ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีกิเลส เป็นกายทิพย์ไป
นอนสุขสบายอยู่แปดหมื่นสี่พันมหา ต้องเอาเชือกสักเส้นหนึ่งผูกเข้าชอบ ไม่ได้
กับ ถึงสุขนานกว่านั้นก็ช่างเถอะ ภาพข้างบนโน่น ชั้นเนวสัญญานา ไม่ได้มีกิเลส เป็นกายทิพย์ละเอียด
พอครบแปดหมื่นสี่พันมหากัปละก็ สัญญายตนะนั่นนะ แล้วก็ปล่อยลง
อรูปพรหมไปอีกแล้ว ต้องเร่ร่อนไป
อีกแล้ว ไม่เลิศไม่ประเสริฐ พวก
เหล่านี้แปรผันอยู่อย่างนี้ ไม่เยี่ยม
เอ้า ตานี้ไปนิพพานละนะ
นิพพานอยู่ที่ไหนล่ะ รู้จักละภพสาม
ที่เราอยู่นี่ เราอยู่ที่ภพสาม นี่ชั้น
มาถึงอเวจีโน่น ขอบภพข้างล่าง
แล้วก็เกี่ยวไว้กับขอบภพข้างล่างผูกไว้
ทบเข้ามาอีกเที่ยวหนึ่งถึงเนวสัญญา
นาสัญญายตนะชอบภาพข้างบน แล้ว
ปล่อยลงมาอีกเที่ยวหนึ่งถึงขอบภพ
ข้างล่างอีก ถึงอเวจีอีก จะไปนิพพาน
มนุษย์ สูงขึ้นไปจากมนุษย์นี่สี่หมื่น ละนะ จับปลายเชือกนั่นไปยึดขึ้น
สองพันโยชน์ ถึงชั้นจาตุมหาราช ไป ๆ จนกระทั่งสุดเชือก สามเท่า
สูงขึ้นไปอีกสี่หมื่นสองพันโยชน์ถึงขั้น ของภพสามนั่นแหละ ถึงขอบล่าง
ดาวดึงส์ อีกสี่หมื่นสองพันโยชน์ถึง ของนิพพานพอดีเชียว
ชั้นยามา สูงขึ้นไปอีก เติมเข้าไปอีก
สี่หมื่นสองพันโยชน์ถึงดุสิตอีกสี่หมื่น "อายตนะนิพพาน" อย่างหนึ่ง แล้ว
สองพันโยชน์ถึงนิมมานรดี อีกสี่หมื่น “พระนิพพาน" อย่างหนึ่ง ให้รู้จัก
ที่ว่านิพพานนั้นสองอย่างน
สองพันโยชน์ถึงปรนิมมิตวสวัตดีขึ้น อย่างนี้ ถ้าไม่รู้จัก เลอะเทอะกัน
ไปชั้นพรหม ห้าล้านห้าแสนแปดพัน
สามร้อยโยชน์โน่น พรหมปาริสัชชา
พรหมปุโรหิตา เท่า ๆ กันขึ้นไป จน
กระทั่งถึงอกนิฏฐา เท่ากันขึ้นไป
สูงขึ้นไปขนาดนั้น หรือว่าต่ำลงไป
กว่านั้น ในมนุษยโลกนี้ ต่ำกว่า
มนุษยโลกลงไปก็นรกสัญชีพ กาฬ
สุตตะ สังฆาตะ โรรุวะ มหาโรรุวะ
ตาปะ มหาตาปะ อเวจีขอบภพข้าง
เนวสัญญานาสัญญายตนะ
ขอบภพข้างบน สูงเท่าไร กว้าง
เท่าไร ก็ระยะเท่ากัน นี่เขาเรียกว่า
ล่าง
ภพสาม
พอรู้จักภาพสามเท่านี้แล้ว ก็
จะไปนิพพานละทีนี้ ไปนิพพาน
ต้องสูงกว่านี้ นิพพานก็เท่า ๆ กับ
เสียละก็ เอาละ เถียงกันป่นปี้ละ
อายตนะนิพพาน คือ ที่อยู่ของ
พระพุทธเจ้าท่าน อายตนะ แปลว่า
ดึงดูด หรือแปลว่าบ่อเกิด บ่อเกิด
ของตาดึงดูดรูป บ่อเกิดของหูตึง
ดูดเสียง บ่อเกิดของจมูกดึงดูดกลิ่น
บ่อเกิดของลิ้นดึงดูดรส บ่อเกิด
ของกายดึงดูดสัมผัส บ่อเกิดของใจ
ดึงดูดธรรมารมณ์ ดึงดูดอย่างนี้
อายตนะในภพสามนี้ก็ดึงดูดเหมือน
กัน กามภพดึงดูดพวกติดในกาม
รูปภพดึงดูดพวกติดรูป ติดรูปแล้ว
ก็ต้องไปอยู่ชั้นนั้น อรูปภพดึงดูด
พวกติดอรูป ไปติดไปอยู่ชั้นนั้น
ส่วนอายตนะนิพพาน เป็น
อายนะอยู่อันหนึ่ง สำหรับดึงดูด
ภพสามนี่แหละ ไม่โตกว่าภพสาม พระนิพพาน ถ้าว่าใครปฏิบัติจน
เท่ากับภพสามนี้ จะไปนิพพานละ หมดกิเลสเข้า เป็นมนุษย์ไปนิพพาน
ไปไม่ได้ เป็นกายรูปพรหม กาย
รูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม
กายอรูปพรหมละเอียดไปไม่ได้ ติด
อยู่ในกาม รูปพรหม ทั้ง ๑๖ ก็ไป
ไม่ได้ อรูปพรหมทั้ง ๔ ก็ไปไม่ได้
ยังติดอยู่ในอรูปฌาน ต้องหลุดหมด
พอหลุดหมดละก็ไปนิพพาน ถ้าไป
นิพพานนั้นน่ะ มีธรรมกายหน้าตัก
๒๐ วา สูง ๒๐ วา เกตุดอกบัวตูม
ใสยิ่งกว่ากระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า
แตกกายทำลายขันธ์ ปล่อยกายทั้ง
๑๖ เหล่านี้หมด
กายธรรมของ
พระอรหัต กายธรรมของพระอรหัต
ละเอียดไปนิพพาน
การไปนิพพาน วิธีจะไปไป
อย่างไร มันจะยากง่ายอะไร มนุษย์
นี่ถึงยากกว่า กายหนัก ไปนิพพาน
น่ะนึกอยู่กับใจก็แล้วกัน ใจเราคิด
เอาซี ไปนิพพานนะ ก็ใจพอนึก
พอนึกว่าไปนิพพานมันก็ถึงแล้ว ถึง
นิพพานแล้วมันไปง่ายอย่างนี้ด้วยนะ
นั่นแหละนิพพานสูงแค่นั้น เท่ากับ
ภพสาม เท่ากัน เรียกว่าอายตนะ
นิพพาน สำหรับดึงดูดพระนิพพาน
กายธรรมที่หน้าตัก ๒๐ วา สูง ๒๐
วา เกตุดอกบัวตูมไปนิพพาน ต้อง
ไปนิพพานทีเดียว
พวกเราทั้งหมดนี่ ต้องไป
นิพพานเหมือนกันหมด ปฏิบัติถูก
ส่วนนะ ถ้าไม่ถูกส่วน ช้านักไม่ไป
เหมือนกัน แต่ว่าถึงนาน ๆ หนัก
เข้า ๆ มันก็ไป มันไม่พ้นหรอก ต้อง
ไปนิพพานทั้งหมดนั่นแหละ ไม่หลง
๑๒ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕