ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไ
ป ร ะ ส า น ใ จ
"เมื่อใจของเราใสสะอาดบริสุทธิ์
ดีแล้ว จะได้เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะ
รองรับบุญกุศล ซึ่งจะเกิดจากการจุด
มาฆประทีปในวันนี้ จะเป็นกุศลใหญ่
ที่จะส่งผลให้เรามีความสุขไปทุกภพทุก
ชาติ และโดยเฉพาะ อานิสงส์แห่งการ
จุดมาฆประทีปนั้น จะทำให้เรามีรัศมี
กายที่สว่างไสว
ผ่องใส
ผิวพรรณวรรณะ
เหมือนพระพุทธเจ้าพระองค์
หนึ่ง ท่านได้จุดประทีปบูชาพระพุทธ
เจ้าในอดีต แล้วทำประทักษิณเวียน
รอบพระเจดีย์ จากนั้นท่านได้ตั้งความ
ปรารถนาว่าต่อไปในอนาคต เมื่อท่าน ความสะดุ้งหวาดเสียวใด ๆ จะไม่บัง
ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอ เกิดขึ้นกับพวกเราไปทุกภพทุกชาติ
ให้รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วหมื่น นอกจากนี้ แสงสว่างยังเป็น
เราบูชาท่านด้วยมาฆประทีปนี้
เรา
โลกธาตุ เมื่อถึงวาระที่จะตรัสรู้เป็น สัญลักษณ์แห่งปัญญาอันรุ่งโรจน์ เมื่อ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รัศมีกายของ
พระองค์ท่านก็สว่างกลบรัศมีของดวง จะเป็นผู้ที่มีแสงสว่างแห่งปัญญาแทง
ตลอดในภพทั้งสามคือ นิพพาน ภพ
อาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวใน
อากาศ รัศมีกายของพระองค์ขยาย สาม โลกันต์ แทงตลอดได้หมดเลย
นอกจากนั้นการจุดมาฆประทีป ประทีปถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สม
ผู้มีรัศมีกายพวยพุ่งกลบทั้งเทวโลกและ
มนุษย์โลกอยู่เป็นนิจ ตลอดหกหมื่น
กัปที่สถิตอยู่ ณ ดุสิตสถานวิมานแมน
แดนฟ้าอำไพแห่งนี้
ครั้นในสมัยพุทธกาล อชิตะ
เทพบุตรได้จุติจากเทวโลกลงมาเกิดใน
สกุลพราหมณ์แห่งกรุงสาวัตถี ขณะที่
เกิดนั้น ได้บังเกิดแสงสว่างกระจ่าง
แจ้งไปทั่วทั้งเมืองเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก
ต่อมาภายหลัง อชิตมาณพได้
กราบทูลถามปัญหากับพระบรมศาสดา
ในที่สุดแห่งการพยากรณ์ปัญหา อชิต
มาณพก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
พระองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา
เพราะเหตุใด อชิตะเทพบุตร
จึงมีดวงประทีป ๑๐๐ ดวงส่องให้เป็น
พิเศษ เพราะเหตุใดขณะที่อจิตมาณพ
เกิด จึงมีแสงสว่างบังเกิดขึ้น ?
ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าพระนามว่า ปทุมมุตตระ อชิต
มาณพได้เกิดเป็นนักบวช ณ ภูเขา
วันหนึ่งพระปทุมมุตตระสัมมา
สัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังภูเขาหิมวันต์
ขณะนั้นอชิตะกำลังเที่ยวแสวงหาอาหาร
กว้างออกไปหมด ครอบคลุมถึงหมื่น
โลกธาตุ
เพราะฉะนั้น เราจะต้องตั้งใจ
ให้ดีเป็นพิเศษ ก่อนที่เราจะจุดมาฆ
หิมวันต์
เป็นการให้ความสว่าง ซึ่งเมื่อใครได้
เด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้..."
พบเห็นแล้วบรรเทาความสะดุ้งหวาด
"ทีปโท โหติ จกฺขุโท”
กลัวที่มีอยู่ในใจให้หมดสิ้นได้ คนเรา ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ
นั้นกลัวความมืด เพราะไม่ทราบว่าใน
ความมืดนั้นจะมีอะไร แต่ว่าเมื่อเห็น
อยู่ในป่า ครั้นได้เห็นพระลักษณะอัน
ประเสริฐ ๓๒ ประการ สมบูรณ์พร้อม
(พุทธพจน์)
ด้วยลักษณะมหาบุรุษทุกประการ จึง
เกิดความเลื่อมใสอย่างเปี่ยมล้น แล้ว
แสงสว่างแล้ว ความสะดุ้งหวาดเสียว
เทพบุตรกายสว่าง
คิดว่า
ทั้งหลายก็หมดไป เพราะฉะนั้น อา
ณ เทวโลกสวรรค์ชั้นดุสิต ดวง
"ลักษณะรูปกายอย่างนี้สมจริง
นิสงส์นี้จะส่งผลให้ว่า ในระหว่างที่ ประทีป ๑๐๐ ดวง ได้ส่องสว่างให้เป็น
เราต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้ พิเศษแก่เทพบุตรนามว่า อชิตะเทพบุตร
กับคำกล่าวของบัณฑิตทั้งหลาย ท่าน
ผู้นี้จักต้องเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒๒ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕