้าง สำหรับ หลวงพ่อของเราคุณยายต้องการให้ท่านศึกษา ธรรมปฏิบัติในเรื่องวิชชาธรรมกายชั้นสูง ที่ละเอียดยิ่งขึ้น ต้องการถ่ายทอดความรู้ทั้งสิ้น ที่คุณยายศึกษาไว้จากหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ ต่อจากนั้นหลวงพ่อท่านจะได้ศึกษาค้นคว้า ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยตนเองต่อ ๆ ไป หากให้ท่าน ไป “เต้นแร้งเต้นกา” คุมงานก่อสร้างซึ่งเป็น งานที่ต้องวุ่นวายกับผู้คนต่าง ๆ ในโลก ซึ่ง ถือกันว่าเป็น “งานหยาบ” คืองานที่ทำให้ใจ ไปเกาะเกี่ยวกับอารมณ์ต่าง ๆ นอกตัว จิตจะ ไม่ละเอียด คือไม่มีคุณภาพดีพอจะใช้เป็น ภาชนะรองรับธรรมปฏิบัติชั้นสูง พูดง่าย ๆ คือ สมาธิจิตจะไม่มีกำลังให้รู้เห็นธรรมที่ประณีต เหมือนแว่นที่เช็ดฝุ่นละอองไม่สะอาด จะส่อง มองอะไร ก็เห็นได้ไม่ชัดเจน คุณยายจึงจำเป็น ต้องหาคนอื่นมาให้เป็นกำลังใหญ่คุมการ สร้างวัดแทน พฤศ ภายน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More