ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
ไปนิพพานน่ะ
นึกอยู่กับใจก็แล้วกัน
ใจเราคิดเอาซิ
เหลือทีเดียว แต่จะพูดว่าไปนิพพาน
ทั้งหมดน่ะ ดู ๆ มันจะเหลือวิสัย
อ้ายคนเกเรเกเล ท่ามันจะไปไม่ได้
ชาติหนึ่งมันเกเรเกเถ ชาติหนึ่งมัน
ลามก ชาติต่อ ๆ ไปมันจะต้องดี
ขึ้นบ้าง มันก็คงมีบุญบ้าง ชาติ
ใดชาติหนึ่งมันมีบุญ มันก็ไปได้
อย่างพวกเรานี่น่ะ เป็นกษัตริย์มา
นับชาติไม่ถ้วนแล้วก็มี คนหนึ่ง ๆ
เป็นบ่าวเป็นทาสเขานับชาติไม่ถ้วน
แต่ว่าลงท้ายมันก็ปนเปกันไปอย่างนี้
ตุรัดตุเร่ไปอย่างนี้ เพราะอะไรล่ะ
เพราะเหตุฉะนี้แหละ ไม่เยี่ยม ภพ
เหล่านี้ไม่เยี่ยม
ไม่เยี่ยม อยู่ไม่ตลอด แต่พอ
ไปถึงนิพพานแล้ว ไม่เกิด ไม่แก่
ไม่เจ็บ ไม่ตาย เป็นอย่างใดก็เป็น
อย่างนั้น สวยหนัก งามหนัก สะ-
อาดหนักขึ้นไป คงที่ทีเดียว
เมื่อคงที่เช่นนี้แหละท่านถึง
ได้ว่า นิพพาน ปรม วทนฺติ พุทธา
พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวนิพพาน
ว่าเยี่ยม อายตนะนิพพานก็เยี่ยม
พระนิพพานที่เข้าปรินิพพานก็เยี่ยม
เยี่ยมทั้งสอง ท่านถึงรับรองว่า ปรม
วทนฺติ พุทธา พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
กล่าวว่าเยี่ยม เยี่ยมจริง ๆ ด้วย นี่
ข้อที่สองของโอวาทปาฏิโมกข์
ข้อที่สาม น หิ ปพฺพชิโต
ปรูปฆาติ เป็นนักบวชไม่ฆ่าสัตว์
เด็ดขาดเชียว ถ้าฆ่าสัตว์เป็นนัก
บวชไม่ได้ ถ้าพระเป็นอาบัติ ถ้า
สามเณร ศีลขาด ฆ่าสัตว์เข้าเป็น
เณรไม่ได้ หากว่าเป็นเณรไปฆ่า
สัตว์เข้า เป็นไง ฆ่าเรือด ฆ่ายุง
ฆ่าไรเข้า มันก็มีแต่เปลือกนอกนะซี
ตัวเณรหายไปเสียแล้ว เหลือแต่
คนนั้นคนนี้เสียแล้ว เปลือกนอก
ไอ้ตัวไปซะแล้ว ตัวหนีไปแล้ว ตัว
หนีไปเหมือนอะไร เหมือนต้นโพธิ์ที่
ตายไปเสียแล้ว แต่ว่าไอ้ต้นตำลึง
มันงาม ไปถึงต้นโพธิ์ได้มันก็ขึ้นพัน
ต้นโพธิ์ตลอดไป ใบตำลึงทั้งต้น
ไปนิพพานน่ะ ก็พอใจนึก
พอนึกว่าไปนิพพาน
มันก็ถึงแล้ว
มาแล้วก็มี คนหนึ่ง ๆ เกเรมานัก
เถาตำลึงทั้งต้น ไอ้ต้นโพธิ์ตายเสีย
มานับหนไม่ถ้วน
นับหนไม่ถ้วนแล้วก็มีเหมือนกัน ดี แล้ว เปลือกตกแล้ว เถาตำลึงมัน
ก็มีเหมือนกัน พันอยู่ เราไปดู ๆ เอ๊ะ! นั่นต้นโพธิ์
กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๓