ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าพเจ้าสักหน่อยเถอะ จะบอกด้วยวิธีใด ๆ
ก็ได้ จะเป็นคุณแก่ข้าพเจ้าอย่างล้นเหลือ และ
ขอท่านได้โปรดทราบไว้ด้วยว่า ตัวท่านนี้
ข้าพเจ้ามีความเชื่อถือ มีความไว้วางใจเป็น
ยิ่งนัก สิ่งใดที่ท่านได้เห็นแล้วมาบอกข้าพเจ้า
สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนดั่งข้าพเจ้าเห็นเอง "
ครั้นได้ฟังคำสั่งดังนี้แล้ว คนบาปเหล่า
นั้นก็ยินดีรับค่า แต่พอเขาตายไปแล้วก็เงียบ
หายไปทุกคน จะได้มาบอกด้วยตนเองหรือส่ง
ทูตมาบอกก็หาไม่ ท่านกัสสปะ ด้วยเหตุผล
เช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงได้วินิจฉัย ตกลงใจอย่าง
แน่นอนว่าโลกหน้าไม่มี สัตว์ที่ผุดเกิดก็ไม่มี
นั้นเถิด พอมหาบพิตรได้ทรงสดับดังนั้น จึง
ตรัสบอกพวกราชบุรุษนั้นว่า
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าจงเอาเชือกชนิด
เหนียวที่สุดมามัดบุรุษนี้ เอามือไขว้หลังอย่าง
มั่นคงกร้อนศีรษะพาเที่ยวตระเวนไปตามถนน
ทุกถนน ตามตรอกทุกตรอก พร้อมกับตีฆ้อง
ร้องป่าวไปด้วย เมื่อพาตระเวนประจานจน
พอสมควรแล้ว จงประหารที่ตะแลงแกง
พวกราชบุรุษได้รับพระราชโองการเช่น
นั้นก็ปฏิบัติตามทุกประการ โจรผู้มีสันดาน
ร้ายจะขอร้องแก่นายเพชฌฆาตว่า
“ท่านเพชฌฆาตเจ้าข้า ขอท่านจงอนุ
“มหาบพิตร โจรที่จะถูกตัดศีรษะนั้นเป็นมนุษย์
ยังไม่ได้รับการผ่อนผันจากเพชฌฆาต ซึ่งเป็น
มนุษย์ด้วยกัน อุปมานี้ฉันใด มิตรอำมาตย์
ญาติสายโลหิตที่มหาบพิตรเฝ้าอุตส่าห์สั่งไปขณะ
ที่เขากำลังจวนจะตายแล้วเขาก็รับคำตามนั้น
ครั้นเขาตายไปแล้วและไปบังเกิดในนรก เขาจะ
ได้รับการผ่อนผันจากนายนิรยบาลหรือ?”
ผลกรรมที่ทำดีทำชั่วก็ไม่มี ความดีความชั่ว
ไม่มี ดีก็ดีเอง ชั่วก็ชั่วเองทดลองอย่างนี้จึงได้
เชื่อ"
พระอรหันต์กุมารกัสสปะจึงถามพระ
เจ้าปายาสิว่า
“มหาบพิตร ราชบุรุษจับโจรร้ายมี
ความผิดได้ แล้วนำเอามาเฝ้ามหาบพิตร
และกราบทูลว่า ขอเดชะพระอาชญาไม่พ้น
เกล้า เจ้าคนนี้เป็นโจรสันดานร้าย มีความผิด
ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นชั้นอุกฤษฎ์
ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปรารถนาจะลง
อาชญาอย่างใดแก่โจรผู้นี้ ก็ขอได้ตรัสอาชญา
พฤศจิกายน ๒๕๓๑
ญาตให้ข้าพเจ้าเป็นอิสระสักชั่วครู่เถิด ข้าพเจ้า
จะไปแจ้งแก่ญาติมิตรในบ้านนั้น เมืองโน้นเสีย
ก่อน แล้วจึงจะมาให้ท่านฆ่า ขอได้กรุณา
เถอะ ข้าพเจ้าจะมาจริง ๆ
พระกุมารกัสสปะจึงถามพระเจ้าปายาสิ
“เพชฌฆาตซึ่งทำตามหน้าที่อย่างเคร่ง
ครัดจักอนุญาตผ่อนผันให้ไหมเล่ามหาบพิตร”
“เพชฌฆาตผู้เกรงอยู่กับความผิด เขา
จะไม่อนุญาตเป็นแน่ และจะรีบตัดศีรษะโจรร้าย
เท่านั้น”
พระอรหันต์ถวายพระพรต่อไปว่า
ถูกตัดศีรษะนั้นเป็นมนุษย์ยังไม่ได้รับการ
ผ่อนผันจากเพชฌฆาต ซึ่งเป็นมนุษย์ด้วย
กัน อุปมานี้ฉันใด มิตรอำมาตย์ ญาติ
สายโลหิตที่มหาบพิตรเฝ้าอุตส่าห์สั่งไป
ขณะที่เขากำลังจวนจะตาย แล้วเขาก็รับ
คำตามนั้น ครั้นเขาตายไปแล้วและไป
บังเกิดในนรก เขาจะได้รับการผ่อนผัน
จากนายนิรยบาลหรือ? แม้เขาจะอ้อน
วอนอย่างไร นายนิรบาลย่อมจะไม่ยอม
ผ่อนผันเป็นอันขาด ย่อมจะทำการลงโทษ
ให้สมกับความชั่วของตัวที่ได้ก่อไว้”
ต่อไปว่า
พระเจ้าปายาสิยังไม่ยอมเข้าใจ ยังแย้ง
“ท่านกัสสปะ ท่านกล่าวเช่นนี้ก็สมควร
อยู่ แต่ข้าพเจ้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ใคร่จะเสนอ
ท่าน คือว่าบรรดาญาติสายโลหิต มิตรอำมาตย์
ของข้าพเจ้าในพระนครนี้ก็มีอยู่เป็นอันมาก
ที่เป็นผู้ประกอบธรรมอันเป็นกุศล เขาเป็นคนงด
เว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดใน
กาม งดเว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูด
คำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ไม่มากไปด้วยความเพ่ง
เล็ง ไม่คิดปองร้ายผู้อื่น มีความเห็นชอบ ต่อมา
เขาเหล่านั้นป่วย เป็นไข้หนัก ข้าพเจ้าได้พิจารณา
เห็นว่า ไม่หายจากเจ็บป่วยจะต้องขาดใจตาย
เป็นแน่แท้แล้ว ทั้งหมอก็เห็นอย่างนั้นด้วย ข้าพ
เจ้าจึงเข้าไปหาเขา แล้วเฝ้าวิงวอนว่า
“ดูก่อนท่าน มีสมณพราหมณ์พวก
หนึ่ง ซึ่งจะมีความมุ่งหมายอะไรก็ไม่ทราบ
ได้เที่ยวสั่งสอนมนุษย์ทั้งหลายว่า บุคคลที่
ประกอบกองการกุศลและงดเว้นจากบาปกรรม
เช่นการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น ตายไปแล้ว
จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็ตัวท่านนี้เป็นคน
ประพฤติดีงาม ได้ประกอบกุศลกรรมต่าง ๆ
มามาก ถ้าหากถ้อยคำที่พวกสมณพราหมณ์
พากันพร่ำสอนนั้นเป็นความจริง ตัวท่านจะ
ต้องเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์แน่นอน ที่นี้
หากว่าท่านตายไปแล้ว และมีโอกาสไปอุบัติ
(เกิด) เป็นเทพยดา เสวยสุขสมบัติ ณ สวรรค์
“ขอถวายพระพร มหาบพิตร โจรที่จะ ชั้นฟ้าจริง ๆ ดังที่สมณพราหมณ์พวกนั้นสั่ง
กัลยาณมิตร ๘๑
Kalyanamitra.org