โยคะและภัย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 11 หน้า 100
หน้าที่ 100 / 132

สรุปเนื้อหา

ทําไมเราจึงต้องพบกับภัย เหล่านี้ การที่เราต้องตกอยู่ท่ามกลางวงล้อม ของภัยทั้งหลาย ดิ้นกันไม่หลุด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ก็ยังต้องรับทุกข์รับภัยกันอยู่ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้าน ๆๆๆ ชาติมาแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะ ถูกผูกด้วย “โยคะ” แปลว่า เครื่องผูกสัตว์ไว้ ในภพ มีอยู่ ๔ ประการได้แก่ ๑. กามโยคะ คือ ความยินดีพอใจ ในกามคุณ อยากฟังเพลงเพราะ ๆ อยากทาน อาหารอร่อย ๆ ได้สวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ นุ่มนวล สวมสบาย อยากเห็นรูปสวย ๆ ได้สัมผัสที่ นุ่มนวล ได้แฟนสวย ๆ มีสมบัติเยอะ ๆ ความ ใคร่ทั้งหลายเหล่านี้เป็นเหมือนเชือกเกลียวแรก ที่ผูกมัดตัวเราไว้ ๒. ภวโยคะ คือ ความยินดีพอใจ ในรูปฌานและอรูปฌาน คนที่พ้นเชือกเกลียว แรก พ้นกามโยคะมาได้ ก็มาเจอเชือกเกลียว ที่ ๒ นี้ คือ เมื่อได้เจอความสุขจากการที่ใจ เริ่มสงบ ทำสมาธิจนได้รูปฌา

หัวข้อประเด็น

- โยคะและภัย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทําไมเราจึงต้องพบกับภัย เหล่านี้ การที่เราต้องตกอยู่ท่ามกลางวงล้อม ของภัยทั้งหลาย ดิ้นกันไม่หลุด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ก็ยังต้องรับทุกข์รับภัยกันอยู่ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้าน ๆๆๆ ชาติมาแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะ ถูกผูกด้วย “โยคะ” แปลว่า เครื่องผูกสัตว์ไว้ ในภพ มีอยู่ ๔ ประการได้แก่ ๑. กามโยคะ คือ ความยินดีพอใจ ในกามคุณ อยากฟังเพลงเพราะ ๆ อยากทาน อาหารอร่อย ๆ ได้สวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ นุ่มนวล สวมสบาย อยากเห็นรูปสวย ๆ ได้สัมผัสที่ นุ่มนวล ได้แฟนสวย ๆ มีสมบัติเยอะ ๆ ความ ใคร่ทั้งหลายเหล่านี้เป็นเหมือนเชือกเกลียวแรก ที่ผูกมัดตัวเราไว้ ๒. ภวโยคะ คือ ความยินดีพอใจ ในรูปฌานและอรูปฌาน คนที่พ้นเชือกเกลียว แรก พ้นกามโยคะมาได้ ก็มาเจอเชือกเกลียว ที่ ๒ นี้ คือ เมื่อได้เจอความสุขจากการที่ใจ เริ่มสงบ ทำสมาธิจนได้รูปฌานหรืออรูปฌาน ที่ผูกมัดตัวเราไว้กับภพ ทำให้ต้องเวียนว่าย ตายเกิดในวัฏสงสารโดยไม่รู้จบสิ้น ทำให้ต้อง มาพบกับภัยทั้งหลาย ดิ้นกันไม่หลุดทีเดียว ก็พอใจยินดีติดอยู่ในความสุขจากอารมณ์ จิตเกษมคืออะไร? ของฌาน ตายไปก็ไปเกิดเป็นรูปพรหม หรือ อรูปพรหม ซึ่งก็ยังไม่พ้นภัย หมดบุญก็ต้อง ลงมาเกิดเจอภัยกันอีก นี่เป็นเหมือนเชือก เกลียวที่ ๒ ๓. คิดเห็นที่ผิด ทิฐิโยคะ คือ ความยึดถือความ ใด ๆ ของตนเอง เช่น เห็นว่าพ่อแม่ ไม่มีพระคุณต่อตนบ้าง เห็นว่าโลกนี้โลกหน้า ไม่มีจริงบ้าง เห็นว่าตนเองจะพ้นทุกข์ได้ด้วย การบวงสรวงอ้อนวอนบ้าง ใจยังมืดอยู่ ยังไป หลงยึดความเห็นผิด ๆ อยู่ สิ่งนี้ก็เลยเป็น เหมือนเชือกเกลียวที่ ๓ ๔. อวิชชาโยคะ คือ ความไม่รู้แจ้ง ในพระสัทธรรม ความสว่างของใจยังไม่พอ ยังไม่เห็นอริยสัจ ๔ ไม่เห็นทางพ้นทุกข์พ้นภัย นี่ก็เป็นเหมือนเชือกเกลียวที่ ๔ ทั้ง ๔ อย่างนี้เป็นเหมือนเชือก ๔ เกลียว ๙๘ กัลยาณมิตร วิชชา ๓ วิชชา ๓ คือ ความรู้แจ้ง ความรู้ พิเศษอันลึกซึ้งด้วยปัญญา ได้แก่ ญาณ คือ ความหยั่งรู้ ซึ่งเกิดจากการทำสมาธิ เกษม แปลว่า ปลอดภัย พ้นภัย สิ้น สุดยอดเข้าถึงธรรมกายคือ กิเลส มีความสุข จิตเกษม จึงหมายถึง สภาพจิตที่หมด กิเลสแล้ว โยคะเครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพ เชือกทั้ง ๔ เกลียว ได้ถูกฟันขาดสะบั้น โดยสิ้นเชิง จิตเป็นอิสระเสรี ทำให้คล่องตัว ไม่ติดขัด ไม่อึดอัดอีกต่อไป ไม่มีภัยใด ๆ 0. ชาติตัวเองได้ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ระลึก ๒. จุตูปปาตญาณ คือ ตาทิพย์ ระลึก ชาติคนอื่นได้ ๓. อาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ ทำให้หมดกิเลส มาบีบคั้นได้อีก จึงมีความสุขอย่างแท้จริง อภิญญา ๖ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่จะมี จิตเกษมได้อย่างแท้จริง คือผู้ที่มีใจจรดนิ่ง แช่อิ่มอยู่ในพระนิพพานตลอดเวลา ซึ่งก็ได้แก่ พระอรหันต์นั่นเอง จิตของพระอรหันต์นั้น นอกจากจะ หมดกิเลสแล้ว ก็ยังทำให้มีความรู้ความ สามารถพิเศษอีกหลายประการ เช่น อภิญญา ๖ คือ ความรู้อันยิ่งยวด เหนือความรู้จากการตรองด้วยหลักเหตุผล ธรรมดา ได้แก่ ๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้ เช่น เหาะเหิน เดินอากาศ แปลงกายเป็นสิ่งต่าง ๆ ย่อ-ขยาย ตัวได้ หายตัวได้ ฯลฯ พฤศจิกายน ๒๔๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More