ข้อความต้นฉบับในหน้า
สุนัขจิ้งจอกพูดพร้อมกับแบ่งปลาออกเป็น ๓
ท่อน แล้วมันก็คาบเอาท่อนกลางไป
นิทานชาดกเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “ทัพพ
บุปผชาดก” ซึ่งเป็นอดีตชาติของพระอุปนนทเถระซึ่ง
เคยเกิดเป็นสุนัขจิ้งจอก และพระภิกษุชราทั้ง ๒ รูป
นากทั้งสองตกตะลึง งงงันในคำตัดสินและการ
กระทำของสุนัขจิ้งจอกเมื่อคิดได้ว่าเป็นเพราะมันมัวแต่ ซึ่งเกิดเป็นนากทั้งสองตัวค่ะ
ทะเลาะกัน กลัวจะเสียเปรียบกลัวจะได้น้อย จึงต้อง
นี่แหละค่ะ การทะเลาะกัน ผลประโยชน์ที่ควร
เสียปลาท่อนกลางซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อมากที่สุดให้แก่ ได้ก็จะตกไปเป็นของผู้อื่น ถ้าหากเรามีเรื่องอะไรที่
สุนัขจิ้งจอกไป ถ้ามันไม่ทะเลาะกัน มันก็จะกินปลาตัว
นี้ไปได้ถึง ๒-๓ วันที่เดียว
เป็นปัญหา เราควรจะประนีประนอมตัดสินกันเองด้วย
ความยุติธรรม การพึ่งพาผู้อื่นให้ตัดสินนั้นแม้จะ
สุนัขจิ้งจอกคาบชิ้นปลามาวางไว้ต่อหน้าเมีย ได้ความยุติธรรมก็ยังต้องสูญเสียทรัพย์ค่าจ้าง และ
ของมัน แล้วกล่าวว่า
“พี่ได้ปลาตะเพียนมาแล้วจ้ะ มากินซีจ๊ะ”
“โอ้โฮ ปลาตะเพียนดีจริง ๆ พี่นี่เก่งเหลือเกิน
พี่อยู่บนบก ทำไมถึงได้ปลาในน้ำมาล่ะจ๊ะ” นางสุนัข
จิ้งจอกถาม
“นี่เธอ สัตว์ทั้งหลายจะอดอาหาร ซูบผอม
ก็เพราะวิวาท คนทั้งหลายเสียเงินเสียทองก็เพราะ
วิวาท ในบรรดาผู้ที่ทะเลาะวิวาทกันฝ่ายที่แพ้ก็
ต้องให้ทรัพย์สินกับฝ่ายชนะ ฝ่ายที่ชนะก็ต้องแบ่ง
ทรัพย์สินให้กับผู้ตัดสินเป็นธรรมดา เธออย่าถามอีก
เลย มากินปลาเถอะ”
๑๘ กัลยาณมิตร
บางครั้งนอกจากจะต้องเสียค่าจ้างแล้ว
เพราะ “ถูกโกง” อีกด้วย
ยังต้องเสียใจ
หลาน ๆ จงพยายามฝึกตนเองให้เป็นคน
ซื่อตรง โอบอ้อมอารี ไม่เจ้าเล่ห์เพทุบาย เป็น
ผู้ทรงความยุติธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
ฝึกนิสัยดี ๆ เอาไว้ให้ติดตัวข้ามภพข้ามชาติ
ไปนะคะ แล้วใคร ๆ ก็จะตำหนิเราไม่ได้
น้าอี๊ด
พฤศจิกายน ๒๕๓๑
Kalyanamitra.org